รัฐบาลช่วยคนไทยกลับประเทศจากสงครามสหรัฐ-อิหร่านแล้ว 322 คน
รัฐบาลเผยสถานการณ์สู้รบตะวันออกกลางยังตึงเครียด มีการโจมตีต่อเนื่องหลายประเทศ พร้อมเร่งช่วยเหลือคนไทยกลับประเทศแล้ว 322 คน ย้ำหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง
ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง แถลงความคืบหน้าสถานการณ์ล่าสุด โดยระบุว่าความตึงเครียดในภูมิภาคยังคงรุนแรง มีการแลกเปลี่ยนการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในอิหร่าน อิสราเอล บาห์เรน คูเวต และเลบานอน ขณะที่ยังไม่มีสัญญาณว่าประเทศคู่ขัดแย้งหลักจะกลับเข้าสู่การเจรจา ทำให้ต้องติดตามความปลอดภัยของพื้นที่สำคัญและโครงสร้างพื้นฐานอย่างใกล้ชิด
ด้านพัฒนาการทางการเมืองของอิหร่าน เมื่อค่ำวันที่ 8 มีนาคม 2569 สภาผู้เชี่ยวชาญอิหร่านได้เลือก “โมจตาบา คาเมเนอี” บุตรชายของอายาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุด ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดคนใหม่ของประเทศ
ในส่วนของการเดินทาง สายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ส ได้เริ่มให้บริการเที่ยวบินฉุกเฉินเพื่อขนส่งสินค้าและอพยพผู้โดยสารบางส่วน โดยเมื่อวันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา ได้เปิดเที่ยวบินเส้นทางกรุงเทพฯ–โดฮา เป็นครั้งแรก เพื่อนำผู้โดยสารที่ตกค้างในไทยเดินทางกลับไปยังกรุงโดฮา และอยู่ระหว่างติดตามความเป็นไปได้ในการเปิดเที่ยวบินเส้นทางโดฮา–กรุงเทพฯ เพื่อรับผู้โดยสารตกค้างกลับไทย
กระทรวงการต่างประเทศยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีรายงานคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอน จึงขอให้คนไทยในพื้นที่เสี่ยงพิจารณาออกจากพื้นที่โดยเร็ว และลงทะเบียนแจ้งข้อมูลกับสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบ
สำหรับความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยในอิหร่าน คนไทยกลุ่มแรกจากกรุงเตหะรานและเมืองกุม จำนวน 29 คน ได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้ว โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศให้การต้อนรับที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และในวันที่ 10 มีนาคม จะมีคนไทยอีก 23 คน เดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ เพิ่มเติม
ขณะเดียวกัน ยังมีคนไทยอีกกลุ่มที่เตรียมเดินทางออกจากอิหร่านไปยังตุรกี โดยกรมการกงสุลร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงเตหะรานและกรุงอังการา อยู่ระหว่างประสานงานเพื่อให้สามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้อย่างปลอดภัย
ในประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ของไทยยังคงให้ความช่วยเหลือ อำนวยความสะดวก และมอบสิ่งของจำเป็นแก่คนไทยที่ประสงค์เดินทางกลับประเทศ พร้อมประสานสายการบินในประเทศที่ยังเปิดน่านฟ้า เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และจอร์แดน รวมถึงประสานงานเรื่องการผ่านแดนในประเทศที่ยังปิดน่านฟ้า เช่น บาห์เรน กาตาร์ คูเวต และอิรัก เพื่อให้คนไทยสามารถเดินทางไปยังประเทศข้างเคียงอย่างซาอุดีอาระเบีย โอมาน และตุรกี ก่อนเดินทางต่อกลับไทยหรือไปยังประเทศที่สาม
ทั้งนี้ ตั้งแต่เกิดสถานการณ์ความขัดแย้ง มีคนไทยที่ได้รับความช่วยเหลือให้เดินทางกลับประเทศไทยแล้วรวม 322 คน
รัฐบาลไทยย้ำว่าจะเร่งช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ให้สามารถออกจากพื้นที่อันตรายได้โดยเร็วและปลอดภัย พร้อมขอความร่วมมือคนไทยหลีกเลี่ยงการชุมนุมหรือการประท้วงในพื้นที่เสี่ยง และขอให้การแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์อยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและความรับผิดชอบต่อสังคม โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของคนไทยในพื้นที่เป็นสำคัญที่สุด.


