posttoday
เสียงสะท้อนแรงงานนอกระบบ ประชาวิวัฒน์ไม่โดนใจ

เสียงสะท้อนแรงงานนอกระบบ ประชาวิวัฒน์ไม่โดนใจ

11 มกราคม 2554

แรงงานนอกระบบระบุ ประชาวิวัฒน์ รัฐบาลมาร์คไม่ตรงใจ ชี้ไร้เงินบำนาญหากไม่ตายไม่พิการก็ไม่ได้ประโยชน์

แรงงานนอกระบบระบุ ประชาวิวัฒน์ รัฐบาลมาร์คไม่ตรงใจ ชี้ไร้เงินบำนาญหากไม่ตายไม่พิการก็ไม่ได้ประโยชน์

โดย...วิทยา ปะระมะ

“ผมมองว่ามาตรการเกี่ยวกับแรงงานนอกระบบยังไม่ตอบโจทย์สักเท่าไหร่” ดำรงค์ สังข์วงศ์ ประธานเครือข่ายเกษตรพันธสัญญา ให้ความเห็นถึงนโยบายประชาวิวัฒน์ที่รัฐบาลเพิ่งประกาศเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ซึ่งหนึ่งในนั้นมีเรื่องของการเพิ่มสวัสดิการทางสังคมแก่แรงงานนอกระบบกว่า 24 ล้านคนในประเทศไทย

มาตรการดังกล่าวคือการเพิ่มทางเลือกแก่แรงงานนอกระบบให้เข้าสู่ระบบประกันสังคมด้วยเปิดทางเลือกในการจ่ายเงินสมทบ 2 อัตราคือ 100 บาท/เดือน และ 150 บาท/เดือน

เสียงสะท้อนแรงงานนอกระบบ ประชาวิวัฒน์ไม่โดนใจ

โดยหากจ่ายสมทบ 100 บาท/เดือน ผู้สมทบจะได้สิทธิประโยชน์ 3 อย่างคือ 1.เงินทดแทนการขาดรายได้กรณีเจ็บป่วย ได้วันละ 200 บาท/วัน เป็นเวลาไม่เกิน 20 วัน 2.เงินชดเชยทุพพลภาพ ได้ 1,000 บาท/เดือน ต่อเนื่องเป็นเวลา 15 ปี และ 3.เงินชดเชยกรณีเสียชีวิต 2 หมื่นบาท/คน โดยรัฐอุดหนุนให้ 30 บาทและผู้ประกันตนจ่ายอีก 70 บาท

ส่วนอัตรา 150 บาท/เดือน จะได้สิทธิประโยชน์เพิ่มอีก 1 อย่างคือเงินบำเหน็จชราภาพซึ่งจะหักเงิน 50 บาทสะสมเป็นบำเหน็จ โดยผู้ประกันตนจะได้รับเงินเมื่อถึงอายุครบ 60 ปี มีการการันตีดอกผลขั้นต่ำ 3 % แต่อาจมากกว่านั้นขึ้นอยู่กับผลกำไรที่นำไปลงทุน โดยอัตรานี้รัฐจ่ายสมทบ 50 บาท และผู้ประกันตนจ่ายอีก 100 บาท

แม้จะเป็นเรื่องที่ดีแต่ในมุมมองของผู้ขับเคลื่อนเรื่องแรงงานนอกระบบอย่างดำรงค์มองว่าจริงๆแล้วคนที่เป็นแรงงานนอกระบบต้องการบำนาญชราภาพมากกว่า

“เท่าที่ดูแล้วมีเรื่องบำเหน็จเพียงอันเดียวที่จูงใจ ที่เหลือคือไม่ตายก็พิการถึงจะได้รับเงินซึ่งก็เป็นสิทธิประโยชน์ที่ไม่อยากใช้สักเท่าไหร่นัก ส่วนเงินชดเชยขาดรายได้วันละ 200 บาทก็ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้ระดับหนึ่ง” ดำรงค์กล่าว

ที่สำคัญเงื่อนไขในการจ่ายก็ยังไม่มีความชัดเจนจากสำนักงานประกันสังคม เช่น กรณีทุพพลภาพมีหมอจากประกันสังคมบอกว่าต้องเป็นการทุพพลภาพโดยสิ้นเชิงเท่านั้นถึงจะได้รับเงิน ถ้าแขนขาดก็ต้องขาด 2 ข้าง ถ้าขาดข้างเดียวก็ยังไม่เข้าข่ายทุพพลภาพโดยสิ้นเชิง

ยิ่งแนวโน้มของสังคมไทยในอนาคตจะเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุ ประกอบกับธรรมชาติของแรงงานนอกระบบเป็นงานที่ไม่มีความมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นอาชีพแม่บ้าน ขับแท็กซี่  มอเตอร์ไซด์รับจ้าง ฯลฯ เรื่องของการมีเงินบำนาญพื้นฐานเอาไว้เลี้ยงชีพยามชราจึงเป็นประเด็นสำคัญที่สุดที่เครือข่ายแรงงานนอกระบบพยายามผลักดันในช่วงหลายปีมานี้

