posttoday

โดนแล้ว! ตร.แจ้งข้อหาแก๊งรีไซเคิล "หน้ากากอนามัยมือสอง"

03 มีนาคม 2563

รองโฆษกตำรวจเผยเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหากับกลุ่มผู้ต้องหาที่รีไซเคิลหน้ากากอนามัยมือสองและนำมาขายใหม่แล้ว เผยมีโทษทั้งจำคุกและปรับ

เมื่อวันที่่ 3 มี.ค. 63 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษกตำรวจ กล่าวถึง ความคืบหน้ากรณีการปฏิบัติงานร่วมระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ สาธารณสุขอำเภอ และฝ่ายปกครองทลายแหล่งรีไซเคิลหน้ากากอนามัยมือสอง ส่งจำหน่าย เมื่อวันที่ 2 มี.ค.63 ในเขตพื้นที่ สภ.วิหารแดง จว.สระบุรี ว่า

ได้รับรายงานเพิ่มเติมจาก สภ.วิหารแดง ว่า การกรณีดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบแล้วพบว่ามีการกระทำความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พนักงานสอบสวนจึงได้แจ้งข้อกล่าวหา กับผู้ต้องหา จำนวน 3 ราย ซึ่งเป็นผู้ครอบครองสถานที่ในการก่อเหตุจำนวน 2 ราย และผู้นำของไปขาย จำนวน 1 ราย ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 271 “ผู้ใดขายของโดยหลอกลวงด้วยประการใด ๆ ให้ผู้ซื้อหลงเชื่อในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพหรือปริมาณแห่งของนั้นอันเป็นเท็จ ถ้าการกระทำนั้นไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

และ ตาม พรบ.ควบคุมการขายทอดตลาดและค้าของเก่า พ.ศ.2474 มาตรา 4 “ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบอาชีพขายทอดตลาดหรือค้าของเก่าเว้นแต่จะได้รับอนุญาติ” ประกอบกับ มาตรา 12 “ผู้ใดประกอบอาชีพขายทอดตลาดหรือค้าของเก่าโดยไม่ได้รับใบอนุญาต” โทษจําคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

แต่จะมีความผิดตาม พรบ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 หรือไม่นั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะประสานการปฎิบัติกับพาณิชย์จังหวัดเพื่อไปตรวจสอบและดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องต่อไป

รอง โฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า ขอฝากเตือนไปยังผู้ใดที่คิดจะกระทำการในลักษณะแบบนี้ ขอให้คำนึงถึงผลกระทบและตระหนักถึงความรับผิดชอบที่ควรมีต่อสังคม

เป็นที่ทราบกันดีว่า ปัจจุบันในห้วงที่มีการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดและการป้องกันไวรัสโควิด 19 นั้น ทำให้ประชาชนมีความต้องการหน้ากากอนามัยเพิ่มมากขึ้น และไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน และหากผู้ประกอบการหรือผู้ใดคิดที่จะฉวยโอกาสกอบโกยเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ เป็นเหตุให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเด็ดขาด มิให้ผู้ใดฉวยโอกาสและซ้ำเติมพี่น้องประชาชน

อีกทั้ง กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) มีมาตรการในการกำกับดูแลปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น จำนวน 3 มาตรการ ดังนี้

1. มาตรการปราบปราม: ร่วมกับกรมการค้าภายใน จัดชุดปฏิบัติการเป็น 6 ชุด ออกตรวจสอบทุกพื้นที่และล่อซื้อจับกุมทุกวัน

2. มาตรการสืบสวน: การสืบสวน โดยทำการล่อซื้อผู้จำหน่ายทางอินเตอร์เนตและช่องทางอื่นที่เกี่ยวข้อง

3. มาตรการตรวจสอบและประชาสัมพันธ์: ได้ทำการตรวจสอบร้านค้า และแจกโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ จำนวน 326 แห่ง ผลการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบร้านที่มีการขายสินค้าเกินราคาและกักตุนสินค้า

ข่าวล่าสุด

“SONKLIN Weeks” เสิร์ฟเมนูซิกเนเจอร์ค็อกเทลจาก “ซ่อนกลิ่น”