
ปปช.ชงรัฐห้ามขรก.นั่งบอร์ดรัฐวิสาหกิจเกิน3แห่ง
ป.ป.ช.เตรียมชงคณะรัฐมนตรี ห้ามข้าราชการดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการในรัฐวิสาหกิจเกิน 3 แห่ง หวั่นผลประโยชน์ทับซ้อน
ป.ป.ช.เตรียมชงคณะรัฐมนตรี ห้ามข้าราชการดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการในรัฐวิสาหกิจเกิน 3 แห่ง หวั่นผลประโยชน์ทับซ้อน
นายกล้านรงค์ จันทิก โฆษก สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงว่า ที่ประชุมป.ป.ช.มีมติให้เสนอ มาตรการป้องกันการทุจริตต่อคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับกับการ แต่งตั้งข้าราชการระดับสูง ไปเป็นกรรมการในรัฐวิสาหกิจเกินกว่า 3 แห่ง ซึ่งขัดต่อมติครม.เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 2523 ที่ห้ามมิให้แต่งตั้งข้าราชการไปเป็นประธานหรือกรรมการรัฐวิสาหกิจเกินกว่า 3 แห่งโดยจะแบ่งเป็นมาตราการระยะสั้นและระยะยาวหลังจากที่ป.ป.ช.ได้รับข้อร้อง เรียนเกี่ยวกับเรื่องนี้จำนวนมาก
มาตราการรสั้น คือ ห้ามมิให้ผู้มีอำนาจแต่งตั้งหรือมอบหมายให้ผู้ใดเป็นกรรมการในรัฐวิสาหกิจหรือนิติบุคคลที่รัฐวิสาหกิจเป็นผู้ถือ หุ้นเกินกว่า 3 แห่ง เนื่องจากเห็นว่าหากข้าราชการผู้ใดเป็นกรรมการในรัฐวิสาหกิจเกินกว่า 3 แห่ง ก็ควรจะลาออกให้เหลือไม่เกินกว่า 3 แห่ง นอกจากนี้ห้ามมิให้ข้าราชการระดับสูงเข้าไปเป็นประธานหรือกรรมการรัฐวิสาหกิจ หรือนิติบุคคลที่รัฐวิสาหกิจถือหุ้น โดยเฉพาะรัฐวิสาหกิจด้านสาธารณูปโภค เพราะหน้าที่ของรัฐวิสาหกิจคือแสวงหากำไร ส่วนหน้าที่ผู้กำกับดูแลคือรักษาผลประโยชน์ส่วนรวม การทำงานทั่ง 2 อย่างให้มีประสิทธิภาพ คงเป็นไปไม่ได้
สำหรับมาตรการระยะยาว ให้ครม.ทบทวนแยกอำนาจหน้าที่ของผู้ที่จะควบคุมดูแลรัฐวิสาหกิจ กับผู้ที่มาบริหารรัฐวิสาหกิจอย่างชัดเจน ไม่ให้เกิดปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน แก้กฎหมายเกี่ยวกับมาตรฐานของพนักงานรัฐวิสาหกิจเมื่อปี พ.ศ.2518 อาทิ แก้มาตราเกี่ยวกับคุณสมบัติต้องห้าม ให้แก้กฎหมายให้กรรมการรัฐวิสาหกิจที่ได้รับการแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งได้ครั้งละไม่เกิน 3 ปี แต่ไม่เกิน 2 สมัย จากเดิมที่กำหนดให้แต่งตั้งให้เป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจได้ครั้งละไม่เกิน 3 ปี และแต่งตั้งใหม่ได้อยู่เรื่อยๆ ทั้งนี้มาตรการต่างๆของป.ป.ช.เป็นเพียงข้อเสนอต่อครม. ส่วนจะนำไปปฏิบัติหรือไม่ เป็นเรื่องที่ครม.จะพิจารณา
ด้าน นายภักดี โพธิศิริ กรรมการป.ป.ช. กล่าวว่า ปัญหาโครงการทุจริตในหน่วยงานภาครัฐที่เป็นปัญหามากที่สุดคือกรณีการจัดซื้อ จัดจ้าง โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ ทั้งนี้ที่ผ่านมามีหลายหน่วยงานร่วมกันตรวจสอบแต่ต่างคนต่าง ทำไม่ได้ดำเนินการร่วมกันอย่างบูรณาการ รวมทั้งไม่มีการดูแลประเมินผลการปฎิบัติงานเกี่ยวกับมาตรฐานทางคุณธรรมของ แต่ละหน่วยงาน
นายภักดี กล่าวว่า เพื่อให้การติดตามตรวจสอบประเมินผลหน่วยงานภาครัฐได้ผล ควรจะมีแนวทางในการบูรณาการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 3 ขั้นตอน คือ 1. ประเมินผลก่อนดำเนินงาน หน่วยงานเจ้าของโครงการจะต้องเสนอแผนบริหารความเสี่ยงต่อการทุจริต โดยชี้ให้เห็นว่าขั้นตอนการดำเนินการใดบ้างของโครงการที่นำเสนอเคยถูกกล่าว 2. ขั้นตอนการติดตามประเมินผลความก้าวหน้าโครงการ ต้องมีพิจารณาด้วยว่ามีการดำเนินการตามแผนบริหารความเสี่ยงที่ส่งมาหรือไม่ และ 3.เป็นการตรวจสอบหลังการดำเนินโครงการแล้วเสร็จ ว่าพฤติกรรมของการดำเนินโครงการเป็นไปอย่างมีคุณธรรมและจริยธรรมเพียงใด ถือเป็นการประเมินระดับคุณธรรมของหน่วยงานภาครัฐ