สำหรับทางเลือกในการประกันความมั่นคงยามชราของแรงงานนอกระบบทุกวันนี้ ดำรงมองว่ามีเพียง 3 ทางเลือกเท่านั้น 2 ทางเลือกแรกคือการจ่ายเงินสมทบประกันสังคม 100 บาท และ 150 บาท

ส่วนทางเลือกที่ 3 คือเข้าสู่โครงการกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ซึ่งมีระบบการออมแบบขั้นบันได คืออายุ 20-30 ปี ออมเดือนละ 100 บาท/เดือน รัฐช่วยสมทบ 50 บาท อายุ 31-50 ปี ออม 100 บาท รัฐสมทบ 80 บาท และอายุ 51-60 ปี ออม 100 บาท รัฐสมทบอีก 100 บาทแล้วไปรับบำเหน็จเอาตอนอายุ 60 ปี

แต่ไม่ว่าจะเป็นทางเลือกไหนก็ไม่มีเรื่องของการจ่ายเงินบำนาญเลย อย่างมากก็คือเงินบำเหน็จหนึ่งก้อนที่ดำรงมองว่าเมื่อได้รับแล้วก็คงจะหมดไปในเวลาอันรวดเร็ว

“สิ่งที่เราต้องการคือเงินบำนาญพื้นฐานที่มาจากการออมของตัวเอง มาจากการสร้างวินัยการออม ไม่อยากให้เป็นรูปแบบที่รัฐแจกฟรีอย่างเดียวเหมือนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ วิธีนั้นมันเป็นประชานิยมและเกิดภาระทางการคลังในอนาคต ดังนั้นไหนๆก็ทำประชาวิวัฒน์ออกมาแล้วเราก็อยากให้ใส่เรื่องเงินบำนาญเข้าไปด้วย” ดำรงค์กล่าว

เช่นเดียวกับ สุจิน รุ่งสว่าง ประธานเครือข่ายแรงงานนอกระบบ กล่าวว่า เห็นด้วยกับการประกาศมาตรการดังกล่าว แม้ว่าจะยังไม่ดีมากและไม่เท่าเทียมกับแรงงานในระบบก็ตามแต่อย่างน้อยก็เป็นการเริ่มต้นที่ดีเพราะที่ผ่านมาได้มีการเรียกร้องผลักดันเรื่องดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2540 จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่เห็นเป็นรูปธรรม

แต่จากการพูดคุยกับสมาชิกเครือข่ายแรงงานนอกระบบล้วนมีความเห็นตรงกันว่าอยากเปลี่ยนจากสิทธิบำเหน็จชราภาพมาเป็นบำนาญชราภาพเนื่องจากเงินบำนาญถือเป็นหัวใจสำคัญของแรงงานนอกระบบในการดำรงชีวิตในสังคม

ด้าน รักษ์ศักดิ์ โชติชัยสถิตย์ ผู้ตรวจราชการกรม สำนักงานประกันสังคม หนึ่งในคณะทำงานที่ผลักดันแพ็คเก็จประชาวิวัฒน์สำหรับแรงงานนอกระบบชี้ว่าต้องยอมรับว่ามาตรการที่ออกมาอาจไม่ดีที่สุดแต่ก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เนื่องจากที่ผ่านมาเครือข่ายแรงงานนอกระบบพยายามผลักดันเรื่องสวัสดิการประกันสังคมมาตลอดแต่ก็ยังไม่เกิดดอกออกผลเป็นรูปธรรมสักเท่าไรนัก

“สิทธิประโยชน์อาจจะได้ไม่เทียบเท่าแรงงานในระบบเพราะสำหรับแรงงานในระบบมีนายจ้างช่วยจ่ายเงินสมทบให้อีก 5% นอกจากนี้กฎหมายก็ยังกำหนดให้รัฐบาลต้องจ่ายสมทบอีก 2.75%อีกต่างหาก ขณะที่แรงงานนอกระบบต้องจ่ายเอง โดยรัฐจ่ายสมทบเพิ่มให้อีกซึ่งกรณีนี้ก็เป็นเงินประเดิมที่รัฐจ่ายให้ สิทธิประโยชน์ที่ได้จึงไม่เทียบเท่าแรงงานในระบบ”รักษ์ศักดิ์กล่าว

...ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม นี่เป็นอีกเสียงสะท้อนหนึ่งจากแรงงานนอกระบบที่สะท้อนความว่าแม้เป็นนโยบายที่ดี แต่ส่วนลึกแล้วยังอยากได้เงินบำนาญมากกว่าสิทธิประโยชน์แบบที่ไม่เจ็บไม่ตายก็ไม่ได้ใช้อย่างที่ประกาศออกมา... 

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร