
จี้ปฏิรูปกฎหมายผังเมือง เน้นคนตัวเล็ก สกัดทุนผูกขาด สร้างสมดุล 3E
2 ผู้เชี่ยวชาญ จี้ปฏิรูปผังเมือง เน้นสร้างธรรมคนตัวเล็ก สกัดเอื้อทุนผูกขาด ชูหลัก 3E สมดุลเมือง แฉร่างผังเมือง กทม. ใหม่ ขาดการมีส่วนร่วม เสี่ยงเวนคืนที่กระทบสิทธิประชาชน
KEY
POINTS
- พรรคประชาธิปัตย์ จัดงานเสวนา 2 ผู้เชี่ยวชาญ จี้ให้ปฏิรูปกฎหมายผังเมือง เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้คนตัวเล็กและป้องกันการเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มทุน
- เสนอแนวคิดการวางผังเมืองที่ยั่งยืนต้องสร้างสมดุลใน 3 มิติ (3E) ได้แก่ เศรษฐกิจ (Economy) สิ่งแวดล้อม (Environment) และความเท่าเทียม (Equity)
- ชี้ให้เห็นข้อบกพร่องของร่างผังเมืองรวมกรุงเทพฯ ฉบับใหม่ ที่ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนและเสี่ยงกระทบสิทธิด้านที่ดินจากการเวนคืน
วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 พรรคประชาธิปัตย์ จัดงานเสวนา "Reimagining Urban Green: ผังเมืองใหม่เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น" โดยมุ่งเน้นการผลักดันให้ผังเมืองเป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ในการแก้ปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวกรุงเทพมหานครอย่างรอบด้าน
โดยการเสวนาในครั้งนี้ มี 2 ท่านวิทยากร ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องการวางผังเมือง ได้แก่ รศ. ดร.พนิต ภู่จินดา อาจารย์ประจำภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายก้องศักดิ์ สหะศักดิ์มนตรี อนุกรรมการด้านอสังหาริมทรัพย์และที่อยู่อาศัยสภาองค์กรของผู้บริโภค มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง พร้อมด้วยผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์ เข้าร่วมฟังเสวนาในครั้งประกอบด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค และนายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้ลงสมัครว่าที่ผู้ว่าฯกทม. ของพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง สก. ของพรรค โดยมี ดร.วิสวัส ทองธีรภาพ เป็น Moderator
ทั้งนี้ รศ.ดร.พนิต ได้นำเสนอแนวคิดในระดับมหภาคว่า การวางผังเมืองที่ยั่งยืนจะต้องยึดหลักการสร้างสมดุลแห่งการพัฒนาใน 3 มิติ (The Balance of 3E) ได้แก่ เศรษฐกิจ (Economy) สิ่งแวดล้อม (Environment) และความเท่าเทียม (Equity)
นอกจากนี้ รศ.ดร.พนิต ยังชี้ให้เห็นว่าวิกฤตหลายอย่างในเมือง ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ หรือปัญหาสิ่งแวดล้อม ล้วนเป็นผลสะท้อนมาจากความผิดพลาดเชิงโครงสร้างของผังเมือง มากกว่าที่จะเป็นเพียงความผิดพลาดส่วนบุคคล (Human Error) การแก้ไขปัญหาจึงต้องมุ่งเป้าไปที่การจัดการโครงสร้างเป็นหลัก
ด้าน นายก้องศักดิ์ ได้สะท้อนมุมมองที่เน้นสิทธิผู้บริโภคและการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน โดยแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4) ซึ่งยังมีข้อบกพร่องสำคัญ 3 ประการ คือ มีประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมเพียง 0.4% ใช้ฐานข้อมูลที่ไม่อัปเดตตั้งแต่ปี 2562 และมีแผนการขยายถนนรวมถึงผังน้ำหลายร้อยสาย ที่เสี่ยงต่อการเวนคืนที่ดินกระทบสิทธิของประชาชนวงกว้าง
ในช่วงท้ายทั้งของเวทีเสวนาได้ร่วมกันตั้งคำถามเพื่อหา "กระดุมเม็ดแรก" ในการแก้ปัญหาเมือง การปรับปรุงมาตรการ FAR Bonus ที่ต้องสร้างพื้นที่สีเขียวที่ประชาชนเข้าถึงได้จริง ตลอดจนการปฏิรูปกฎหมายผังเมืองเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้แก่คนตัวเล็กตัวน้อย และป้องกันไม่ให้การพัฒนาเมืองเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มทุนเพียงอย่างเดียว







