สวทช.ดัน PhytoEX สร้าง 15 นวัตกรรมสมุนไพรไทย บุกตลาด Longevity
สวทช. เปิด 2 โครงการ PhytoEX ดันสมุนไพรไทยสู่ผลิตภัณฑ์ชะลอวัย 15 รายการ ลุยตลาด Longevity คาดสร้างมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 500 ล้านบาท
“ความยืนยาวของชีวิต” ไม่ได้หมายถึงเพียงการมีอายุที่มากขึ้น แต่คือการมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ สุขภาพดี และยังคงความงามได้อย่างยั่งยืน แนวคิดเรื่อง Longevity จึงกลายเป็นเมกะเทรนด์สำคัญของโลก และกำลังเปลี่ยนทั้งพฤติกรรมผู้บริโภค โครงสร้างอุตสาหกรรม ไปจนถึงทิศทางเศรษฐกิจในอนาคต
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. ได้ก้าวขึ้นมาวางหมากสำคัญในการผลักดันประเทศไทยเข้าสู่ เศรษฐกิจอายุยืน หรือ Longevity Economy ด้วยการใช้จุดแข็งด้านความหลากหลายทางชีวภาพและสมุนไพรไทย ผสานเข้ากับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูง ผ่านแพลตฟอร์มนวัตกรรมที่มีชื่อว่า PhytoEX
ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. อธิบายภาพใหญ่ของการขับเคลื่อนองค์กรไว้อย่างชัดเจนว่า “ตัวชี้วัดความสำเร็จของงานวิจัย ไม่ใช่เพียงจำนวนผลงานตีพิมพ์ แต่คือการที่เทคโนโลยีสามารถถูกนำไปใช้ได้จริง เกิดสินค้าใหม่ เกิดธุรกิจใหม่ และยกระดับความสามารถการแข่งขันของประเทศ”
แนวคิดนี้เองได้กลายเป็นหัวใจของ PhytoEX แพลตฟอร์มที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่การวิจัยในห้องแล็บ แต่ตั้งเป้าสร้าง “สารออกฤทธิ์มูลค่าสูง” (Bioactive Ingredients) จากสมุนไพรไทย เพื่อป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรมสุขภาพ ความงาม และการชะลอวัยในระดับโลก
เมื่อ “สมุนไพรไทย” ไม่ใช่แค่วัตถุดิบ แต่คืออนาคตของเศรษฐกิจ
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โลกได้ขยับจากการมองเรื่อง “อายุขัย” ไปสู่ “คุณภาพชีวิตระยะยาว” อย่างจริงจัง ดร. ภญ.อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย จากนาโนเทค สวทช. ชี้ให้เห็นว่า อุตสาหกรรม Longevity มีแนวโน้มเติบโตอย่างก้าวกระโดด
โดยการวิเคราะห์ของ Market Research Future คาดว่า ภายในปี 2035 อุตสาหกรรม Longevity จะมีมูลค่าอยู่ที่ 63.03 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากมูลค่า 23.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีแบบทบต้น (CAGR) ที่ 10.37% ส่งผลให้ความต้องการผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพเพิ่มมากขึ้น
“ผู้คนไม่ได้ต้องการเพียงอายุที่ยืนยาวขึ้น แต่ต้องการมีสุขภาพดี และรักษาคุณภาพชีวิตนั้นไว้ให้ได้นานที่สุด” ดร. ภญ.อุรชากล่าว พร้อมย้ำว่า “หัวใจสำคัญของผลิตภัณฑ์เหล่านี้คือ Bioactive Ingredients” และนี่คือโอกาสครั้งสำคัญของประเทศไทย จากเดิมที่เป็นเพียงผู้ส่งออกวัตถุดิบ กลายเป็นผู้พัฒนา “สารออกฤทธิ์มูลค่าสูง” ที่สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างแท้จริง
“เราคาดว่า ภายในระยะเวลา 1 ปี โครงการนี้จะสามารถสร้างผู้ได้รับประโยชน์มากกว่า 650,000 คน และก่อให้เกิดมูลค่าผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมมากกว่า 500 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า งานวิจัยไทยสามารถสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและจับต้องได้” ดร. ภญ.อุรชากล่าว
PhytoEX (ไซโตเอ็กซ์) จากสมุนไพรสู่เทคโนโลยีระดับนาโน
แพลตฟอร์ม PhytoEX ไม่ได้ทำเพียงการสกัดสารจากพืช แต่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่การสกัดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การเพิ่มประสิทธิภาพด้วยนาโนเทคโนโลยี (Nano-encapsulation) ไปจนถึงการทดสอบทั้งในระดับเซลล์ เนื้อเยื่อ และคลินิก
ดร.ธวิน เอี่ยมปรีดี ผู้อำนวยการแผนงานนวัตกรรม PhytoEX อธิบายว่า “เป้าหมายของเราคือการแปรรูปสมุนไพรไทยจากวัตถุดิบ สู่สารออกฤทธิ์มูลค่าสูงระดับโลก ที่สามารถนำไปใช้จริงในเชิงพาณิชย์”
