
พท.จวกปชป.แก้รธน.เพื่อประโยชน์ใคร
โฆษกพรรคเพื่อไทย ถามประชาธิปัตย์แก้รัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ตัวเองหรือประชาชน พร้อมจี้มาร์ค-กรณ์แจงจ้างที่ปรึกษาทำนโยบายรัฐบาล
โฆษกพรรคเพื่อไทย ถามประชาธิปัตย์แก้รัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ตัวเองหรือประชาชน พร้อมจี้มาร์ค-กรณ์แจงจ้างที่ปรึกษาทำนโยบายรัฐบาล
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ นายแพทย์บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาให้ข่าวว่าพรรคเพื่อไทยยังมีความสับสนและไม่มีจุดยืนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 2 ประเด็นนั้น พรรคเพื่อไทยอยากจะถามลับไปว่าพรรคประชาธิปัตย์เองมีแต่ความกระสับกระส่ายที่จะพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ได้ตามที่ได้ตกลงกับพรรคร่วมรัฐบาลเอาไว้ อีกทั้งยังเป็นการแก้ไขที่เป็นประโยชน์กับพรรคประชาธิปัตย์ที่จะมีจำนวน ส.ส.มากขึ้นด้วย เพราะฉะนั้นพรรคประชาธิปัตย์จึงพยายามโยนบาปมาที่พรรคเพื่อไทย เพื่อนไปสู่เกมทางการเมือง
นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า พรรคเพื่อไทยมีจุดยืนมาโดยตลอดว่าจะยึดรัฐธรรมนูญปี 40เพราะเห็นว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด ซึ่งพรรคเพื่อไทยจะมีการประชุมสมาชิกของพรรคเพื่อกำหนดเป็นมติของพรรคในวันจันทร์ที่ 24 มกราคมนี้
นายพร้อมพงศ์ ยังกล่าวต่อว่า สถานการณ์ล่าสุดนั้นพรรคร่วมรัฐบาลยังมีความพยายามที่จะต่อรองกันในผลประโยชน์ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ซึ่งก็ยังตกลงกันไม่ได้ และสุดท้ายก็จะได้ตัดสินว่ารัฐบาลและพรรคร่วมจะเลือกตัดสินที่ประโยชน์ของประชาชนหรือประโยชน์ของตัวเอง แต่สำหรับพรรคเพื่อไทยพร้อมในการแก้ไขครั้งนี้ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร จะมีจำนวน ส.ส.แบบใด พรรคเพื่อไทยก็มั่นใจว่าจะชนะในการเลือกตั้งอย่างแน่นอน โดยไม่จำเป็นต้องรีบออกมาแสดงจุดยืนในตอนนี้
จี้มาร์ค-กรณ์เเจงจ้างบ.แมคคินซี่ แอน คอมปะนี ทำนโยบาย
นอกจากนี้ นายพร้อมพงศ์ กล่าวถึงกรณีที่นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ยอมรับว่ามีการว่าจ้างบริษัทแมคคินซี่ แอน คอมปะนี เป็นบริษัทที่ปรึกษาในการจัดทำนโยบายของรัฐบาลนั้น เป็นเพราะว่านายกรณ์จำนนต่อหลักฐานที่พรรคเพื่อไทยนำออกมาแสดง อยากจะถามนายกรณ์ว่าเอาอะไรมาคิดในการออกนโยบายเช่นนี้ เพราะเป็นนโยบายเก่าแทบทั้งสิ้น ยกเว้นการขายไข่แบบชั่งเป็นกิโลกรัมเท่านั้น ซึ่งนโยบายเช่นนี้ก็สร้างความเดือดร้อนให้แก่แม่ค้าที่ขายไข่ด้วย แต่อีก 8 ข้อล่วนแล้วแต่ลอกเลียนแบบมาจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทั้งหมด
นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า การจัดจ้างบริษัมเอกชนของรัฐบาลในครั้งนี้น่าจะไม่สุจริต เพราะเป็นการเอื้อประโยชน์ให่แก้พวกพ้อง เพราะในการว่าจ้างนั้นก็ไม่ได้มีการประมูลราคากับบริษัทออื่น ๆ ด้วย การดำเนินการเช่นนี้ถือเป็นความล้มเหลวของรัฐบาลอสิทธิ์อย่างแท้จริง ทั้งนี้ตนอยากจะท้านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายกรณ์ ว่าการที่จะพิสูจน์หรือไม่ว่าการจ้าบริษัทในครั้งนี้เป็นการดำเนินการที่โปร่งใสหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นการว่าจ้างและเนื้องานภายหลังจากการว่าจ้างว่าได้อะไรมาบ้าง ให้ทั้ง2 คนออกมาชี้แจงกับประชาชน







