
หมดหวัง
เหนื่อยและท้อจริงๆ เมื่อเห็นวิธีการทำงานของรัฐบาลมาร์คในช่วงฤดูน้ำหลากน้ำกระจายในช่วงหลายวันหลายพื้นที่ที่ผ่านมา มองไม่เห็นวี่แววเลยว่า รัฐบาลชุดนี้จะสามารถช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยผู้ทุกข์ยากได้อย่างทันท่วงทีตามที่คุยโม้ไว้ได้อย่างไรบ้าง ล่วงเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 รัฐบาลยังออกอาการงึกๆ งักๆ มึนงงกับปัญหาที่ประเดประดังเข้ามาทุกทิศทาง เจอทั้งฝนตกซ้ำ เจอน้ำเหนือ เจอน้ำทะเลหนุน จึงออกอาการซวนเซไม่เป็นขบวน ข้อมูลน้ำก็ไม่รู้จะฟังใครดี เชื่อกรมอุตุฯ ก็ผิดซ้ำซาก นายกฯ มาร์คถึงกับบ่นอุบ เตือนกรุงเทพฯ ไม่เจอฝน...ผ่าพระอาทิตย์ตกดินไม่ทันไร ตกเอาๆ แทบมิดเมืองซ้ำยังถูก “แม้วพลัดถิ่น” ออกมาตบหน้าฉาดใหญ่ด้วยการโชว์วิชันแก้ปัญหาน้ำท่วมระยะยาว 5 ข้อ แม้ว่าข้อเสนอดังกล่าวของทักษิณจะเป็นเรื่องที่คิดเร็วและไกลเกินไป เพราะยังไม่ใช่เรื่องจำเป็นเร่งด่วนเมื่อเทียบกับสถานการณ์ปัจจุบันและความเป็นความตายของประชาชนผู้ประสบภัยที่กำลังเฝ้ารอความช่วยเหลือเยียวยาที่รวดเร็วทันใจมากกว่านี้ ยังไม่นับด้วยว่า ข้อเสนอของทักษิณยังถือเป็นความเพ้อเจ้อเลื่อนลอยของคนที่สติฟั่นเฟือนไปแล้ว เพราะไม่รู้แม้กระทั่งว่าสถานะของตัวเองเป็นเพียงน
เหนื่อยและท้อจริงๆ เมื่อเห็นวิธีการทำงานของรัฐบาลมาร์คในช่วงฤดูน้ำหลากน้ำกระจายในช่วงหลายวันหลายพื้นที่ที่ผ่านมา
มองไม่เห็นวี่แววเลยว่า รัฐบาลชุดนี้จะสามารถช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยผู้ทุกข์ยากได้อย่างทันท่วงทีตามที่คุยโม้ไว้ได้อย่างไรบ้าง
ล่วงเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 รัฐบาลยังออกอาการงึกๆ งักๆ มึนงงกับปัญหาที่ประเดประดังเข้ามาทุกทิศทาง
เจอทั้งฝนตกซ้ำ เจอน้ำเหนือ เจอน้ำทะเลหนุน จึงออกอาการซวนเซไม่เป็นขบวน
ข้อมูลน้ำก็ไม่รู้จะฟังใครดี เชื่อกรมอุตุฯ ก็ผิดซ้ำซาก นายกฯ มาร์คถึงกับบ่นอุบ เตือนกรุงเทพฯ ไม่เจอฝน...ผ่าพระอาทิตย์ตกดินไม่ทันไร ตกเอาๆ แทบมิดเมือง
ซ้ำยังถูก “แม้วพลัดถิ่น” ออกมาตบหน้าฉาดใหญ่ด้วยการโชว์วิชันแก้ปัญหาน้ำท่วมระยะยาว 5 ข้อ
แม้ว่าข้อเสนอดังกล่าวของทักษิณจะเป็นเรื่องที่คิดเร็วและไกลเกินไป เพราะยังไม่ใช่เรื่องจำเป็นเร่งด่วนเมื่อเทียบกับสถานการณ์ปัจจุบันและความเป็นความตายของประชาชนผู้ประสบภัยที่กำลังเฝ้ารอความช่วยเหลือเยียวยาที่รวดเร็วทันใจมากกว่านี้
ยังไม่นับด้วยว่า ข้อเสนอของทักษิณยังถือเป็นความเพ้อเจ้อเลื่อนลอยของคนที่สติฟั่นเฟือนไปแล้ว เพราะไม่รู้แม้กระทั่งว่าสถานะของตัวเองเป็นเพียงนักโทษหนีคดี ไม่หลงเหลือซึ่งความน่าเชื่อถือใดๆ อีก
แต่รัฐบาลก็อยู่ในภาวะน้ำท่วมปาก เถียงไม่ออก เพราะลำพังก็ยังหาทางออกให้กับตัวเองไม่ได้
เห็นสภาพเช่นนี้แล้ว จึงไม่แปลกเลยที่ชาวบ้านผู้เดือดร้อนจากเหตุภัยพิบัติน้ำท่วมจะตกอยู่ในภาวะความเครียด นอนไม่หลับ สภาพจิตใจอ่อนล้า สิ้นหวัง หมดกำลังใจ หวังพึ่งอำนาจรัฐไม่ได้ กลายเป็นผู้ถูกทอดทิ้ง ต้องดิ้นรนเอาตัวรอดด้วยตัวเอง
รายงานตัวเลขจากกรมสุขภาพจิตได้เผยผลสำรวจที่น่าสลดใจว่า จากการติดตามดูแลเหยื่อผู้ประสบภัยน้ำท่วมในหลายจังหวัด พบผู้มีปัญหาทางสุขภาพจิตถึง 168 ราย ที่ต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องและใกล้ชิด
ในจำนวนนี้มีผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะความเครียดสูง มีอาการซึมเศร้า และมีความเสี่ยงต่อการคิดสั้นฆ่าตัวตายมากถึง 54 ราย
นับเป็นตัวเลขที่ไม่อาจละเลยหรือมองข้าม ไม่ต่างกับยอดผู้เสียชีวิตที่พุ่งสูงไปถึงเกือบ 60 ราย
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนถึงความไร้เดียงสาของรัฐในการบริหารจัดการวิกฤตการณ์ภัยพิบัติ
หากคนไทยยังจำกันได้ สไตล์การทำงานของรัฐบาลที่อืดอาดยืดยาดเช่นนี้ คล้ายกับช่วงที่ประเทศกำลังตกอยู่ในวงล้อมเสื้อแดงทั้งแผ่นดิน
ช่วงนั้นรัฐบาลได้ปล่อยให้สถานการณ์ลุกลาม ยืดเยื้อ จนในที่สุดก็ขยายวงออกไปทั้งประเทศ สร้างความเสียหายยับเยินเกินกว่าจะแก้ไข จนกระทั่งถึงทุกวันนี้ยังหาผู้รับผิดชอบต่อเหยื่อผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ชุมนุมไม่ได้
แต่นั่นก็ยังพอเข้าใจได้ว่า เป็นการสู้รบทางการเมืองที่ต้องอาศัยจังหวะการรุกและรับเพื่อช่วงชิงความได้เปรียบ หากผลีผลามเมื่อไหร่อาจทำให้เกิดความสูญเสียมากกว่าที่เป็นอยู่
ทว่าปัญหาอุทกภัย ไม่ใช่ปัญหาม็อบ เปรียบเทียบกันไม่ได้ ตราบใดที่รัฐยังตกเป็นฝ่ายตั้งรับอยู่ตลอดเวลา ประชาชนอาจไม่สามารถทนรอได้ เพราะความตายกำลังรออยู่เบื้องหน้า
หากรัฐบาลยังมัวรอท่าอยู่เช่นนี้ เห็นทีเลือกตั้งสมัยหน้าอย่าได้หวัง
มองไม่เห็นวี่แววเลยว่า รัฐบาลชุดนี้จะสามารถช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยผู้ทุกข์ยากได้อย่างทันท่วงทีตามที่คุยโม้ไว้ได้อย่างไรบ้าง
ล่วงเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 รัฐบาลยังออกอาการงึกๆ งักๆ มึนงงกับปัญหาที่ประเดประดังเข้ามาทุกทิศทาง
เจอทั้งฝนตกซ้ำ เจอน้ำเหนือ เจอน้ำทะเลหนุน จึงออกอาการซวนเซไม่เป็นขบวน
ข้อมูลน้ำก็ไม่รู้จะฟังใครดี เชื่อกรมอุตุฯ ก็ผิดซ้ำซาก นายกฯ มาร์คถึงกับบ่นอุบ เตือนกรุงเทพฯ ไม่เจอฝน...ผ่าพระอาทิตย์ตกดินไม่ทันไร ตกเอาๆ แทบมิดเมือง
ซ้ำยังถูก “แม้วพลัดถิ่น” ออกมาตบหน้าฉาดใหญ่ด้วยการโชว์วิชันแก้ปัญหาน้ำท่วมระยะยาว 5 ข้อ
แม้ว่าข้อเสนอดังกล่าวของทักษิณจะเป็นเรื่องที่คิดเร็วและไกลเกินไป เพราะยังไม่ใช่เรื่องจำเป็นเร่งด่วนเมื่อเทียบกับสถานการณ์ปัจจุบันและความเป็นความตายของประชาชนผู้ประสบภัยที่กำลังเฝ้ารอความช่วยเหลือเยียวยาที่รวดเร็วทันใจมากกว่านี้
ยังไม่นับด้วยว่า ข้อเสนอของทักษิณยังถือเป็นความเพ้อเจ้อเลื่อนลอยของคนที่สติฟั่นเฟือนไปแล้ว เพราะไม่รู้แม้กระทั่งว่าสถานะของตัวเองเป็นเพียงนักโทษหนีคดี ไม่หลงเหลือซึ่งความน่าเชื่อถือใดๆ อีก
แต่รัฐบาลก็อยู่ในภาวะน้ำท่วมปาก เถียงไม่ออก เพราะลำพังก็ยังหาทางออกให้กับตัวเองไม่ได้
เห็นสภาพเช่นนี้แล้ว จึงไม่แปลกเลยที่ชาวบ้านผู้เดือดร้อนจากเหตุภัยพิบัติน้ำท่วมจะตกอยู่ในภาวะความเครียด นอนไม่หลับ สภาพจิตใจอ่อนล้า สิ้นหวัง หมดกำลังใจ หวังพึ่งอำนาจรัฐไม่ได้ กลายเป็นผู้ถูกทอดทิ้ง ต้องดิ้นรนเอาตัวรอดด้วยตัวเอง
รายงานตัวเลขจากกรมสุขภาพจิตได้เผยผลสำรวจที่น่าสลดใจว่า จากการติดตามดูแลเหยื่อผู้ประสบภัยน้ำท่วมในหลายจังหวัด พบผู้มีปัญหาทางสุขภาพจิตถึง 168 ราย ที่ต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องและใกล้ชิด
ในจำนวนนี้มีผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะความเครียดสูง มีอาการซึมเศร้า และมีความเสี่ยงต่อการคิดสั้นฆ่าตัวตายมากถึง 54 ราย
นับเป็นตัวเลขที่ไม่อาจละเลยหรือมองข้าม ไม่ต่างกับยอดผู้เสียชีวิตที่พุ่งสูงไปถึงเกือบ 60 ราย
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนถึงความไร้เดียงสาของรัฐในการบริหารจัดการวิกฤตการณ์ภัยพิบัติ
หากคนไทยยังจำกันได้ สไตล์การทำงานของรัฐบาลที่อืดอาดยืดยาดเช่นนี้ คล้ายกับช่วงที่ประเทศกำลังตกอยู่ในวงล้อมเสื้อแดงทั้งแผ่นดิน
ช่วงนั้นรัฐบาลได้ปล่อยให้สถานการณ์ลุกลาม ยืดเยื้อ จนในที่สุดก็ขยายวงออกไปทั้งประเทศ สร้างความเสียหายยับเยินเกินกว่าจะแก้ไข จนกระทั่งถึงทุกวันนี้ยังหาผู้รับผิดชอบต่อเหยื่อผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ชุมนุมไม่ได้
แต่นั่นก็ยังพอเข้าใจได้ว่า เป็นการสู้รบทางการเมืองที่ต้องอาศัยจังหวะการรุกและรับเพื่อช่วงชิงความได้เปรียบ หากผลีผลามเมื่อไหร่อาจทำให้เกิดความสูญเสียมากกว่าที่เป็นอยู่
ทว่าปัญหาอุทกภัย ไม่ใช่ปัญหาม็อบ เปรียบเทียบกันไม่ได้ ตราบใดที่รัฐยังตกเป็นฝ่ายตั้งรับอยู่ตลอดเวลา ประชาชนอาจไม่สามารถทนรอได้ เพราะความตายกำลังรออยู่เบื้องหน้า
หากรัฐบาลยังมัวรอท่าอยู่เช่นนี้ เห็นทีเลือกตั้งสมัยหน้าอย่าได้หวัง