แม้ไทยเรามีสมุนไพรที่หลากหลายและมีศักยภาพ แต่มีการนำเข้าสารสกัดมากกว่าการส่งออกอย่างมีนัยสำคัญ PhytoEX จึงเข้ามาเป็นกลไกที่จะเพิ่มมูลค่าสมุนไพรไทยจากวัตถุดิบสู่ “สารออกฤทธิ์มูลค่าสูง” ตั้งแต่การสกัดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อให้ได้สารสำคัญในปริมาณสูง การกักเก็บห่อหุ้มระดับนาโน (Nano-encapsulation) ไปจนถึงแพลตฟอร์มการทดสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัย ทั้งระดับเซลล์ เนื้อเยื่อผิวหนังมนุษย์ สัตว์ทดลอง การทดสอบทางคลินิก รวมถึงการทดสอบด้าน Longevity โดยเฉพาะ
“ภาคเอกชนจะเป็นพันธมิตรหลัก และเป็นจิ๊กซอว์ที่ช่วยให้การส่งต่อเทคโนโลยีและนวัตกรรมไปถึงมือผู้ใช้จริง ผ่าน 2 โครงการ ได้แก่ PhytoEX Celebrity Accelerator Program และ PhytoEX Innovation Competition ที่จะนำสารออกฤทธิ์ไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ สามารถวางจำหน่ายและแข่งขันได้ในตลาด เพื่อให้มั่นใจว่าสารออกฤทธิ์เหล่านี้ไม่ได้ดีแต่ในห้องแล็บ แต่สามารถพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์เข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว” ดร.ธวิน กล่าว
2 โครงการเร่งเครื่อง จากแล็บสู่ตลาดจริง
เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านจากงานวิจัยสู่ตลาดเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว PhytoEX ได้เปิดตัว 2 โครงการสำคัญ
1. PhytoEX Celebrity Accelerator Program
เป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้บุคคลสาธารณะที่มีชื่อเสียงและมีความสนใจด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เข้ามาร่วมสร้างนวัตกรรมสินค้าเพื่อสุขภาพจากสารสกัดภายใต้แพลตฟอร์ม PhytoEX โดยมี Celebrity Innovators จำนวน 5 ทีม ได้แก่ คุณเจมส์ เรืองศักดิ์ และคุณนัชชา ลอยชูศักดิ์, คุณอิ๊ง ชยธร กิติยาดิศัย, คุณตูน สุภัชชา ปิตินันท์ ,คุณอั้ม อธิชาติ ชุมนานนท์ และคุณจุ๋ย วรัทยา นิลคูหา กับคุณพุฒิ พุฒิชัย เกษตรสิน โดยจับมือร่วมกับผู้ผลิต OEM ชั้นนำอย่างบริษัท ดีโอดี ไบโอเทค จำกัด (มหาชน), บริษัท โทฟูสกินแคร์ จำกัด, บริษัท เอ็ม.วาย.อาร์.คอสเมติคส์ โซลูชั่น จำกัด และ บริษัท สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น จำกัด ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพจากสารสกัดสมุนไพรไทยมูลค่าสูง เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ มาตรฐาน และสามารถออกสู่ตลาดได้จริง
2. PhytoEX Innovation Competition 2026
เป็นโปรแกรมการแข่งขันสำหรับ 10 ผู้ประกอบการภาคเอกชนที่มองเห็นศักยภาพของสารสกัดมูลค่าสูงจากแพลตฟอร์ม PhytoEX และต้องการนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพเพื่อออกสู่ตลาด ซึ่งผู้เข้าร่วมโครงการจะคัดเลือกสารสกัดไปต่อยอดเป็นสินค้าเครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร พร้อมดำเนินกลยุทธ์การตลาดในเชิงพาณิชย์ โดยผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับการ Coaching อย่างเข้มข้นจากผู้เชี่ยวชาญ พร้อมโอกาสในการต่อยอดการสนับสนุนด้านเงินทุนและงานวิจัย และการนำเสนอสินค้าบนเวทีระดับนานาชาติ โดยจะมีการมอบรางวัลให้กับผู้ประกอบการที่มียอดขายสูงสุด (Top Seller Award), ยอดการเข้าถึงสูงสุด (Top Viewers Award) และนวัตกรรมโดดเด่นที่สุด (Top Innovation Award)
เป้าหมาย 15 ผลิตภัณฑ์ และเศรษฐกิจ 500 ล้านบาท
ภายในปี 2569 โครงการนี้ตั้งเป้าสร้างผลิตภัณฑ์ด้าน Longevity อย่างน้อย 15 รายการ เข้าสู่ตลาด พร้อมคาดการณ์ว่าจะมีผู้ได้รับประโยชน์มากกว่า 650,000 คน และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมากกว่า 500 ล้านบาท
“เราคาดหวังจะเห็นสารออกฤทธิ์มูลค่าสูงจากสมุนไพรไทยสู่ 15 ผลิตภัณฑ์ในปี 2569 เพื่อรุกตลาด Longevity ร่วมกันกับผู้ประกอบการไทย สร้างการรับรู้ สร้างความเชื่อมั่น เพื่อสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจให้กับนวัตกรรมไทยและเอกชนไทย ในขณะเดียวกัน ก็ตั้งเป้าจะขยายสู่ตลาดโลกผ่านการพัฒนา Longevity Actives สร้างความร่วมมือกับแบรนด์ระดับนานาชาติ และส่งออกสารออกฤทธิ์ผ่าน Ingredient traders ภายในปี 2572” ผู้อำนวยการแผนงานนวัตกรรม PhytoEX สวทช. ย้ำ
ที่มา: สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)


