ราชกิจจาฯประกาศ ผู้ค้าน้ำมัน ต้องเปิดราคาขายส่ง–รายงานสต๊อก ทุกวัน
กำหนดให้ผู้ค้าน้ำมันต้องรายงานราคาจำหน่ายและปริมาณสต๊อกน้ำมันคงเหลือ ต่อกรมธุรกิจพลังงานทุกวัน และควบคุมราคาขายส่งไม่ให้สูงกว่าโครงสร้างราคาที่รัฐกำหนด
เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศของ กระทรวงพลังงาน เรื่อง “กำหนดมาตรการและเงื่อนไขการดำเนินการค้าของผู้ค้าน้ำมัน อันเนื่องมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง พ.ศ.2569”
ประกาศดังกล่าวมีสาระสำคัญว่า ปัจจุบันสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่าง สหรัฐอเมริกา, อิสราเอล และ อิหร่าน มีความตึงเครียดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเกิดการตอบโต้ทางทหารโดยการโจมตีทางอากาศต่อพื้นที่ยุทธศาสตร์หลายแห่งในตะวันออกกลาง
นอกจากนี้ ยังมีการจำกัดเส้นทางเดินเรือขนส่งสินค้าใน อ่าวเปอร์เซีย และ ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันเชื้อเพลิงของหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย อีกทั้งยังไม่สามารถประเมินได้ว่าสถานการณ์จะยุติเมื่อใด
ขณะเดียวกัน รัฐบาลพบว่า ผู้ค้าน้ำมันบางรายจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงจากหน้าโรงกลั่น หรือ คลังน้ำมันในราคาที่สูงกว่าราคาขายปลีกที่สถานีบริการ ทำให้ผู้ค้ารายย่อยไม่สามารถจัดหาน้ำมันไปจำหน่ายให้ประชาชนได้เพียงพอ ส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจและการดำรงชีวิตของประชาชน
ทั้งนี้ ที่ประชุม คณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 และการประชุมหารือสถานการณ์พลังงานเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 ได้มอบหมายให้กระทรวงพลังงานเร่งกำหนดมาตรการที่เหมาะสมเพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว
โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 4 แห่ง พระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2550 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานจึงออกประกาศกำหนดมาตรการสำคัญ ดังนี้
1. บังคับเปิดเผยราคาขายส่งและสต๊อกน้ำมัน
ผู้ค้าน้ำมันต้องแสดงราคาขายส่งน้ำมันเชื้อเพลิง รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และปริมาณน้ำมันคงเหลือในแต่ละวัน ที่หน้าโรงกลั่นและหน้าคลังน้ำมันทุกแห่ง โดยต้องแสดงหน่วยเป็นบาทต่อลิตร และลิตร พร้อมตัวเลขอารบิกอย่างชัดเจน
2. รายงานข้อมูลต่อรัฐทุกวัน
ผู้ค้าน้ำมันต้องรายงานราคาจำหน่ายและปริมาณน้ำมันคงเหลือต่ออธิบดี กรมธุรกิจพลังงาน ภายในเวลา 18.00 น. ของทุกวัน ตามรูปแบบที่กำหนด
3. ควบคุมราคาขายส่ง
ผู้ค้าน้ำมันต้องจำหน่ายน้ำมันในราคาที่ไม่สูงกว่าโครงสร้างราคาที่ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (EPPO) ประกาศแนะนำบนเว็บไซต์ สำหรับคลังน้ำมันในต่างจังหวัดสามารถรวมค่าขนส่งตามโครงสร้างราคาที่กำหนดได้
4. โรงกลั่นต้องรายงานต้นทุนการผลิต
โรงกลั่นน้ำมันต้องรายงานต้นทุนการกลั่นน้ำมันดิบต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ทุกวันศุกร์ก่อนเวลา 12.00 น. โดยต้องแจ้งรายละเอียด เช่น
ราคาน้ำมันดิบ
ค่าขนส่งและค่าระวางเรือ
ค่าประกันภัย
ค่าธรรมเนียมและภาษี
ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำ ค่าแรง
ค่าซ่อมบำรุง
ค่าเสื่อมราคาและดอกเบี้ย
5. รายงานข้อมูลการขนส่งน้ำมัน
ผู้ค้าน้ำมันต้องรายงานข้อมูลการจำหน่ายหรือขนถ่ายน้ำมัน พร้อมสำเนาเอกสารการขนส่งเข้าสู่ระบบตรวจสอบการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงของกรมธุรกิจพลังงานทุกครั้ง
กระทรวงพลังงาน ระบุว่า มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้ภาครัฐมีข้อมูลที่จำเป็นสำหรับบริหารจัดการพลังงานของประเทศ ป้องกันการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง และลดผลกระทบต่อประชาชนในช่วงที่ตลาดพลังงานโลกมีความผันผวนสูงจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
ประกาศดังกล่าวลงนามโดย อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป


