
ขุนคลังมะกันยันไม่เห็นแววศึกค่าเงิน
ย้ำแค่พูดกันแต่ยังไม่เห็นความเสี่ยง จีนเบรกจี20ห้ามคุยปัญหาค่าเงิน
โพสต์ทูเดย์
— ไกธ์เนอร์ ยันยังไม่เห็นความเสี่ยงสงครามค่าเงิน ด้านจีนเบรกล่วงหน้า จี20 ต้องหารือปัญหาเศรษฐกิจโลก ไม่ใช่ปัญหาค่าเงินทิโมธี ไกธ์เนอร์ รัฐมนตรีการคลังสหรัฐ ออกโรงยืนยันว่า ไม่มีความเสี่ยงที่จะเกิดสงครามการเงินโลกขึ้น ทั้งๆ ที่มีสัญญาณจากหลายประเทศถึงการเข้าแทรกแซงค่าเงินจากญี่ปุ่นจนถึงโคลัมเบีย
ไกธ์เนอร์ ยืนยันในรายการ
“เดอะ ชาร์ลี โรส โชว์” ทางสถานีโทรทัศน์บลูมเบิร์ก ว่า มีการพูดถึงประโยคนี้ขึ้นจริง แต่ทว่าก็ยังไม่มีความเสี่ยงใดๆ ที่จะเกิดศึกครั้งนี้ขึ้นความเห็นของไกธ์เนอร์มีขึ้นท่ามกลางความล้มเหลวของเจ้าหน้าที่การเงินระดับสูงของโลกในที่ประชุมกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ที่กรุงวอชิงตัน เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ไม่สามารถหามติป้องกันปัญหาจากการทำสงครามค่าเงินกันได้ โดยในแถลงการณ์ของไอเอ็มเอฟได้แต่ระบุว่า จะจับตาศึกษาสถานการณ์นี้ต่อไปเท่านั้น
ไกธ์เนอร์ กล่าวว่า ไอเอ็มเอฟจำเป็นต้องเพิ่มความแข็งแกร่งกับการจับตานโยบายการแลกเปลี่ยนเงินตรา และการบริหารเงินสำรองระหว่างประเทศทั่วโลก ซึ่งหากมีการสะสมกองทุนสำรองของประเทศใดประเทศหนึ่งจนมากเกินไปจะทำให้เกิดการบิดเบือนระบบการเงินโลก
จากตัวเลขสถิติของไอเอ็มเอฟปรากฏว่ารัฐบาลจีนมีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศสูงถึง 2.447 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 73.24 ล้านล้านบาท) ซึ่งมากที่สุดในโลก และคิดเป็นเกือบ 30% ของการค้าโลก ซึ่งสหรัฐได้กล่าวหาว่า การที่จีนเข้าซื้อเงินเหรียญสหรัฐมาตลอดนั้น ก็เพื่อที่จะกดให้ค่าเงินหยวนนั้นต่ำลง ซึ่งนำไปสู่การบิดเบือนในการค้าโลก
ขณะเดียวกันทางด้านจีนได้ออกโรงเรียกร้องให้เกาหลีใต้ ซึ่งเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศ จี20 ในเดือนหน้า ขอให้การประชุมมุ่งเน้นไปที่ปัญหาเศรษฐกิจโลก ไม่ใช่ปัญหาค่าเงิน หลังจากที่คาดว่าความล้มเหลวจากการเจรจาบนเวทีของไอเอ็มเอฟต่อปัญหาค่าเงินนั้น จะได้ดึงมาสานต่อบนเวทีเจรจาของ จี20
ที่ผ่านมาปัญหาผลตอบแทนต่ำในโลกตะวันตกนั้นได้ทำให้กระแสทุนหลั่งไหลเข้ามาในเอเชีย จนทำให้ค่าเงินของหลายประเทศแข็งค่าขึ้นอย่างรุนแรง และต้องนำมาตรการสกัดทุนเหล่านี้มาใช้บ้างแล้ว อย่างเช่นประเทศไทยเองก็เพิ่งกำหนดการจัดเก็บภาษีการลงทุนของต่างชาติในตลาดพันธบัตรไทย
อย่างไรก็ตาม แม้ว่ากระแสทุนจะไหลเข้าสู่เอเชียรวมถึงจีนอย่างต่อเนื่อง แต่ทว่าค่าเงินหยวนของจีนนั้นก็ยังถูกควบคุมอย่างเข้มงวดจากรัฐบาล ซึ่งทำให้เงินหยวนอ่อนค่ากว่าความเป็นจริง
“
จี20 ควรมุ่งเน้นไปที่อะไรคือความต้องการที่จะทำให้เศรษฐกิจโลกฟื้นตัว ซึ่งแน่นอนว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องค่าเงินของประเทศใดประเทศหนึ่งโดยเฉพาะ” คุยเตียนไก รัฐมนตรีช่วยการคลังของจีน กล่าว“
หากคุณต้องการที่จะหารือในประเด็นค่าเงิน ก็น่าจะมุ่งเน้นไปที่ประเด็นการสำรองเงินสกุลต่างชาติหลักๆ มากกว่า” คุย กล่าวทั้งนี้ ที่ผ่านมาจีนต้องเผชิญหน้ากับกระแสการกดดันอย่างหนักและต่อเนื่องให้ปรับค่าเงินหยวนให้แข็งค่าขึ้น อย่างไรก็ตามจีนก็ปฏิเสธเรื่อยมาเช่นกันว่าไม่ได้บงการค่าเงินหยวน แต่ทว่าจีนจะปล่อยให้ค่าเงินหยวนแข็งค่าขึ้นในรูปแบบที่ไม่เป็นอันตรายต่อเศรษฐกิจโลกเท่านั้น
นอกจากนั้น คุย ยังกล่าวด้วยว่า หาก จี20 ได้วิพากษ์วิจารณ์จีนในเรื่องนี้ ก็จะเท่ากับว่า จี20 ได้เดินมาอย่างผิดทิศผิดทาง และจะแสดงให้เห็นถึงความแตกแยกของ จี20 อย่างชัดเจน
พร้อมกันนั้น คุย ยังยืนยันว่า จีนได้ทำอย่างดีที่สุดแล้วเพื่อหลีกเลี่ยงความตึงเครียดในปัญหาค่าเงิน ด้วยการรักษาให้เศรษฐกิจโลกเติบโตอย่างเข้มแข็งเรื่อยมา
“
ผมคิดว่า สิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญที่จีนได้ทำให้กับโลก” คุย กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ในเวทีการประชุมรัฐมนตรีการคลัง จี20 ที่ประชุมก็ล้มเหลวเช่นเคยที่จะหาข้อสรุปกับการแก้ปัญหาค่าเงิน แต่ได้เห็นพ้องว่าให้เป็นหน้าที่ของไอเอ็มเอฟที่จะจัดการกับปัญหานี้







