เปิดแฟ้มครม.อนุทินลุยมาตรการประหยัดพลังงานเริ่มนำร่องหน่วยงานรัฐก่อน
นายกฯ อนุทินนำทีม ครม. ถกมาตรการรับมือวิกฤตพลังงาน จ่อคลอดกฎเหล็กหน่วยงานรัฐนำร่องประหยัดไฟฟ้า พร้อมปรับสูตรน้ำมันและตรึงราคาก๊าซหุงต้มช่วยประชาชน
KEY
POINTS
- มาตรการภาครัฐ: หน่วยงานราชการนำร่องประหยัดพลังงานด้วยการปรับอุณหภูมิแอร์ 26-27 องศาเซลเซียส รณรงค์ไม่สวมสูท และส่งเสริมการ Work from Home เพื่อลดการใช้พลังงาน
- ความมั่นคงทางพลังงาน: รัฐบาลสั่งเพิ่มการสำรองน้ำมันตามกฎหมายเป็น 3% ระงับการส่งออกน้ำมันชั่วคราว และเร่งจัดหาแหล่งก๊าซธรรมชาติจากต่างประเทศเพื่อป้องกันภาวะขาดแคลน
- การช่วยเหลือประชาชน: ตรึงราคาก๊าซหุงต้มถึงเดือนพฤษภาคม 2569 และจูงใจให้ประชาชนเปลี่ยนมาใช้ E20 โดยเพิ่มส่วนต่างราคาให้ถูกกว่า E10 ถึง 3 บาทต่อลิตร
การบริหารจัดการน้ำมันและปริมาณสำรองพลังงาน
เมื่อวันที่ 10มีนาคม 2569 การประชุมคณรัฐมนตรี ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม เตรียมพิจารณามาตรการประหยัดพลังงาน หลังเกิดวิกฤตการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง โดยรัฐบาลสั่งเพิ่มสัดส่วนการสำรองน้ำมันตามกฎหมายจาก 1% เป็น 3% เพื่อยืดระยะเวลาใช้น้ำมันในประเทศ พร้อมระงับการส่งออกน้ำมันชั่วคราว ยกเว้น สปป.ลาวและเมียนมา เพื่อรักษาปริมาณให้เพียงพอ ยืนยันน้ำมันมีใช้ได้ถึง 95 วัน
พร้อมกันนี้ รัฐบาลกำลังเร่งจัดหาแหล่งนำเข้าใหม่จากสหรัฐอเมริกา เซาท์แอฟริกา มาเลเซีย และออสเตรเลีย ส่วนการซื้อจากรัสเซียยังต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ด้านการผลิตไฟฟ้า ได้เร่งหาแหล่งก๊าซ LNG ใหม่มาทดแทนและเพิ่มกำลังการผลิตก๊าซในอ่าวไทย รวมถึงประสานรับซื้อไฟฟ้าจาก สปป.ลาว เพิ่มเติมเพื่อสร้างความมั่นคง
มาตรการประหยัดพลังงานในหน่วยงานภาครัฐบาล
คณะรัฐมนตรีมุ่งเน้นขอความร่วมมือจากหน่วยงานราชการเป็นลำดับแรก โดยกำหนดให้ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศไว้ที่ 26-27 องศาเซลเซียส พร้อมรณรงค์ให้ข้าราชการไม่สวมสูทหรือผูกไทในการปฏิบัติงาน รวมถึงปิดไฟในเวลาที่ไม่จำเป็น เพื่อช่วยลดการใช้พลังงานของประเทศ
นอกจากนี้ ยังส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีเพื่อลดการเดินทางผ่านมาตรการ Work from Home และการประชุมผ่านระบบออนไลน์ ทั้งนี้ สำหรับภาคประชาชนในระยะแรกจะยังคงเป็นเพียงการรณรงค์และขอความร่วมมือเท่านั้น โดยรัฐบาลจะพิจารณามาตรการบังคับหากสถานการณ์ราคาพลังงานในอนาคตทวีความรุนแรงขึ้น
การปรับสูตรเชื้อเพลิงและตรึงราคาพลังงานหลัก
รัฐบาลเตรียมปรับสูตรน้ำมันดีเซลเป็น B7 เริ่มวันที่ 14 มีนาคมนี้ เพื่อยืดระยะเวลาสำรอง พร้อมสนับสนุนการใช้ E20 ด้วยการปรับส่วนต่างราคาให้ถูกกว่า E10 ถึง 3 บาทต่อลิตร เพื่อจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้มากขึ้น ด้านก๊าซหุงต้ม (LPG) มีมติขยายเวลาตรึงราคาต่อเนื่องอีก 2 เดือน จนถึงเดือนพฤษภาคม 2569 เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้แก่พี่น้องประชาชน
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังเข้มงวดการกักตุนสินค้าและขายราคาไม่เป็นธรรมด้วยโทษปรับและจำคุกสูงสุด 7 ปี ส่วนปัญหาสภาพคล่องกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง รัฐบาลเตรียมออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้กระทรวงการคลังเข้าค้ำประกันเงินกู้เพื่อเสริมเสถียรภาพทางการเงินต่อไป


