
จับแก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาติ ยึดไอซ์กว่า355กิโล
ป.ป.ส. บูรณาการปราบปรามทำลายเครือข่ายการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ยึดยาไอซ์กว่า 355 กิโลกรัม
ป.ป.ส. บูรณาการปราบปรามทำลายเครือข่ายการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ยึดยาไอซ์กว่า 355 กิโลกรัม
เมื่อวันที่ 27 ก.ย.ที่ศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วย นายนิยม เติมศรีสุข ที่ปรึกษาการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด , นายชลัยสิน โพธิเจริญ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. , นายวิชัย ไชยมงคล รองเลขาธิการ ป.ป.ส. , พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองเลขาธิการ ป.ป.ส. ร่วมกับ พล.ร.ท.จักรกฤษณ์ เสขะนันท์ ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพเรือและที่ปรึกษา ศปก.ทร. , น.อ.พงศ์วุฒิ เอี่ยมละออ ผู้อำนวยการกอง 12 ศูนย์รักษาความปลอดภัย , น.อ.พินิตย์ คงมี ผู้บังคับการกรมทหารสารวัตรทหารอากาศ สำนักงานผู้บังคับทหารอากาศดอนเมือง พ.ต.อ.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบก.ปส.3 และ เจ้าหน้าที่ตำรวจออสเตรเลีย ร่วมแถลงข่าวการจับกุมเครือข่ายนักค้ายาเสพติดข้ามชาติ 3 คดี พร้อมของกลางไอซ์ 355 กิโลกรัม
นายศิรินทร์ยา กล่าวว่า ป.ป.ส. บูรณาการปราบปรามทำลายเครือข่ายการค้ายาเสพติดข้ามชาติในครั้งนี้ ได้รับข่าวสารมาจากการประสานงานตามโครงการความร่วมมือปราบปรามยาเสพติดระหว่างท่าอากาศยานนานาชาติของอาเซียน (ASEAN Airport Interdiction Task Force: AAITF) และโครงการความร่วมมือสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดระหว่างท่าเรือสากลในอาเซียน (ASEAN Seaport Interdiction Task Force : ASITF) สามารถจับกุมเครือข่ายนักค้ายาเสพติดข้ามชาติ จำนวน 3 คดี
นายศิรินทร์ยา กล่าวอีกว่า คดีแรก สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับการประสานข้อมูลข่าวสารจากโครงการ AAITF ว่า เครือข่ายการค้ายาเสพติดข้ามชาติชาวไต้หวัน ได้ติดต่อซื้อยาเสพติดจากพื้นที่ภาคเหนือ โดยนัดหมายส่งยาเสพติดกันในพื้นที่ เมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ก่อนส่งออกไปยังไต้หวันทางเรือ จึงได้บูรณาการร่วมกับ บช.ภ.5 และกองทัพภาคที่ 3 เฝ้าระวังการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ภาคเหนือเข้าสู่พื้นที่ตอนใน โดยการลำเลียงอาจมีคนไทยเข้ามาเกี่ยวข้อง
"ต่อมาทราบว่า นายเจียง ยี่ ปิน ชาวไต้หวัน เดินทางเข้าประเทศไทย เมื่อวันที่ 21 ก.ย.61 จึงได้แจ้งให้หน่วยงานเกี่ยวข้องเพื่อพิสูจน์ทราบตัวบุคคลและติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด กระทั่งวานนี้ (26 ก.ย.) เจ้าหน้าที่จับกุม นายเจียง ยี่ ปิน พร้อมของกลางไอซ์ 355 กิโลกรัม ในพื้นที่เมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาเดินทางเข้ามายังประเทศไทยเป็นครั้งแรก และจากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาอ้างว่ายังไม่ทราบว่านำยาเสพติดส่งที่ไหนเพราะต้องรอคำสั่งจากเครือข่ายก่อน พร้อมเตรียมขยายผลเพิ่มเติม"
นายศิรินทร์ยา กล่าวต่อว่า คดีสอง ป.ป.ส. มีการจัดอบรมให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ สปป.ลาว ตามโครงการ AAITF และได้มีการประสานข้อมูลร่วมกันตามโครงการสกัดกั้นยาเสพติด ต่อมาพบผู้ต้องสงสัยเป็นชาวต่างชาติลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากประเทศบราซิล จำนวน 2 ราย เดินทางมายังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และเดินทางต่อไปยัง สปป.ลาว โดยแยกไปยังเมืองหลวงพระบาง และกรุงเวียงจันทน์ จึงประสานเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติด สปป.ลาว (LCDC) เข้าจับกุมผู้ต้องหาชาวโปรตุเกสได้ที่ท่าอากาศยานหลวงพระบาง พร้อมของกลางโคเคน 2 กิโลกรัม และจับกุมผู้ต้องหาชาวโบลิเวียได้ที่ท่าอากาศยานวัดไต กรุงเวียงจันทน์ พร้อมของกลางโคเคน 5 กิโลกรัม เมื่อวันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา
คดีที่ 3 เจ้าหน้าที่ชุด AAITF ประเทศไทย ได้ทำการสืบสวนติดตามพฤติการณ์ของ น.ส.ศศิวิมล วงศ์มั่น และน.ส.ณิษาภัทษร โคตรดี ซึ่งลักลอบลำเลียงยาเสพติดให้กับกลุ่มนักค้ายาเสพติดชาวแอฟริกันตะวันตกในพื้นที่ กรุงเทพฯ พร้อมกับได้แจ้งเตือนไปยังเจ้าหน้าที่ศุลกากรประจำด่านพรมแดนต่างๆ เพื่อเฝ้าระวังบุคคลทั้ง 2 ราย เดินทางเข้าประเทศไทย จนกระทั่งวันที่ 19 ก.ย.61 เจ้าหน้าที่ประจำด่านศุลกากรอรัญประเทศ จ.สระแก้ว พบ น.ส.ศศิวิมล และ น.ส.ณิษาภัทษร เดินทางเข้าฝั่งประเทศกัมพูชา มาที่ด่านฯ จึงได้ทำการตรวจค้นพบของกลางโคเคน 3.5 กิโลกรัม อย่างไรก็ตาม การจับกุมทั้ง 3 คดี เป็นการบูรณาการของหน่วยงานในประเทศและระหว่างประเทศ เพื่อสกัดกั้นยาเสพติดด้วยการบูรณาการด้านข่าวสารและการปฏิบัติการร่วมกัน จนนำไปสู่การสกัดกั้นและจับกุมยาเสพติดจากแหล่งต่างๆ ที่จะลำเลียงเข้ามาในประเทศ และใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านไปยังประเทศที่สาม







