
หน้าบาทแข็ง26ศก.โต4%
ปีหอการค้าคาดส่งออกเพิ่ม8%หวังบริโภค/ท่องเที่ยวช่วยดัน
ปีหอการค้าคาดส่งออกเพิ่ม8%หวังบริโภค/ท่องเที่ยวช่วยดัน
หอการค้าคาดปีหน้าบาทแข็ง 26 บาท น้ำมันพุ่ง 100 เหรียญสหรัฐ ส่งออกเพิ่มแค่ 8% เศรษฐกิจไทยโต 4% มีการบริโภคในประเทศและท่องเที่ยวเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก
นายธนวรรธน์ พลวิชัย คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ และผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวในงานสัมมนา “ค้นทางเลือก หาทางรอดกลางวิกฤตธรรมชาติยุคบาทแข็ง” ว่า ในปี 2554 คาดค่าเงินบาทมีแนวโน้มที่จะแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไปอยู่ที่ระดับ 2627 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เนื่องจากเศรษฐกิจโลกยังเปราะบางอยู่ โดยเฉพาะเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป ซึ่งอาจจะส่งให้เศรษฐกิจโลกปีหน้าขยายตัวได้เพียง 2% จากเดิมคาดจะขยายตัวระดับ 34%
ทั้งนี้ จากค่าเงินบาทที่แข็งค่ามากขึ้น ส่งผลกระทบต่อเนื่องมาถึงการส่งออกของไทยในปี 2554 โดยคาดว่าไทยจะมีอัตราการขยายตัวจากการส่งออกเพียง 8% จากเดิมคาดไว้ 1013% ขณะที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นถึงระดับ 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ทำให้ปีหน้าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) น่าจะขยายตัวที่ระดับ 4% จากเดิม 3.55% โดยมีการบริโภคในประเทศและการท่องเที่ยวเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาพรวม แทนการส่งออก
ดังนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต้องเข้าแทรกแซงค่าเงินบาท รวมถึงออกมาตรการสกัดการเก็งกำไร โดยใช้มาตรการด้านภาษี ขณะเดียวกันต้องเร่งการออกไปลงทุนต่างประเทศ รวมถึงดูแลผู้ประกอบการในกลุ่มธุรกิจขนาด กลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่ได้รับผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่า โดยเอสเอ็มอีต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง
สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี จำเป็นต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยต้องประเมินความเสี่ยงธุรกิจใกล้ชิด โดยผู้บริหารต้องหันมาใช้เทคโนโลยี เพื่ออำนวยความสะดวกด้านข้อมูลข่าวสาร ทำความเข้าใจกับตลาดที่กำลังจะขยายตัวไปเป็นตลาดระดับภูมิภาค ดูแลต้นทุนการผลิตอยู่ตลอดเวลา รวมถึงเปรียบเทียบต้นทุนกับคู่แข่งด้วย ว่ายังอยู่ในระดับที่แข่งขันได้หรือไม่นายทศพล วังศิลาบัตร ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และกรรมการผู้บริหารสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต (เอสเอ็มไอ) กล่าวว่า สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องการความช่วยเหลือในขณะนี้ เช่น การสร้างเครือข่ายร่วมกัน การพัฒนาด้านคุณภาพและมาตรฐานสินค้า การเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพื่อนำเงินมาปรับปรุงเครื่องจักร เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การเข้าถึงตลาด และต้องการให้มีการเพิ่มทักษะแรงงานให้มากขึ้น
ตลอดจนรัฐบางต้องเร่งเข้ามาช่วยเหลือผู้ประกอบการในกลุ่มที่ไม่ได้เป็นเครือข่ายของธุรกิจขนาดใหญ่ เพราะกลุ่มดังกล่าวไม่สามารถเติบโตได้ตามบริษัทขนาดใหญ่ แต่ทำธุรกิจเพียงลำพัง รวมทั้งปรับโครงสร้างทางภาษีที่เอื้อต่อการทำธุรกิจสำหรับเอสเอ็มอี
นายวุฒิชัย ดวงรัตน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์เตรียมสรุปผลกระทบเอสเอ็มอีเพื่อออกมาตรการช่วย ให้ตรงกับความต้องการของแต่ละอุตสาหกรรม พร้อมกับเร่งหาตลาดส่งออกใหม่ ให้กับผู้ประกอบเอสเอ็มอี เพิ่มเติม ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ โดยยังคงตั้งเป้าส่งออกปีหน้าเพิ่ม 10% หรือส่งออกกว่า 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ







