สรุปเนื้อหา "ข้อกำหนดฉบับที่1" หลังประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน
สรุปสาระสำคัญของข้อกำหนดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯฉบับที่ 1 จำนวน 16 ข้อ ที่มีทั้งข้อห้าม การสั่งปิด ข้อควรปฏิบัติ คำแนะนำ และสถานที่ที่ยังเปิดดำเนินการตามปกติ
เมื่อวันที่ 25 มี.ค.63 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้ออก "ข้อกำหนด" ฉบับที่1 หลังจากประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วราชอาณาจักรตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.63 โดยมีเนื้อหาโดยสรุปดังนี้
ข้อ 1 ห้ามเข้าพื้นที่หรือสถานที่เสี่ยงต่อการติดต่อเชื้อโควิด-19
ตามมติครม. หรือ ตามที่ผู้ว่าฯกทม. และ ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือ เจ้าพนักงานควบคุมโรคได้ประกาศเอาไว้ก่อนที่มีการประกาศข้อกำหนดนี้
ข้อ 2 การปิดสถานที่เสี่ยงต่อการติดต่อโรค
ให้ผู้ว่าฯกทม. และผู้ว่าฯทุกจังหวัด พิจารณาสั่งปิดสถานที่มีคนจำนวนมากไปทำกิจกรรมร่วมกันชั่วคราว โดยอย่างน้อยให้ปิดสถานที่ดังนี้
- สนามมวย สนามกีฬา สนามแข่งขัน สนามเด็กเล่น สนามม้า ทั่วประเทศ
-ผับ สถานบริการ สถานที่แสดงมหรสพ สถานที่มีการแสดงหรือการละเล่นสาธารณะ สถานประกอบการ อาบ อบ นวด และนวดแผนโบราณ สปา สถานที่ออกกำลังกาย (ฟิตเนส) สถานบันเทิง
-สถานที่อื่นนอกจากนี้ เช่น แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ พิพิธภัณฑสถาน ห้องสมุดสาธารณะ ศาสนสถาน สถานีขนส่งหรือโดยสาร ตลาด ห้างสรรพสินค้า ให้พิจารณาโดยสั่งปิดเฉพาะส่วนหรือทั้งหมด และอาจกำหนดเงื่อนไขตามความจำเป็นเหมาะสมโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด หรือ กทม.
-กรณียังไม่มีคำสั่งปิดสถานที่ ให้เจ้าของหรือผู้ดูแลสถานที่นั้นจัดให้มีมาตรการคัดกรองและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคตามที่ราชการกำหนด
ข้อ 3 การปิดช่องทางเข้ามาในราชอาณาจักร
ให้ปิดช่องทางการเข้าออก ด่าน จุดผ่านแดน หรือจุดผ่อนปรนตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อและกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง สำหรับผู้โดยสารหรือผู้ที่เดินทางเข้าประเทศ เว้นแต่
-เป็นกรณีหรือผู้มีเหตุยกเว้นตามที่นายกฯหรือหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินกำหนด
-เป็นผู้ขนส่งสินค้าตามความจำเป็น แต่เมื่อเสร็จภารกิจแล้วให้กลับออกไปโดยเร็ว
-เป็นผู้ควบคุมยานพาหนะหรือเจ้าหน้าที่ประจำยานพาหนะ ซึ่งจำเป็นต้องเดินทางเข้ามาตามภารกิจและมีกำหนดเวลาเดินทางออกนอกประเทศชัดเจน
-เป็นบุคคลในคณะทูต คณะกงสุล องค์การระหว่างประเทศ หรือผู้แทนรัฐบาลที่มาปฏิบัติงานในประเทศไทย หรือเป็นบุคคลหรือหน่วยงานระหว่างประเทศอื่นตามที่กระทรวงการต่างประเทศอนุญาตตามความจำเป็น
-เป็นผู้ไม่มีสัญชาติไทย แต่มีใบอนุญาตทำงานหรือได้รับอนุญาตจากทางราชการให้ทำงานในราชอาณาจักร
-เป็นผู้มีสัญชาติไทย ในกรณีนี้ให้ติดต่อสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยในประเทศที่พำนักเพื่อออกหนังสือรับรอง หรือมีใบรับรองแพทย์ ก่อนเดินทางกลับเข้าประเทศไทย
-บุคคลซึ่งได้รับการยกเว้นหรือผ่อนผัน ต้องมีใบรับรองแพทย์ที่ยืนยันว่ามีสุขภาพเหมาะสมต่อการเดินทางทางอากาศ ซึ่งได้รับการตรวจรับรองหรือออกให้มีระยะเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทาง
-เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองมีอำนาจปฏิเสธไม่ให้ผู้ไม่มีสัญชาติไทยที่ตรวจพบหรือต้องสงสัยว่าติดเชื้อโควิด-19หรือไม่ยินยอมให้ตรวจเข้ามาในประเทศไทย
ข้อ 4 การห้ามกักตุนสินค้า
ห้ามผู้ใดกักตุนสินค้าซึ่งเป็นยา เวชภัณฑ์ อาหาร น้ำดื่ม หรือสินค้าที่จำเป็นต่อการอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน สำหรับกรณีที่เป็นสินค้าควบคุม การผลิตสินค้าให้มีคุณภาพ ปริมาณการผลิต การควบคุมราคาจำหน่ายและการส่งออกไปต่างประเทศให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ข้อ 5 การห้ามชุมนุม
ห้ามมิให้มีการชุมนุม การทำกิจกรรม หรือการมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆ ในสถานที่แออัดหรือกระทำการอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย
ข้อ 6 การเสนอข่าว
ห้ามการเสนอข่าวหรือข้อมูลเท็จเกี่ยวกับสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 และอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว รวมทั้งห้ามเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสารอันทำให้เกิดความเข้าใจผิด / ให้เจ้าหน้าที่เตือนให้ระงับหรือสั่งแก้ไขข่าว หรือ หากมีผลกระทบรุนแรงให้ดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
ข้อ 7 มาตรการเตรียมรับสถานการณ์
-ให้ผู้ว่าราชการทุกจังหวัด เป็นผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในท้องที่รับผิดชอบ
-ให้หน่วยงานรัฐทุกแห่งกำหนดและประชาสัมพันธ์เผยแพร่มาตรการเพื่อช่วยเหลือหรือบรรเทาผลกระทบอันเกิดจากการบังคับใช้มาตรการของรัฐต่อประชาชน
-ให้โรงพยาบาล สถานพยาบาลหรือหน่วยงานมีหน้าที่และอำนาจในการป้องกันและดูแลรักษาผู้ป่วยทั้งภาครัฐและเอกชน จัดหายา เวชภัณฑ์ เครื่องมือในการตรวจโรค เครื่องช่วยในการหายใจและอุปกรณ์อื่นๆ ที่จำเป็นให้เพียงพอตามมาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด
-ขอความร่วมมือดัดแปลงสถานที่ต่างๆเช่น โรงแรม โรงเรียน มหาวิทยาลัย หอประชุม สถานที่ปฏิบัติธรรม ศาลาวัด อาคารของเอกชนที่ยังไม่ได้ใช้งานหรือสถานที่ราชการ สถานที่อกชนอื่นๆเป็นโรงพยาบาลชั่วคราว
-ในการกักกันตัวเองไว้สังเกตอาการ ให้เจ้าหน้าที่ที่ผู้ว่าฯจัดตั้งขึ้น หรืออาสาสมัครสามารถเข้าตรวจสอบการเฝ้าระวังหรือความเข้มงวดจริงจังในการกักกันตันเอง
ข้อ 8 มาตรการพึงปฏิบัติสำหรับบุคคลบางประเภท
ให้ "กลุ่มคนเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อโควิด-19ได้ง่าย" อยู่ในเคหสถานหรือบริเวณสถานที่พำนักของตน เพื่อป้องกันตนเองจากการติดเชื้อจากสภาพแวดล้อมภายนอก
-ผู้สูงอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป
-กลุ่มคนที่มีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง โรคระบบทางเดินหายใจ โรคภูมิแพ้ซึ่งมีภูมิคุ้มกันต่ำตามธรรมชาติของโรคและด้วยยาที่ใช้รักษา
-กลุ่มเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปีลงมา
-เว้นแต่บุคคลเหล่านี้มีความจำเป็นต้องไปพบแพทย์ การรักษาพยาบาล การปฏิบัติงานหรือการทำธุรกรรมเกี่ยวกับตลาดหลักทรัพย์และสถาบันการเงิน ตู้เอทีเอ็ม การสื่อสารมวลชน โทรคมนาคมและไปรษณีย์ การให้บริการขนส่งผู้โดยสารและขนส่งสินค้า การจัดหาและซื้อขายอาหาร การติดต่อด้านคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พนักงานอัยการหรือศาลตามความจำเป็น หรือการเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน
ข้อ 9 การออกนอกราชอาณาจักร
-ให้กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้มงวดในการตรวจตราหรือออกวีซ่า หรืออนุญาตให้ชาวต่างประเทศอยู่ในราชอาณาจักร / ผู้ที่ไม่มีสัญชาติไทย หรือไม่มีที่อยู่ในประเทศที่ประสงค์เดินทางออก จะได้รับการอำนวยความสะดวกในการเดินทาง
ข้อ 10 มาตรการดูแลความสงบเรียบร้อย
- ในกทม.ให้ ตำรวจจัดเวรยามหรือตั้งจุดตรวจตามถนน สถานีขนส่งหรือโดยสารเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ การก่ออาชญากรรม การรวมกลุ่มชุมนุมหรือมั่วสุม หรือ การกระทำอันเป็นการฉวยโอกาสซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชน หรือ กลั่นแกล้งเพื่อแพร่เชื้อโรค
-จังหวัดอื่นนอก กทม. ให้มีมาตรการตั้งด่านตรวจ หรือ จุดสกัด ดูแลการเดินทางข้ามจังหวัดเพื่อจัดระเบียบการเดินทาง การจราจร การเฝ้าระวังหรือสังเกตอาการผู้เดินทางและพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดต่อโรค
ข้อ 11 มาตรการป้องกันโรค
ให้มีมาตรการป้องกันโรคตามที่ทางราชการกำหนด ดังนี้
-เช็ดทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสของสถานที่เกี่ยวข้องก่อนการจัดกิจกรรม และให้กำจัดขยะมูลฝอยทุกวัน
-ให้เจ้าหน้าที่ ผู้ประกอบการ ผู้ร่วมงาน ผู้ร่วมกิจกรรม ลูกจ้าง ผู้ใช้บริการสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า
-ล้างมือด้วยสบู่ แอลกอฮอล์ เจลหรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรค
-เว้นระยะนั่งหรือยืนห่างกันอย่างน้อย 1 เมตรเพื่อป้องกันการติดต่อสัมผัสหรือแพร่เชื้อโรคทางฝอยละอองน้ำลาย
-ให้ควบคุมจำนวนผู้ร่วมกิจกรรมมิให้แออัด หรือลดเวลาในการทำกิจกรรมให้สั้นลง
-เจ้าหน้าที่อาจเพิ่มมาตรการใช้แอพพลิเคชั่นติดตามตัวทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ และนำมาตรการคุมไว้สังเกตหรือมาตรการกักคัวอย่างน้อย 14 วันมาใช้แก่บุคคลบางประเภทตามความจำเป็น
ข้อ 12 นโยบายยังคงให้เปิดสถานที่ทำการตามปกติ
รัฐบาลมีนโยบายให้เปิดสถานที่ทำการตามปกติ ดังนี้
-โรงพยาบาล สถานพยาบาล คลินิกแพทย์รักษาโรค ร้านขายยา
-ร้านอาหารในส่วนซึ่งมิใช้สถานบันเทิงหรือสถานบริการและแผงจำหน่ายอาหาร ซึ่งผู้บริโภคซื้อไปบริโภคนอกสถานที่
-โรงแรมในส่วนซึ่งเป็นที่พักอาศัยและร้านอาหาร
-ร้านสะดวกซื้อขนาดเล็ก ร้านค้าทั่วไป
-ห้างสรรพสินค้าในส่วนซึ่งเป็นแผนกซุปเปอร์มาร์เก็ต แผนกขายยา แผนกอาหาร แผนกสินค้าเบ็ดเตล็ดอันจำเป็นต่อการดำรงชีวิต
-โรงงาน ธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกรรมการเงิน ธนาคาร ตู้เอทีเอ็ม ตลาดและตลาดนัดในส่วนซึ่งจำหน่ายอาหารสด อาหารแห้ง อาหารปรุงสำเร็จ อาหารสัตว์ เวชภัณฑ์และสินค้าเบ็ดเตล็ดอันจำเป็น
-สถานที่จำหน่ายแก๊สหุงต้ม เชื้อเพลิง ปั๊มน้ำมัน ปั๊มแก๊ส
-การให้บริการขนส่งผู้โดยสารและขนส่งสินค้า รวมทั้งบริการส่งสินค้าและอาหารตามสั่ง ยังคงประกอบกิจการต่อไปได้ตามปกติเพื่อความสะดวกและความเป็นอยู่ตามปกติของประชาชนมิให้ขาดแคลนหรือเดือดร้อนยากลำบากเกินควร
-ผู้เกี่ยวข้องต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคตามที่ราชการกำหนด
-สถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่นๆของรัฐ ยังคงเปิดดำเนินการในวันและเวลาราชการตามปกติ เว้นแต่มีประกาศให้ปิดหรืองดดำเนินการไปก่อนแล้ว เช่น สถาบันศึกษา
ข้อ 13 คำแนะนำเกี่ยวกับการเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัด
ในช่วงเวลานี้ประชาชนพึงงด หรือ ชะลอ การเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัดโดยไม่จำเป็นและควรพักหรือทำงานอยู่ ณ ที่พำนักของตน กรณีจำเป็นต้องเดินทางข้ามเขตพื้นที่ ต้องรับการตรวจคัดกรองและปฏิบัติตามมาตรการที่ทางราชการกำหนด เพื่อประโยชน์ในการติดตามตัวมารับการตรวจอาการหรือกักกันตัว
ข้อ14 คำแนะนำในการจัดกิจกรรมอื่นๆ
การจัดกิจกรรมหรือพิธีการทางสังคมตามประเพณีนิยม เช่น พิธีมงคลสมรส พิธีเซ่นไหว้บรรบุรุษ พิธีบำเพ็ญกุศล พิธีศพ พิธีสงกรานต์หรือกิจกรรมภายในครอบครัว ตลอดจนกิจกรรมหรืองานพิธีที่ทางราชการจัดขึ้น "ยังคงจัดได้ตามความเหมาะสม" แต่ต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค
ข้อ 15 โทษ
ผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม ข้อ 1 ข้อ 2 ข้อ 3 ข้อ 4 ข้อ 5 และ ข้อ 6 ในข้อกำหนดนี้ ต้องรับโทษตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และอาจมีความผิดตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ หรือ พ.รบ.ราคาสินค้าและบริการแล้วแต่กรณี
ข้อ 16 การใช้ข้อบังคับ
ข้อกำหนดนี้ให้ใช้บังคับทั่วราชอาณาจักรรวมทั้งพื้นที่ที่อยู่ระหว่างการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง (จังหวัดชายแดนภาคใต้) ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป


