posttoday
รีเซ็ต 'โอ้กะจู๋' สู่ Everyday Meal เปิด Greens and Grills ลุยตลาดแมส พลิกเกมครึ่งปีหลัง

รีเซ็ต 'โอ้กะจู๋' สู่ Everyday Meal เปิด Greens and Grills ลุยตลาดแมส พลิกเกมครึ่งปีหลัง

22 พฤษภาคม 2569

"โอ้กะจู๋ (OKJ)" เปลี่ยนเกมครั้งใหญ่ ด้วยกลยุทธ์ Everyday Meal ให้เข้าถึงง่ายขึ้น ทั้งขนาด ราคา และความรวดเร็ว พร้อมเปิดแบรนด์ใหม่ "Greens & Grills" เจาะตลาดกลางมิถุนายนนี้ ขยายฐานลูกค้าและแก้ Pain Point เรื่องขนาดอาหาร หวังดันผลประกอบการครึ่งปีหลังกลับมาเป็นบวก สร้าง Ecosystem อาหารสุขภาพที่กินได้ทุกวัน

KEY

POINTS

  • "โอ้กะจู๋ (OKJ)" เปลี่ยนเกมครั้งใหญ่ ด้วยกลยุทธ์ Everyday Meal ให้เข้าถึงง่ายขึ้น ทั้งขนาด ราคา และความรวดเร็ว
  • พร้อมเปิดแบรนด์ใหม่ "Greens & Grills" เจาะตลาดกลางมิถุนายนนี้ ขยายฐานลูกค้าและแก้ Pain Point เรื่องขนาดอาหาร
  • หวังดันผลประกอบการครึ่งปีหลังกลับมาเป็นบวก สร้าง Ecosystem อาหารสุขภาพที่กินได้ทุกวัน

ในวันที่ผู้บริโภค "รัดเข็มขัด" มากขึ้นกว่าเดิม ร้านอาหารที่เคยถูกมองว่าเป็นมื้อพิเศษกำลังเผชิญโจทย์ยากว่าจะทำอย่างไรให้ลูกค้ากลับมากินซ้ำโดยไม่ต้องรอวันเงินเดือนออก ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบ โลจิสติกส์ และการแข่งขันในตลาดอาหารยังร้อนแรงไม่ต่างจากสมรภูมิธุรกิจ

และนี่คือช่วงเวลาที่ "บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด (มหาชน) หรือ โอ้กะจู๋ ชื่อย่อหุ้นคือ OKJ" เลือกพลิกเกมครั้งใหญ่ จากร้านอาหารสุขภาพพรีเมียมสู่โมเดลที่เข้าถึงง่ายขึ้น ปรับทั้งขนาด ราคา ความเร็วในการบริการ

พร้อมส่งแบรนด์ใหม่ลงสนาม หวังเปลี่ยนลูกค้าที่เคยแวะกินทุก 2–3 เดือน ให้กลายเป็นลูกค้าประจำทุกสัปดาห์ เดิมพันครั้งนี้ไม่ใช่แค่ยอดขาย แต่คืออนาคตของ Ecosystem อาหารสุขภาพทั้งเครือ

คำถามคือ… การรีเซ็ตโอ้กะจู๋ครั้งนี้ จะเป็นจุดเปลี่ยนที่พา OKJ กลับสู่การเติบโตแรงในครึ่งปีหลัง หรือเป็นเพียงเกมตั้งรับในวันที่กำลังซื้อเปราะบาง ?

นายชลากร เอกชัยพัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร OKJ เผยมุมมองในงานนำเสนอข้อมูลงบการเงินผลการดำเนินงานประจำไตรมาส (Earnings Call) รวมถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจในอนาคต ว่า แนวโน้มการดำเนินงานในไตรมาส 2/2569 มีสัญญาณปรับตัวดีขึ้นกว่าไตรมาส 1/2569 โดยมีปัจจัยบวกจากเทศกาลสงกรานต์และฤดูกาลท่องเที่ยวที่ช่วยกระตุ้นยอดขาย

แม้ภาพรวมอาจจะยังไม่กลับมาเป็นบวกในทันที แต่บริษัทเชื่อมั่นว่าในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 ผลประกอบการจะกลับมาเป็นบวก (Positive) อย่างชัดเจน จากอานิสงส์ของการปรับกลยุทธ์ การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ (NPD) ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคมากขึ้น

กลยุทธ์ Everyday Meal ปรับภาพลักษณ์โอ้กะจู๋ 

สำหรับแบรนด์หลักอย่าง "โอ้กะจู๋" บริษัทได้เร่งแก้ปัญหาหลัก 3 ด้าน คือ ขนาด (Size), ราคา (Price) และการบริการ (Service) โดยมีเป้าหมายปรับโครงสร้างเมนูให้กลายเป็น Everyday Meal หรือมื้ออาหารที่ทานได้ทุกวัน

ปรับขนาดและราคา โดยออกเมนูทางเลือกอย่าง Baby Size และ Single Balance รวมถึงเมนูประเภท Wrap (Less Row) ที่ทานง่ายและราคาเหมาะสม เพื่อเพิ่มความถี่ในการใช้บริการของลูกค้าจากเดิม 2-3 เดือนครั้ง ให้เป็นเดือนละ 2-3 ครั้ง

เจาะกลุ่มออฟฟิศ เน้นการทำเมนูที่รวดเร็ว ราคาไม่แพง เพื่อตอบโจทย์กลุ่มพนักงานออฟฟิศและลูกค้าที่ซื้อแบบ Takeaway

เปิดตัว "Greens and Grills"(G&G) ในเดือนมิถุนายน 2569 นี้ในรูปแบบ Modern Steak & Salad Bar จุดเด่นมีบาร์สลัดแบบบุฟเฟต์ตักได้ไม่อั้น และขนาดจานที่พอเหมาะ เพื่อแก้ปัญหาลูกค้าทานไม่หมด เน้นความคุ้มค่าในราคาเฉลี่ย 250-300 บาทต่อหัว เทียบกับโอ้กะจู๋ที่ประมาณ 500 บาทเพื่อเข้าถึงกลุ่มครอบครัวและกลุ่มที่ต้องการความรวดเร็ว

โดยในปีนี้ตั้งเป้าขยาย 5 สาขา โดยจะใช้วิธีเปลี่ยน (Convert) จากสาขาโอ้กะจู๋เดิมที่ถึงรอบการปรับปรุง (Renovate) และอยู่ในทำเลที่เหมาะสม

การขยายสาขาและแบรนด์อื่นๆ ในเครือ บริษัทจะมีการเปิดสาขาแบรนด์ Oh! My Wing (โจวิง) เพิ่มอีก 4 สาขา และ Oh! Juice 1 สาขา โดยแบรนด์ "โจวิง" ตั้งเป้าขยายให้ครบ 16-20 สาขาภายในปีนี้ ขณะที่แบรนด์ "Oh! Juice" จะเน้นการเป็น Everyday Drink ที่เข้าถึงง่ายขึ้นผ่านการปรับราคาและออกเมนูใหม่ร่วมกับ Influencer

การบริหารความเสี่ยงและต้นทุน ท่ามกลางสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อต้นทุนโลจิสติกส์และสินค้านำเข้า บริษัทเน้นย้ำว่าจะยังไม่ผลักภาระต้นทุนไปให้ผู้บริโภค โดยเตรียมสินค้าทดแทนไว้รองรับแล้ว นอกจากนี้บริษัทยังดำเนินนโยบายลงทุนอย่างระมัดระวัง โดยได้ชะลอการลงทุนสาขาขนาดใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ไปก่อน เพื่อประคองกระแสเงินสดและรอให้สถานการณ์การท่องเที่ยวกลับมาเป็นปกติ

อย่างไรก็ดี บริษัทมั่นใจว่าการปรับตัวผ่าน 6 กลยุทธ์หลัก และการเปิดตัวแบรนด์ใหม่จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับ Ecosystem ของกลุ่ม และทำให้ผลประกอบการในปี 2569 เติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

ภาพ SETTRADE

กำลังซื้ออ่อนแอ Q1/69 ขาดทุน 30.4 ล้านบาท

OKJ รายงานรายได้จากการขายในไตรมาส 1/69 อยู่ที่ 573.5 ล้านบาท ลดลง 134.6 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 19.0 เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) และลดลงร้อยละ 7.8 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) จากยอดขายที่ลดลงของแบรนด์โอ้กะจู๋ โดยเฉพาะในรูปแบบ Full-Service Restaurant และ Delivery & Kiosk และแบรนด์โอ้ จู๊ซ ภายใต้ภาวะกําลังซื้อผู้บริโภคที่ชะลอตัว ประกอบกับการแข่งขันในธุรกิจร้านอาหารที่ยังอยู่ในระดับสูง และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วส่งผลต่อการตัดสินใจใช้จ่ายของผู้บริโภค 

ยอดขายแบรนด์ โอ้ จู๊ช ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน ปัจจัยสนับสนุนจากการเปิดตัวสินค้าใหม่ร่วมกับคุณปอนด์ ณราวิชญ์ ในฐานะ Brand Admirer ขณะที่ แบรนด์โจ วิงส์ และแบรนด์โอ้กะจู๋ แรปแอนด์โรลล์ ยังมียอดขายเติบโตต่อเนื่องเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนและปีก่อน สะท้อนถึงการตอบรับที่ดีของผู้บริโภคและประสิทธิภาพของกลยุทธ์ทางการตลาดของบริษัท

รีเซ็ต 'โอ้กะจู๋' สู่ Everyday Meal เปิด Greens and Grills ลุยตลาดแมส พลิกเกมครึ่งปีหลัง

ในขณะที่อัตราการเติบโตของรายได้จากการขายของสาขาเดิม (SSSG คํานวณจาก 3 แบรนด์หลัก จํานวน 54 สาขา แบ่งเป็น แบรนด์โอ้กะจู๋ จํานวน 37 สาขา แบรนด์โอ้ จุ๊ซ จํานวน 16 สาขา และแบรนด์โอ้กะจู๋ แรปแอนด์โรลล์ จํานวน 1 สาขา) อยู่ที่ร้อยละ -39.4 โดยมีสาเหตุหลักเนื่องจากไตรมาส 1 เป็นช่วง Low Season ของธุรกิจ

ประกอบกับกําลังซื้อของผู้บริโภคที่ชะลอตัวลง นอกจากนี้ ปริมาณ ลูกค้าในบางทําเลมีการชะลอตัวตามสภาวะตลาด เช่น ระยอง และโซนใจกลางเมือง เป็นต้น ขณะที่การแข่งขันในอุตสาหกรรมอาหารและ เครื่องดื่มยังคงอยู่ในระดับสูง 

ทั้งนี้ บริษัทได้ดําเนินมาตรการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การจัดกิจกรรมส่งเสริมการ ขาย และการเพิ่มประสิทธิภาพการดําเนินงาน เพื่อกระตุ้นยอดขายและรองรับการฟื้นตัวของกําลังซื้อ โดยคาดว่าจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของยอดขายในระยะถัดไป

ภาพ ตลาดหลักทรัพย์ฯ

บริษัทรายงานกําไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจําหน่าย อยู่ที่ 44.1 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 68.2 เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ปรับตัวดีขึ้นร้อยละ 50.7 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน โดยสาเหตุที่ลดลงเกิดจากกําลังซื้อผู้บริโภคที่อ่อนตัว ประกอบกับภาวการณ์แข่งขันในตลาดที่ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ยอดขายและความสามารถในการทํากําไรลดลง

บริษัทยังต้องรับรู้ค่าใช้จ่ายคงที่ เช่น ค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าเช่า ค่าสาธารณูปโภค รวมถึงค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจําหน่ายอยู่

ทั้งนี้ บริษัทรายงานขาดทุนสุทธิในไตรมาส 1/69 อยู่ที่ 30.4 ล้านบาท ลดลง 94.2 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 147.7 เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลให้มีอัตราขาดทุนสุทธิอยู่ที่ร้อยละ 5.3 ลดลงจุดร้อยละ 14.2 เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็นไปตามสาเหตุที่กล่าวไว้ข้างต้น.

ภาพ ตลาดหลักทรัพย์ฯ

ข่าวล่าสุด

Google เพิ่มฟีเจอร์ AI สร้างแอปพลิเคชันบน Android ในไม่กี่นาที

Google เพิ่มฟีเจอร์ AI สร้างแอปพลิเคชันบน Android ในไม่กี่นาที