posttoday
สธ.บีบผลิตบุหรี่ปลอดไฟไหม้

สธ.บีบผลิตบุหรี่ปลอดไฟไหม้

06 มกราคม 2554

โพสต์ทูเดย์ — สธ.ชงออกกฎกระทรวง บีบผลิตบุหรี่อัจฉริยะดับเองได้ ห้ามเติมสารชูรส

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.สาธารณสุข เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมการบริโภคยาสูบแห่งชาติ มีมติให้ออกกฎกระทรวง 2 เรื่อง คือ 1.เรื่องบุหรี่ปลอดไฟไหม้ เนื่องจากพบว่าการสูบบุหรี่เป็นสาเหตุทำให้เกิดไฟไหม้ถึง 1 ใน 6 โดยจะบังคับให้บุหรี่ที่ผลิตและจำหน่ายในประเทศต้องเป็นบุหรี่ปลอดไฟไหม้ บังคับให้บุหรี่ซิกาแร็ตใช้กระดาษที่ดับได้เองเมื่อหยุดสูบ

นายจุรินทร์ กล่าวว่า บุหรี่ในปัจจุบันถ้าไม่สูบก็จะไหม้ไปเรื่อยๆ จนหมดมวน ใช้เวลาประมาณ 10 นาที ทำให้เกิดปัญหาสร้างควันบุหรี่มือสองในปริมาณสูง ขณะที่บุหรี่แบบใหม่ที่ปลอดไฟไหม้จะดับเองภายใน 2 นาที

“บุหรี่ชนิดนี้หากไม่สูบจะดับเอง และทำให้ปริมาณควันบุหรี่มือสองลดลงไปด้วย โดยกฎกระทรวงฉบับใหม่จะมีผลบังคับใช้ภายใน 365 วัน หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา” นายจุรินทร์ กล่าว

รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ปัจจุบันมีประเทศที่ใช้บุหรี่ปลอดไฟไหม้ชนิดนี้แล้ว ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ซึ่งเริ่มใช้มาตั้งแต่ปี 2547 และภายในเดือน ก.ค.ปีนี้ รัฐที่ 50 ของสหรัฐก็จะประกาศใช้เป็นรัฐสุดท้าย ส่วนประเทศแคนาดาบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2548 ประเทศออสเตรเลียและฟินแลนด์บังคับใช้ในปี 2553 ขณะที่อีก 27 ประเทศในสหภาพยุโรปได้รับหลักการแล้ว

นายจุรินทร์ กล่าวว่า นอกจากนี้ที่ประชุมคณะกรรมการฯ มีมติให้แก้กฎกระทรวง เรื่อง ห้ามเติมสารปรุงแต่งในบุหรี่เพื่อจูงใจให้มีผู้สูบเพิ่มขึ้นหรืออาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยกำหนดว่าบุหรี่ที่ผลิตหรือจำหน่ายในประเทศจะต้องไม่เติมสารที่ทำให้เข้าใจว่าเป็นผลดีต่อสุขภาพ เช่น เติมวิตามิน ผลไม้ กรดอะมิโน หรือสารที่ทำให้เข้าใจว่ามีผลบำรุงกำลัง เช่น กาแฟ รวมทั้งการเติมสารอื่นๆ ในปริมาณที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

“ปัจจุบันมีการลักลอบนำเข้าบุหรี่เติมสารชูรสต่างๆ เพื่อจูงใจวัยรุ่นและสตรีให้หันมาสูบมากขึ้น ซึ่งกฎกระทรวงฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ทันทีหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา” นายจุรินทร์ กล่าว

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีคนไทยสูบบุหรี่ประมาณ 20% ส่วนใหญ่เป็นชาย ซึ่งประชุมคณะกรรมการควบคุมการบริโภคยาสูบตั้งเป้าว่า ภายใน 5 ปี หรือปี 2557 จะลดจำนวนผู้สูบบุหรี่ลงเหลือ 10% ทั้งนักสูบหน้าเก่าและนักสูบหน้าใหม่ โดยเฉพาะนักสูบหน้าใหม่ที่เป็นเยาวชนอายุ 1524 ปี

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร