
ศาลจำคุกกว่าพันปีคดีปลอมชื่อรูดปรื้ด
ศาลอาญาจำคุก2คู่รัก 1,533ปีคดีปลอมลายมือชื่อใช้บัตรรูดปรื้ดน้ำมันเชลล์ทั่วประเทศ สร้างมูลค่าความเสียหายกว่า2ล้าน
ศาลอาญาจำคุก2คู่รัก 1,533ปีคดีปลอมลายมือชื่อใช้บัตรรูดปรื้ดน้ำมันเชลล์ทั่วประเทศ สร้างมูลค่าความเสียหายกว่า2ล้าน
ศาลอาญามีคำพิพากษาคดีที่อัยการฝ่ายเศรษฐกิจ และทรัพยากร เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง น.ส.สุดาวดี หรือ ชญานันท์ รอดมณี อายุ 29 ปี ชาว จ.พิษณุโลก และนายภาธร ชิงดวง อายุ 29 ปี ชาว กทม.ร่วมกันเป็นจำเลยในความผิดฐาน ใช้บัตรอิเลคทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ อันจะก่อให้เกิดความเสียหาย รวม 29 กระทงๆ ละ 1 ปี และฐานปลอมและใช้เอกสารบัตรเครดิตในการใช้ชำระค่าสินค้าแทนเงินสด อีกคนละ 1,533 กระทงๆ 1 ปี รวมลงโทษจำคุกคนละ 1,562 ปี แต่ชั้นพิจารณาจำเลยที่ 2 ให้การเป็นประโยชน์อยู่บ้าง เห็นควรลดโทษให้ 1 ใน 4 คงจำคุกจำเลยที่ 2 ไว้เป็นเวลา 1,171 ปี 6 เดือน
อย่างไรก็ดีตามกฎหมายเมื่อรวมโทษแล้ว คงจำคุกจำเลยไว้ได้ไม่เกิน 20 ปี จึงให้จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 20 ปี และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงิน 2,100,665 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี คืนแก่บริษัท รีเทลลิงค์ ผู้เสียหาย
นอกจากนี้ให้นับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากที่ศาลแขวงนนทบุรี เคยมีคำพิพากษาให้จำคุกจำเลยที่ 1 คดีลักทรัพย์ อีก 3 เดือนด้วย
คดีนี้โจทก์ฟ้องเมื่อวันที่ 4 ก.ย.52 ระบุความผิดสรุปว่า เมื่อระหว่าง 31 พ.ค.49 -17 ธ.ค.50 จำเลยทั้งสองซึ่งเป็นคู่รักกัน ได้ร่วมกันกระทำผิดโดยจำเลยที่ 1 เป็นพนักงานบริษัท รีเทลลิงค์ ประเทศไทย จำกัด ส่วนจำเลยที่ 2 เป็นพนักงานสถานีบริการน้ำมันเชลล์ แห่งหนึ่ง ร่วมกันใช้บัตรอิเลคทรอนิคส์ เชลล์ ฟลิต การ์ด ของบริษัทรีเทลลิงค์ฯ ผู้เสียหาย ที่มีไว้เพื่อให้พนักงานบริษัท ใช้ชำระแทนเงินสดค่าบริการน้ำมันกับสถานีบริการน้ำมันเชลล์ทั่วประเทศ ด้วยการปลอมรายชื่อของพนักงานบริษัทผู้เสียหาย 29 ฉบับ รวม 1,533 ครั้ง เป็นเงิน 2,100,665 บาท ไปเป็นของตนเองโดยทุจริต โดยจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานทั้งสองฝ่าย แล้วเห็นว่า ฝ่ายโจทก์ มีพนักงานบริษัทผู้เสียหาย เบิกความยืนยันสอดคล้องต้องกัน มีน้ำหนักน่าเชื่อถือ ข้อต่อสู้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น เชื่อว่าจำเลยกระทำความผิดหลายกรรมต่างวาระกันให้ลงโทษทุกกรรม.







