posttoday

สมาคมค้าปลีกแถลงย้ำสินค้าบริโภคมีพอทั้งปีไม่ต้องกักตุน

20 มีนาคม 2563

ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ทำเนียบรัฐบาลเชิญประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทยมาแถลงสร้างความเชื่อมั่นยันอาหารมีพอทั้งปีประชาชนไม่ต้องกักตุน

ที่ศูนย์ข้อมูลโควิด –19 ทำเนียบรัฐบาล นายคมสัน ขวัญใจธัญญา รักษาการประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย แถลงยืนยันว่า ประชาชนไม่จำเป็นต้องกักตุนสินค้าอุปโภคบริโภค เพราะสินค้าเรามีเพียงพอ เนื่องจากไทยเป็นประเทศที่ผลิตอาหารส่งออกเป็นลำดับต้นๆ ของโลกอยู่แล้ว ปริมาณข้าวที่มีเราสำรองไว้บริโภคได้ทั้งปี

ทั้งนี้หากเทียบเคียงกับตอนน้ำท่วมปี 54 ตอนนั้นโรงงานผลิตและคลังกระจายสินค้าถูกน้ำท่วมหมด อาหารยังไม่ขาดแคลน แต่ครั้งนี้โรงผลิตและคลังสินค้าไม่ได้รับผลกระทบอะไร และหากสินค้าบนชั้นวางหมด สามารถเติมได้ทันทีภายในเวลา 12 ชั่วโมง ขณะเดียวกัน ขณะนี้การสั่งสินค้าออนไลน์เพิ่มมากขึ้น การจัดส่งอาจล่าช้าจากเดิมบ้าง แต่ถือเป็นทางเลือกหนึ่ง

ด้าน นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ตัวเลขการผลิตหน้ากาก จากเดิม 1.2 – 1.3 ล้านชิ้นต่อวัน แต่ขณะนี้สามารถผลิตได้ 2.28 ล้านชิ้นต่อวัน โดยจะจัดสรรให้บุคลากรแพทย์ 1.3 ล้านชิ้นต่อวัน กระทรวงพาณิชย์จัดสรรให้ประชาชน 9 แสนกว่าชิ้น ส่วนหน้ากากทางเลือกนั้นเราอยากให้ประชาชนได้ใช้ กระทรวงมหาดไทยและจิตอาสาร่วมกันผลิต มียอดสะสม 12.8 ล้านชิ้น มีเป้าหมายให้ได้ 50 ล้านชิ้นในเดือน มี.ค.นี้ ส่วนกรมราชทัณฑ์ผลิตได้ยอดเกือบ 8 แสนชิ้น กระทรวงกลาโหม 2 แสนกว่าชิ้น และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 2 แสนกว่าชิ้น

ขณะที่ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่อยากให้ประชาชนยึดติดกับคำว่าปิดประเทศ แต่ให้ดูผลลัพธ์ คือ การควบคุมเชื้อจากต่างประเทศและภายในประเทศว่าเราควบคุมได้แค่ไหน สำหรับเชื้อจากต่างประเทศ โอกาสที่จะมีคนเดินทางมาได้น้อยมาก วันนี้ทุกคนที่เดินทางเข้ามาไทยทั้ง บก น้ำ อากาศ ต้องมีใบรับรองแพทย์ ต้องมีอายุไม่เกิน 3 วัน ต้องมีกรมธรรม์ประกันสุขภาพ และต้องกักตัว 14 วัน เชื้อจากต่างประเทศเข้ามาแทบไม่มี แม้ไม่ปิดประเทศ แต่ผลลัพธ์ก็คล้ายๆ กัน เรื่องใบรับรองแพทย์ ทีมไทยแลนด์จะให้การอำนวยความสะดวก ซึ่งย่อมมีผลกระทบเกิดขึ้นบ้าง อาจมีกระบวนการขั้นตอนยุ่งยาก แต่อยากให้อดทนเพื่อจะกรองเชื้อได้

นางนฤมล กล่าวว่า ส่วนเชื้อในประเทศนั้น ที่พูดถึงคำว่า ปิด กทม.หมายความว่า แค่ไม่ให้คนเข้าออกกทม หรือไม่ให้ออกจากบ้านเลย ถ้าไม่ให้ออกจากบ้านจะส่งผลกระทบต่อชีวิตทุกคนใน กทม. ถ้าประกาศเปรี้ยงไปเลยจะเกิดผลอย่างมาเลเซีย คนจะแห่ออกไปต่างจังหวัดทันที เชื้อจะออกจาก กทม.อย่างรวดเร็วจนควบคุมไม่ได้ เราจึงเลือกใช้วิธีการที่จะควบคุมเชื้อใน กทม.และปริมณฑล และถ้าไม่ให้ออกจากบ้านต้องมีแผนรองรับ ทั้งการเตรียมอาหาร ของใช้จำเป็น ต้องมีการเตรียมพร้อมให้เพียงพอ รวมถึงกระบวนการลำเลียงสิ่งของไปให้ ซึ่งได้มีการวางแผนเป็นขั้นเป็นตอนอยู่

" ตอนนี้เป็นการปรับพฤติกรรมคนไทยในการดูแลตัวเอง บุคลากรทางแพทย์เหมือนอยู่ในสนามรบ ด่านหน้า ปะทะกับเชื้ออยู่ ถ้าอยากช่วยขอให้ทุกคนอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ หากยกระดับ พวกเราจะได้พร้อมที่จะเข้าสู่การยกระดับ จึงขอให้ทุกคนร่วมมือกับรัฐ ถ้าจะมีการปิดสถานที่อะไรเพิ่มเติม ขอให้รับฟังจากศูนย์ฯนี้เท่านั้น"นางนฤมล กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทำร้านเหล้า-บาร์ให้ถูกกฎหมาย ต้องจ่ายภาษีแบบไหนบ้าง?