
น้ำป่าทะลักลำปางจม300 หลังคาเรือน
เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากทำให้อ่างเก็บน้ำแม่พริกแตกทะลักท่วม 300 ครัวเรือนจมบาดาล
เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากทำให้อ่างเก็บน้ำแม่พริกแตกทะลักท่วม 300 ครัวเรือนจมบาดาล
นายสุรพล บุรินทราพันธุ์ นายอำเภอแม่พริก จังหวัดลำปาง เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ ต.แม่พริก อ.แม่พริก ว่า เป็นวันที่ 2 ที่เกิดน้ำป่าได้ไหลทะลัก จากยอดเขาสูงสร้างความเสียหายอ่างเก็บน้ำแม่พริก หรืออ่างเก็บน้ำผาวิ่งชู้ ซึ่งอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ทำให้หน้าอ่าง และสันอ่างได้รับความเสียหาย และน้ำป่าที่ได้ไหลทะลักกัดเซาะคอสะพานได้รับความเสียหายอีก 2 แห่ง ในพื้นที่ ต.แม่พริก ได้แก่ สะพานแม่พริก เขตบ้านแม่พริกลุ่ม ม.7 ที่ยังไม่ถึงขั้นกับขาด รถขนาดเล็กสามารถผ่านไปได้
นายสุรพล กล่าวอีกว่า สะพานแบรีย์ ที่ทางศูนย์ป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย เขต 10 ลำปาง ได้ทำการวางใช้งาน เมื่อปี 2552 ที่ผ่านมา บริเวณบ้านห้วยขี้นก ม.7 หลังในพื้นที่เกิดน้ำป่าไหลหลากอย่างหนัก ทำให้สะพานคอนกรีตเดิมถูกกระแส น้ำป่าพัดขาดอีกเช่นกันส่งผลให้รถทุกชิดไม่สามารถผ่านไปมาได้ ทำให้ 3 หมู่บ้านในพื้นที่ ได้แก่ ชาวบ้านห้วยขี้นก บ้านปางยาว และบ้านแพะดอกเข็ม กว่า 300 ครัวเรือนไม่สามารถออกมาได้
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ชาวบ้านกำลังเร่งช่วยกันนำไม้ท่อนขนาดใหญ่มาวางเชื่อมต่อสะพานแบรีย์ เพื่อให้ข้ามไปได้ชั่วคราว นอกจากนี้ ถนนที่จะเข้าไปหมู่บ้านดังกล่าวที่เคยขาดมาแล้ว และได้รับการซ่อมแซม ด้วยนำดินมาถมอัดบด ก็ได้รับความเสียหายจนขาดอีกเช่นกัน ซึ่งขณะนี้เครื่องจักรกลหนักกำลังเร่งซ่อมแซม
ด้าน นายอธิคม สุพรรณพงศ์ ผวจ.ลำปาง กล่าวว่าได้ประกาศให้พื้นที่ ต.แม่พริก อ.แม่พริก เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน เนื่องจากเกิดน้ำป่าไหลหลากลงมาในพื้นที่ ซึ่งได้สร้างความเสียหายแก่งอ่างเก็บน้ำแม่พริก หรืออ่างเก็บน้ำผาวิ่งชู้ รวมถึงถนนหลายแห่งในพื้นที่ ที่ถูกน้ำป่าไหลกัดเซาะ ตลอดจนสะพานที่ชาวบ้าน 10 หมู่บ้านใช้สัญจร ก็เกิดขาด และได้รับความเสียหายถึง 2 แห่ง
ทั้งนี้หน่วยงานของรัฐทุกฝ่าย จะได้นำงบประมาณฉุกเฉิน เพื่อบรรเทาภัยทางธรรมชาติ ออกมาใช้ในการเร่งฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ทั้งนี้ หากไม่เพียงพอ ทางอำเภอแม่พริก ก็สามารถเสนอของบทดลองราชการในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง วงเงิน 50 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบเพื่อใช้บรรเทาภัยพิบัติ พร้อมได้สั่งการให้นายอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งทั้ง 13 อำเภอ ได้ติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด และให้รุดเข้าไปช่วยเหลือชาวบ้าน หากเกิดภัยทางธรรมชาติขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.แม่พริก ให้ติดตามสถานการณ์ต่อไป







