posttoday

'ถาวร เสนเนียม'หวั่นเกิดอุบัติเหตุการเมือง ขอลงปาร์ตี้ลิสต์ไทยภักดี

13 กุมภาพันธ์ 2566

'ถาวร เสนเนียม'หวั่นเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง ประกาศลงสมัครส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคไทยภักดี เนื่องจากศาลอุทธรณ์นัดพิพากษาคดีการชุมนุมกลุ่มกกปส.21มี.ค.66

นายถาวร  เสนเนียม ประธานพรรคไทยภักดี เปิดเผยว่า ในวันที่ 21 มีนาคม นี้ ศาลอุทธรณ์นัดอ่านคำพิพากษา คดีการชุมนุมกกปส.ฐานยุยงปลุกปั่นขับไล่รัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตรเมื่อปี พ.ศ. 2556-2557 ถ้าเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองและถูกศาลจำคุกพิพากษาอีกและต้องถูกคุมขังโดยหมายขังของศาล ก็ยังไม่ขาดสิทธิ์การเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.ยังสมัครได้อยู่ ตนจะขาดจากการเป็นส.ส.และขาดการเป็นสมาชิกพรรคและขาดจากการเป็นรัฐมนตรีเพราะเขาเขียนอย่างนั้น

"แต่ผมไม่ได้ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเมื่อไม่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองก็ยังคงสมัครส.ส.ได้ และนี่คือกติกา และผมไม่เคยเสียใจในการต่อสู้แม้จะติดคุกก็ตาม หากเกิดอีกผมคงจะต้องทำหน้าที่เหมือนเมื่อปี 2557 และผมต้องลงในนามบัญชีรายชื่อเพราะกลัวเกิดอุบัติเหตุอีก" นายถาวร กล่าว

นายถาวรกล่าวทิ้งท้ายว่า หากถูกศาลพิพากษาให้จำคุกในขณะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรการเป็นส.ส. ก็จะขาดทันทีแม้จำคุกเพียง 1 วัน จึงไม่ควรลงส.ส.เขตให้มีการเลือกตั้งใหม่ให้เป็นภาระและเปลืองภาษีของพี่น้องประชาชนอีก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีดังกล่าว ศาลอาญาซึ่งเป็นศาลชั้นต้น พิพากษาจำคุกนายถาวร เป็นเวลา5ปี ต่อมานายถาวรได้ยื่นอุทธรณ์โดยเสนอโต้แย้งคำพิพากษา มีเหตุผลรองรับ 483 หน้า ในหลายประเด็นแห่งข้อต่อสู้ เช่น ในข้อหายุยงปลุกปั่น ได้ต่อสู้ในประเด็น ไม่ได้ปราศรัยยุยงปลุกปั่น เพราะเป็นการนำเสนอข้อเท็จที่เกิดขึ้นต่อผู้เข้าร่วมชุมนุมและประชาชน อีกทั้งการชุมนุมคัดค้านการกระทำของรัฐบาล บุคคลที่เกี่ยวข้อง การขับไล่รัฐบาลและต่อต้านระบอบประชาธิปไตยเสียงข้างมากที่ไม่รับฟังเหตุผลเสียงข้างน้อย การออกกฎหมายนิรโทษกรรมแบบฉบับสุดซอยช่วยคนผิดไม่ต้องรับโทษ 

ส่วนในข้อหาบุกรุก ทำให้เสียทรัพย์ ได้ต่อสู้ในประเด็นแห่งองค์ประกอบความผิด เนื่องจากการเข้าสถานที่ราชการไม่ได้เกิดจากการบังคับ ขู่เข็ญ ทำร้าย หรือทำให้เกิดความกลัว อีกทั้งเจ้าหน้าที่ส่วนราชการอนุญาตให้เข้าไปในสถานที่ราชการนั้นๆ ตลอดทั้งได้ต่อสู้ในประเด็นอำนาจสอบสวน ซึ่งรายละเอียดในทุกประเด็นมีเหตุผลรองรับครบถ้วนเพื่อให้ศาลอุทธรณ์ได้พิจารณา.