posttoday

‘ปิดทองหลังพระ’วางเป้า5ปี เกษตรทฤษฎีใหม่สร้างรายได้3พันล้าน

04 มีนาคม 2563

‘ปิดทองหลังพระ’ ยกระดับครัวเรือนมีรายได้ด้วยเกษตรทฤษฎีใหม่ 3,000 ล้าน ปั้นครูภูมิปัญญาเกษตรใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ 200 คน ฟื้นฟูฐานะความยากจน ขับเคลื่อนมาตรการเร่งด่วนชูอุดรธานีโมเดลต้นแบบรับมือภัยแล้งรุนแรงสุดในรอบ 40 ปี

ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล ประธานคณะกรรมการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนว พระราชดำริ   กล่าวในการแถลงผลการดำเนินงาน “10 ปี ปิดทองหลังพระ” ว่า  ในระยะ 10 ปีของการดำเนินงาน ปิดทองหลังพระ ฯ ได้ขยายงานการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาที่ยั่งยืน จากจุดเริ่มต้นที่จ.น่าน ปัจจุบันขยายไปรวม 13 จังหวัด มีโครงการที่ขับเคลื่อน 3 กลุ่ม กลุ่มบริหารจัดการแหล่งน้ำเพื่อพัฒนาอาชีพ กลุ่มอนุรักษ์พื้นที่ป่าและสร้างอาชีพ  และกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ

สำหรับการทำงานใน 5 ปีข้างหน้า (2564-2568) ได้กำหนดเป้าหมายพร้อมตัวชี้วัด ทั้งในส่วนพื้นที่ต้นแบบเดิมที่จะส่งเสริมชุมชนให้ผ่านจากการอยู่รอดไปพอเพียงและยั่งยืนตามพระราชดำริ โดยคาดว่าเมื่อสิ้นแผนจะมีครัวเรือนทฤษฎีใหม่ 6,433 ครัวเรือน รายได้ทางการเกษตร 3,088 ล้านบาท และ พื้นที่ชายแดนใต้ เกิดครูภูมิปัญญาเกษตร 200 คน และรายได้ทางเกษตร 1,800 ล้านบาท  ส่วนพื้นที่ชายแดนเหนือ จะร่วมพัฒนาโครงการกับท้องถิ่น 280 หมู่บ้าน

ทั้งนี้ในระยะเร่งด่วนนี้มีประเด็นที่ปิดทองหลังพระฯ จะเร่งขับเคลื่อนคือ การรับมือภัยแล้งที่รุนแรงมากที่สุดในรอบ 40 ปี  ซึ่งคนไทยตระหนักเรื่องนี้นี้เมื่อเห็นภาพประชาชนสามารถเดินไปถึงกลางแม่น้ำโขงได้ โดยการขับเคลื่อนในเรื่องนี้ ปิดทองหลังพระฯ เลือกดำเนินการที่จังหวัดอุดรธานี ได้การสร้างเครือข่ายขึ้นมาประกอบด้วยจังหวัด เอกชน พัฒนาอาชีพเกษตรสมัยใหม่ที่ใช้น้ำน้อย ซึ่งกำลังประเมินผลเพื่อนำไปปรับใช้ในพื้นที่อื่น ๆ โดยมีการดำเนิน งานที่ครบทั้งวงจร คือ -ชาวบ้านยินดีและพร้อมจะเข้าร่วม มีระบบสนับสนุนทรัพยากรและความรู้  มีการตลาดรองรับสินค้า

โครงการต้นแบบที่อุดรธานี มีการคัดเลือกเกษรตรเข้ามาร่วมงาน 19 ราย โดยเจ้าของที่ดินติดแหล่งน้ำเปิดให้เพื่อนบ้านเข้ามาดำเนินงานได้โดยไม่คิดเงิน  ปิดทองหลังพระฯ ช่วยลงทุนล่วงหน้าด้านโรงเรือนและระบบน้ำหยดแล้วเกษตรกรจ่ายคืนภายหลัง  จัดระบบการทำงานอย่างเคร่งครัดเพื่อให้เกษตรกรเรียนรู้การทำเกษตรให้ได้มาตรฐานตามความต้องการของตลาด เอกชน บริษัทเจริญโภคภัณฑ์ /แมคโคร ฯลฯ ร่วมวางแผนการผลิตและการตลาดให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค  จังหวัดประสานส่วนราชการอื่น ๆให้ความสนับสนุน ตลอดจนเรียนรู้กระบวนการเพื่อนำไปขยายผล ซึ่งคาดว่าโครงการนี้จะคืนทุนได้ภายในประมาณ 3 ปี เมื่อถึงเวลานั้นเกษตรกรจะเป็นเจ้าของโรงเรือนและระบบน้ำ มีความรู้ในการผลิตพืชผักที่มีมาตรฐานสูง และมีตลาดรองรับสินค้าอย่างสม่ำเสมอ

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ปิดทองหลังพระฯ จากทุกพื้นที่ ก็เข้ามาร่วมเรียนรู้กระบวนการ และนำไปขยายผลในพื้นที่ของตนเอง เพื่อช่วยนำประชาชนผ่านภัยแล้งที่รุนแรงนี้ พร้อมกับยกระดับความสามารถให้เขาเกิดความยั่งยืนต่อไป

ม.ร.ว.ดิศนัดดา กล่าวถึงรายละเอียดผลการดำเนินงานในระยะ 10 ปีของปิดทองหลังพระ ฯ ว่า ได้ขยายงานการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาที่ยั่งยืน จากจุดเริ่มต้นที่จ.น่าน ปัจจุบันขยายไปรวม 13 จังหวัด ประกอบด้วย อุดรธานี ขอนแก่น กาฬสินธุ์ อุทัยธานี เพชรบุรี สามจังหวัดชายแดนใต้ สี่จังหวัดชายแดนเหนือ แบ่งการพัฒนาเป็น 3 กลุ่ม ตามความแตกต่างของภูมิสังคม ได้แก่ กลุ่มบริหารจัดการแหล่งน้ำเพื่อพัฒนาอาชีพ กลุ่มอนุรักษ์พื้นที่ป่าและสร้างอาชีพ  และกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ ได้แก่ สามจังหวัดชายแดนใต้ที่เป็นพื้นที่ยากจนเรื้อรัง มีความรุนแรงยาวนาน และกลุ่มสี่จังหวัดชายแดนเหนือที่ปัญหาคุณภาพชีวิตของคน กระตุ้นให้ยาเสพติดทะลักเข้ามาได้ง่าย

ผลงานของกลุ่มบริหารจัดการแหล่งน้ำเพื่อพัฒนาอาชีพ มีครัวเรือนที่มาร่วมทำงานกับปิดทองหลังพระฯ  1,758 ครัวเรือน มีรายได้ทางเกษตรสะสม 493 ล้านบาท และพัฒนามาเป็นกลุ่มผลิตสินค้า 16 กลุ่ม มีการบูรณาการให้หน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา เข้า มาช่วยเป็นครั้งเป็นคราว รวม 56 องค์กร

กลุ่มฟื้นฟูป่าและส่งเสริมอาชีพทางเลือกนั้น ในจังหวัดน่าน มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงเข้ามาร่วมปลูกป่าสามอย่าง รวมพื้นที่ 200,000ไร่ จังหวัดอุทัยธานี สามารถคืนพื้นที่ป่าจากการทำเกษตรเชิงเดี่ยวได้ 6,000 ไร่ และเพชรบุรีไม่มีการบุกรุกป่าเพิ่มเติมนับจากมีโครงการ มี 2,234 ครัวเรือนที่ร่วมงานกับเรา ส่ามารถสร้างรายได้สะสม 1,223 ล้านบาท โดยเราทำงานบูรณาการกับหน่วยงานต่าง ๆ 63 แห่ง    และ สุดท้าย กลุ่มเป้าหมายเฉพาะ(issue based)  ใน3จังหวัดชายแดนใต้ มีประชากรร่วมงานด้วย 607 ครัวเรือน ทำรายได้สะสม 86 ล้านบาท และ 4 จังหวัดภาคเหนือเน้นการฝึกอบรม เพื่อกระตุ้นให้นำแนวพระราชดำริไปพัฒนาด้วยตนเอง ซึ่งตอนนี้อบรมไปแล้ว 119 ตำบล

นอกจากนี้ ยังมีส่วนของการขยายแนวพระราชดำริไปยังนอกพื้นที่ต้นแบบ ในจ.น่านและอุดรธานี โดยการ่วมกับกระทรวงมหาดไทยพัฒนาแหล่งน้ำ ทำให้ 71,215 ครัวเรือนได้ทำเกษตรนอกฤดู สร้างรายได้จากการประกอบอาชีพ 1,144 ล้านบาท

"ในระยะเวลา 10 ปี ที่เราร่วมกันทำงานมา ได้ความคลอบคลุมทั้งด้านรายได้ และกิจกรรมเพื่อความยั่งยืนทั้งด้านการพัฒนาคน  เราได้ร่วมกับชุมชนและราชการพัฒนาแหล่งน้ำและสร้างฝาย 6,259 แห่งส่งเสริมอาชีพให้แก่ประชาชน ทำให้เกิดรายได้จากการเกษตรทั้งในพื้นที่ต้นแบบและขยายผล รวม 2,956 ล้านบาท  ประชาชนเข้าร่วมพัฒนาตามแนวพระราชดำริในพื้นที่ต้นแบบและขยายผลรวม 75,841 ครัวเรือน  ร่วมกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง เพิ่มพื้นที่ป่า 2.09 แสนไร่ในจังหวัดน่าน  เพิ่มพื้นที่ป่า 6 พันไร่ ในอุทัยธานี  ยุติการบุกรุกป่าเพิ่มขึ้นอย่างสมบูรณ์ในเพชรบุรี ประชาชนในบางพื้นที่ผ่านจากความอยู่รอดและเริ่มเข้าสู่ระดับความพอเพียง มีการจัดตั้งกลุ่มอาชีพ บริหารจัดการกันเอง รวมกัน 67 กลุ่ม มีเงินทุนรวม 12 ล้านบาท การรวมตัวบริหารทรัพยากรธรรมชาติ 55 กลุ่ม  การฝึกอบรมการพัฒนาตามแนวพระราชดำริให้แก่หน่วยงานต่าง ๆ 11,347คน เพื่อให้เกิดการนำเอาไปใช้ในพื้นที่อื่นๆ “ ม.ร.ว.ดิศนัดดา กล่าว

ข่าวล่าสุด

“SONKLIN Weeks” เสิร์ฟเมนูซิกเนเจอร์ค็อกเทลจาก “ซ่อนกลิ่น”