SET แกว่งไซด์เวย์ผันผวน รอความชัดเจนสถานการณ์ตะวันออกกลาง
InnovestX คาด SET แกว่งไซด์เวย์ผันผวน รอความชัดเจนสถานการณ์ตะวันออกกลาง ขณะที่ราคาน้ำมันย่อตัวลงเล็กน้อย อาจกดดันหุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำ หุ้นแนะนำวันนี้ ADVANC และ TTB
KEY
POINTS
- ตลาดหุ้นไทย (SET) เคลื่อนไหวในกรอบไซด์เวย์และมีความผันผวนสูง
- ปัจจัยหลักที่กดดันตลาดคือความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังไม่มีความชัดเจน
- สถานการณ์ดังกล่าวกดดันหุ้นกลุ่มพลังงานและสร้างความกังวลต่อราคาน้ำมันที่อาจพุ่งสูงขึ้นและจุดชนวนเงินเฟ้อรอบใหม่
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า SET แกว่ง sideways ผันผวน สถานการณ์ตะวันออกกลาง ทั้ง 2 ฝ่าย ส่งสัญญาณขัดแย้งกันเกี่ยวกับการยุติสงคราม แม้สหรัฐฯ ขยายเส้นตายการโจมตีโครงสร้างพลังงาน อิหร่านออกไปอีก 10 วัน ถึง 6 เม.ย. พร้อมระบุมีความคืบหน้า แต่อิหร่านยังไม่ตกลงและกำลังพิจารณา ขณะที่ราคาน้ำมันย่อตัวลงเล็กน้อย อาจกดดันหุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำและคาดสลับไปยังหุ้น defensive ทางเทคนิคดัชนีย่อตัวลง แนวต้านยังเป็น gap บริเวณ 1465 ส่วนการพักตัวมีแนวรับ 1430-1420
ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวไซด์เวย์และผันผวนสูง โดยตลาดยังอยู่ในภาวะ Risk-off และให้น้ำหนักกับวิกฤตในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะความเสี่ยงจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซและการยกระดับโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานภายในกลุ่มประเทศ GCC ส่งผลให้ราคาน้ำมัน Brent พุ่งทะลุ $100 ต่อบาร์เรล ซึ่งสถานการณ์นี้ไม่ใช่แค่เรื่องของราคาน้ำมัน แต่กำลังสร้างความกังวลเรื่อง Supply Shortage และอาจจุดชนวนให้เกิดภาวะเงินเฟ้อสูงรอบใหม่ทั่วโลก ซึ่งจะบีบให้ธนาคารกลาง คงอัตราดอกเบี้ยสูงไว้นานกว่าที่คาดและจะส่งผลกดดันต่อกำไรของบริษัทจดทะเบียนโดยตรง ส่วนประเด็นการเมืองในประเทศ กรณีศาล รธน. มีมติ 6:3 รับคำร้องปมบัตรเลือกงบาร์โค้ด มองตลาดให้น้ำหนักลดลง เพราะกลไกการบริหารจัดการภาครัฐยังคงเดินหน้าต่อได้
ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำแบ่งตามระดับความเสี่ยงของนักลงทุน ดั้งนี้
นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำเน้นถือเงินสดเพิ่มขึ้น และลดสัดส่วนหุ้นที่อ่อนไหวสูงต่อต้นทุนพลังงาน มีฐานลูกค้าตะวันออกกลาง หรือค่าเงินมากอ่อน อาทิ ปิโตรเคมี สายการบิน ยานยนต์ โรงไฟฟ้า SPP อิเล็กทรอนิกส์ ท่องเที่ยว และ รพ. ระดับบน ขณะที่ทำ Strategic Hedging ป้องกันพอร์ตด้วยหุ้นที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันขาขึ้น (PTTEP) โดยถึงจุด Trailing Stop หรือจุดล็อคกำโรไว้เสมอ หากสถานการณ์ดูเริ่มคลี่คลาย
นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง แนะนำ Selective Buy โดยแบ่งไม้สะสม (No Single Entry) ที่แนวรับ สำคัญ 1320-1350/1275/1100 โดยเงิน 3 ธีมหลัก ดังนี้
1.หุ้น High Dividend เพื่อสร้างกระแสเงินสดไห้แก่พอร์ตลงทุนระยะสั้น (สะสมก่อนขึ้น XD ใน เม.ย.-พ.ค. นี้) โดยเลือกหุ้นที่จ่ายเงินปันผลงวดนี้จากกำไรปี 2568 ซึ่งให้ Div. Yield iñu 5% และราคาหุ้นผันผวนต่ำ อีกทั้งมีฐานะการเงินมั่นคง ได้แก่ KTB KTC KBANK KKP TISCO BAM AP TLI
2. หุ้น High Pricing Power ซึ่งสามารถส่งผ่านต้นทุนหรือปรับราคาขายให้กับลูกค้าได้เร็ว เพราะเป็นสินค้าจำเป็น (Defensive) หรือมีคู่แข่งน้อยราย ทำให้มีความเสี่ยงจำกัดต่อปัจจัยภายนอก ได้แก่ ADVANC TRUE CPALL CPAXT BJC BEM CHG BCH PTTEP
3. หุ้นส่งออกที่ได้อานิสงส์จากบาทอ่อนค่า หรือ/และ มาตรการภาษีศุลกากรชั่วคราวของสหรัฐ ลดลงเหลือ 10% จากเดิม 19% ทำให้มีต้นทุนภาษีลดลง ช่วยหนุนมาร์จิ้นให้กว้างขึ้น ได้แก่ TU ITC DELTA HANA
Trading Idea: เก็งกำไรหุ้นที่คาดได้รับอานิสงส์จากการขับเคลื่อนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ ได้แก่ กลุ่มธนาคาร (BBL, KTB, KBANK), กลุ่มสื่อสาร (ADVANC, TRUE), กลุ่มพลังงาน (PTT), กลุ่มรับเหมา (STECON, CK) รวมถึงกลุ่มพลังงานทางเลือกอย่างไบโอดีเซล เอทานอล ปาล์ม (BBGI, GGC, UBE, UVAN, VPO, CPI)
สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ ADVANC ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากธุรกิจมีความเสี่ยงจำกัดต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ผลประกอบการมีแนวโน้มเติบโตต่อทั้งในธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเทอร์เน็ต ARPU มีแนวโน้มสูงขึ้น และต้นทุนคลื่นความถี่ที่ลดลงจากฐานสูง และมี Upside จากการใช้ประโยชน์ผลขาดทุนสะสมทางภาษี เป้าหมายระยะสั้นที่ 373 บาท
TTB ปัจจัยบวกระยะสั้นจากงาน Motor Show 2026 ที่ช่วยเพิ่มโอกาสขยายตัวของสินเชื่อยานยนต์ (คิดเป็น 28% ของพอร์ต) และมีกำหนดจ่ายเงินปันผลที่ 0.071 บาท/ หุ้น คิดเป็น Div. Yield 3.1% (XD 27 เม.ย.) อีกทั้งยังมี Downside จำกัดจากโครงการซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 3 ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน เป้าหมายระยะสั้น 2.36 บาท


