
สว.เผยพบดินทรุดตัวริมแม่น้ำท่าจีน
ส.ว.หารือน้ำท่วม “ อนุศักดิ์” เผย พบดินรุดตัวบริเวณ แม่น้ำท่าจีน ฝากรัฐบาลประสานงานไปยังท้องถิ่นเพื่อแก้ไข “หมอเจตน์” ค้าน ดึงงบกลางช่วยน้ำท่วมให้ดึงส่วนอื่นแทน
ส.ว.หารือน้ำท่วม “ อนุศักดิ์” เผย พบดินรุดตัวบริเวณ แม่น้ำท่าจีน ฝากรัฐบาลประสานงานไปยังท้องถิ่นเพื่อแก้ไข “หมอเจตน์” ค้าน ดึงงบกลางช่วยน้ำท่วมให้ดึงส่วนอื่นแทน
นายอนุศักดิ์ คงมาลัย สว.สรรหา กล่าวระหว่างการประชุมวุฒิสภาว่า ได้รับร้องเรียนจากประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน จ.สุพรรณบุรี ว่าระยะเวลาเพียง2-3 สัปดาห์นับจากที่ น้ำเอ่อล้นท่วมบ้านเรือน ขณะนี้น้ำในแม่น้ำท่าจีนกลายเหมือนในช่วงหน้าแล้ง สภาพดินชายตลิ่งอาจเกิดการทรุดตัว จึงขอให้ภาครัฐโดยเฉพาะกระทรวงที่เกี่ยวข้องอย่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ กระทรวง เกษตรฯจะต้องประสานงานอย่างใกล้ชิดกับองค์กรที่อยู่ในพื้นที่ทั้งในระดับ จังหวัดและในระดับท้องถิ่นเพื่อเข้ามาระดมความร่วมมือช่วยเหลือประชาชนด้วย
น.พ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สว.สรรหา กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยในกรณีที่รัฐบาลอาจะตั้งงบกลางเพิ่มขึ้นในปี 2554 เพิ่มขึ้นเพื่อจัดสรรในการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัย ทาง ที่ดีรัฐบาลควรดูภาพรวมในงบประมาณรายจ่ายประจำปีของรัฐว่ารัฐมีงบรายจ่าย ประจำปีในโครงสร้างของหน่วยงานต่างๆที่เพิ่มขึ้นมากมายรวมทั้งโครงการประชา นิยม ซึ่งรัฐจำเป็นต้องจัดสรรรายจ่ายให้เหมาะสมรวมถึงงบกลาง แต่ไม่ควรไปดึงงบกลางจากงบประจำในปีต่อไป
น.ส.สุมล สุตะวิริยะวัฒน์ ส.ว.เพชรบุรี กล่าว ว่า เหตุการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นไม่มีรัฐบาลชุดไหนที่แก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืน โดยสาเหตุใหญ่นอกจากการตัดไม้ทำลายป่าแล้ว คือการทุจริตคอร์รับชั่นในงบประมาณสิ่งก่อสร้าง เช่น ถนนไม่ได้มาตรฐานผิดหลักวิศวกรรม ไม่มีระบบระบายน้ำ ทำให้ถนนกลายเป็นพนังขวางทางน้ำ จึงอยากเรียกร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นกรมโยธาธิการ ผังเมือง กรมทางกลวงและกรมทางหลวงชนบท โดยเฉพาะกรมชลประทานที่ตั้งมานับเป็น 100 ปี แต่ไม่สามารถบริหารจัดการเรื่องน้ำได้ ทำให้น้ำท่วมซ้ำซากทุกปี พร้อมเรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรีให้ตรวจสอบงบประมาณที่ข้าราชการและนักการ เมืองเบิกจ่ายไปซ่อมแซมภายหลังน้ำท่วม
ขณะที่นายสุเมธ ศรีพงษ์ ส.ว.นครราชสีมา หารือว่า วันนี้รัฐบาลควรจะต้องศึกษาทบทวนองค์กรที่จะมารับมือกับภัยพิบัติ ภัยธรรมชาติ ซึ่งในอนาคตคงจะเกิดขึ้นอย่างซับช้อนและหลากหลายมากขึ้นกว่าเดิมแต่วันนี้ หน่วยงานที่รับผิดชอบเป็นเพียงระดับกรมเท่านั้น คือ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในสังกัดกระทรวงมหาดไทยซึ่งถือว่าไม่เพียงพอในการรับมือได้ แม้ในปัจจุบันก็เช่นกัน โดยควรตั้งหน่วยงานขึ้นมาศึกษาปัญหาเหล่านี้ให้ใหญ่ขึ้นกว่ากรม โดยยกขึ้นเป็นกระทรวงก็ได้ เพื่อให้มีบุคลากร เครื่องมือ ความรู้ที่จะไปช่วยบำบัดภัยให้กับประชาชนที่จะเกิดขึ้นในวันนี้และข้างหน้า ต่อไป หากยังใช้ระดับกรมก็จะทำให้ประชานได้รับความเดือดร้อนขาดการเยียวยาได้ทัน ท่วงทีอย่างในขณะนี้
ด้านนายประวัติ ทองสมบุรณ์ ส.ว.มหาสารคม หารือว่า ขณะนี้น้ำยังท่วมขังใน จ.มหาสารคามโดยจาการสอบถามทราบว่าเป็นเพราะเขื่อนอุบลรัตน์ก็ยังปล่อยน้ำใน ปริมาณที่มาก 28.5 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ทั้งๆที่น้ำเข้าเขื่อนประมาณ 2 ล้านลูกบาศก์เมตร จึงทำให้น้ำในจังหวัดยังทรงตัว และไหลลงไปในจังหวัดร้อยเอ็ด ทำให้พื้นที่ไร่นาของประชาชน แม้จะมีการเตรียมการป้องกันไว้แล้ว แต่ก็ไม่สามารถทานกระแสน้ำที่ไหลตามลุ่มน้ำชีได้ จึงฝากไปยังผู้ว่าราชการฯในฐานะประธานจังหวัดขอนแก่นในฐานประธานกรรมการ บริหารจัดการน้ำจังหวัดที่รับผิดชอบการบริหารน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ ว่าจะปล่อยน้ำที่ออกมาจากเขื่อนอุบลรัตน์เพียงครึ่งหนึ่งของ28.5 ล้านลบ.ม.ได้หรือไม่ โดยขอให้เร่งดำเนินการโดยด่วน







