
เพื่อไทย ปูด งบภัยแล้งกระจุกแค่ 8 จว.
เพื่อไทย ปูด งบภัยแล้งกระจุก 8 จว. บุรีรัมย์ รับเยอะสุด 486 ล. แถมขอขยายเวลารับการช่วยเหลือออกไปโดยไม่จำเป็น อภิสิทธิ์ รับสภาพขอตรวจสอบก่อน
เพื่อไทย ปูด งบภัยแล้งกระจุก 8 จว. บุรีรัมย์ รับเยอะสุด 486 ล. แถมขอขยายเวลารับการช่วยเหลือออกไปโดยไม่จำเป็น อภิสิทธิ์ รับสภาพขอตรวจสอบก่อน
ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีการพิจารณากระทู้ถามสดเรื่อง การบริหารราชการแผ่นดินที่ไร้ระบบธรรมาภิบาล ของนายชวลิต วิชยสุทธ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย โดยมีเนื้อหาว่า เกิดการบริหารราชการที่ส่อไปในทางทุจริตอีกเรื่อง คือ โครงการแก้ปัญหาภัยแล้ง โดยคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ติดตามการบริหารงบประมาณ สภาฯที่มีนายนายเจริญ จรรย์โกมล ส.ส.ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย พบว่าการใช้งบกลางประจำปีงบประมาณ 2553 สำหรับกรณีฉุกเฉิน 873 ล้านบาทเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งมีเพียง 8 จังหวัดที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณเท่านั้น ประกอบด้วย 1. บุรีรัมย์486ล้านบาท 2. นครราชสีมา 49 ล้านบาท 3. มหาสารคาม 20 ล้านบาท 4.ยโสธร 80 ล้านบาท 5.เชียงราย 107 6.ลำปาง 42ล้านบาท 7.ลำพูน 11 ล้านบาท และ 8.ตาก 60 ล้านบาท
“ทำไมงบก้อนนี้ไปโด่อยู่ที่จ.บุรีรัมย์เพียงจังหวัดเดียวถึง 486 ล้านบาท และทำไมมีเพียง 8จังหวัดที่ได้รับการจัดสรร สงสัยว่าจังหวัดไม่แล้งหรืออย่างไรถึงไม่ได้รับงบประมาณ” นาชวลิต กล่าว
นาย ชวลิต กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังพบความผิดปกติในอีกหลายส่วนเช่นกัน คือ กมธ.ชุดนี้พบว่าการดำเนินการตามโครงการนี้กำหนดให้ระยะเวลาในการดำเนินการ ต้องให้เสร็จภายในปีงบประมาณ 2553 หมายความว่าต้องให้เสร็จก่อนวันที่ 30 ก.ย.2553 แต่ปรากฏว่าเพิ่งจะมีการมาเบิกงบประมาณซึ่งสำนักงบประมาณได้มีการจัดสรรลงไป แล้วทั้งๆที่ตอนนี้ความเป็นจริงในแต่ละจังหวัดกำลังประสบปัญหาน้ำท่วม แบบนี้เท่ากับว่าได้รับงบประมาณแบบหัวปีท้ายปีซึ่งยากต่อการตรวจสอบ
“ที่สำคัญยังพบว่ามีการรายงานสภาพอากาศเพื่อให้ดูเหมือนว่าในจังหวัดนั้นๆประสบภัยแล้งอยู่เพื่อขอรับการจัดสรรงบประมาณพร้อมกับมีการขอขยายระเวลารับการ ช่วยเหลือจาก 3 เดือนเป็น 6 เดือนทั้งๆที่ตามหลักเกณฑ์ไม่สามารถดำเนินการได้ ดังนั้น ขอเรียกร้องให้นายกฯตรวจสอบความผิดปกติโครงการนี้ ใช้เวลา 15วัน ให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ( ป.ป.ท.) ลงไปตรวจสอบความมีอยู่จริงของโครงการฯนี้ได้หรือไม่ นอกจากนี้ ยังขอตั้งข้อสงสัยการปล่อยให้รัฐมนตรีบางคนลงไปในพื้นที่ที่จะมีการเลือกตั้งซ่อมอาจเป็นการสร้างความได้เปรียบเสียเปรียบกันในทางการเมือง” นายชวลิต กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขอลงไปตรวจสอบอีกครั้งหนึ่งเพราะถ้าเป็นเรื่องของ ปัญหาภัยพิบัติต่างๆการจัดสรรงบประมาณต้องมาจากการสำรวจความเสียหายจริงๆไม่ ใช่ไปเขียนตัวเลขขึ้นมา ซึ่งต้องขอไปตรวจสอบก่อนว่าเป็นไปตามที่มีการกล่าวหาหรือไม่
นาย ชวลิต กล่าวว่า เรื่องการตรวจสอบงบกลางทำได้ไม่ยากโดยให้ไปขอข้อมูลจากสำนักงบประมาณ และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้เลย แต่ตรงนี้จะมีเทคนิคในการตรวจสอบ คือ เรื่องรายงานสภาพอากาศที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงที่มีการล็อคให้อยู่ใน จังหวัดเครือข่าย เหตุการณ์นี้เหมือนกับการสอบนายอำเภอทั่วประเทศที่จังหวัดเดียวได้ทั้งหมด ขอให้นายกฯไปลงตรวจสอบจริงจังเพราะประชาชนตรวจสอบอยู่
“รัฐบาลยึดกฎเหล็ก 9 ข้ออีกทั้งรัฐมนตรีทั้งสองคนได้ลาออกและไปลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อมตรงนี้ถือ เป็นตัวอย่างที่ดีที่เราไม่ได้ดูเฉพาะกฎหมาย แต่ตรงนี้ยังเป็นบรรทัดฐานและเป็นมาตรฐาน ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดีจากพรรคร่วมรัฐบาล โดยรัฐบาลก่อนหน้านี้ไม่มีเคยมีปฎิบัติมาก่อนยกเว้นรัฐบาลชุดนี้” นายอภิสิทธิ์ กล่าว







