
พธม.ยื่นศาลไต่สวนฉุกเฉินสั่งห้ามรัฐใช้เอ็มโอยู43
ทนายพันธมิตร ยื่นศาลปกครองขอคุ้มครองชั่วคราวเเละไตร่สวนฉุกเฉินห้ามรัฐใช้เอ็มโอยู 43
ทนายพันธมิตร ยื่นศาลปกครองขอคุ้มครองชั่วคราวเเละไตร่สวนฉุกเฉินห้ามรัฐใช้เอ็มโอยู 43
นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.) พร้อมด้วยนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกกลุ่มพันธมิตรฯ นายสุริยใส ตะกสิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรฯ เดินทางมาที่ศาลปกครองเพื่อยื่นฟ้องนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 เเละคณะรัฐมนตรี ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ทั้งนี้ ขอให้ศาลปกครองกลาง พิจารณามีคำสั่งรับฟ้องคดีนี้ไว้พิจารณา เเละให้มีคำพิพากษา หรือคำสั่งดังนี้
1.ให้เพิกถอนบันทึกผลประชุมคณะกรรมาธิการร่วม เขตเเดนไทยกัมพูชา(เอ็มโอยู) ครั้งที่ 2 ระว่างวันที่ 5-7 มิ.ย.2543 ลงนามโดย ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการเขตเเดนร่วมไทยกัมพูชา
2.ให้เพิกถอนบันทึกความเข้าใจ ระว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลกัมพูชา เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.2543 ลงนามโดย ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
3.ให้เพิกถอนข้อกำหนด เเละเเผนเเม่บท สำหรับการสำรวจเเละการจัดทำหลักเขตเเดนทางบก ไทย-กัมพูชา ลงวันที่ 25 ส.ค.2546
4.ให้เพิกถอนมติรัฐสภาที่เห็นชอบ ต่อการเจรจาสำรวจเเละจัดทำหลักเขตเเดนทางบกไทย-กัมพูชา ตลาดเเนวในกรอบของคณะกรรมาธิการร่วมไทยกัมพูชา วันที่ 28 ต.ค.2551
5.ให้เพิกถอนบันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตเเดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือเจบีซีทั้ง 3 ฉบับ
6.ให้เพิกถอนมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งได้มีมติเห็นชอบ ให้เสนอบันทึกการประชุมเจบีซีทั้ง 3 ฉบับ เข้าสู่รัฐสภา
เเละ7. ให้เพิกถอนร่างข้อตกลงชั่วคราว ระว่างไทย-กัมพูชา ว่าด้วยปัญหาชายเเดนในพื้นที่ โดยให้ใช้ชื่อร่วมกัน (ไทย-ปราสาทพระวิหาร) เเละในส่วนกัมพูชาต้องการให้เรียกว่าปราสาทเปรียะวิเฮียร์







