
โลกมองไทย
หนังสือพิมพ์ ไฟแนลเชียล ไทมส์ รายงานเมื่อวันที่ 12 ต.ค. ว่า ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (เอดีบี) ได้ร่วมลงนามในข้อตกลงอนุมัติเงินกู้จำนวน 4,200 ล้านเหรียญสหรัฐ (1.26 แสนล้านบาท) แก่บริษัท บางจากปิโตรเลียม ของไทย เพื่อนำไปลงทุนในการก่อสร้างโรงงานผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ 2 แห่งใน จ.พระนครศรีอยุธยา
รายงานกล่าวว่า โรงงานทั้งสองแห่งซึ่งคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2554 จะช่วยให้รัฐบาลไทยบรรลุเป้าหมายที่จะลดการใช้พลังงานเชิงพาณิชย์ลง 20.4% ด้วยการหันมาพึ่งพาพลังงานทดแทนที่คาดว่าจะผลิตได้ราว 5,608 เมกะวัตต์ ภายในปี 2563
ทั้งนี้ ปัจจุบันประเทศไทยมีการใช้แหล่งพลังงานทดแทน อาทิ พลังงานชีวมวลพลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานไฟฟ้าจากน้ำเพียง 1,754 เมกะวัตต์
“
แผนการก่อสร้างครั้งนี้จะเป็นหนึ่งในโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ยิ่งกว่านั้นยังเป็นตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นว่าแผนการสร้างโรงงานไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่เป็นสิ่งที่เป็นไปได้ ไม่ว่าจะในประเทศไทยเอง หรือในพื้นที่อื่นก็ตาม” โจ ยามากาตะ รองผู้อำนวยการทั่วไปของเอดีบี กล่าวพร้อมกันนี้ หากประเทศไทยสามารถตอบสนองความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นได้ด้วยการพึ่งพาพลังงานทดแทน อย่างพลังงานแสงอาทิตย์ก็จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้
นอกจากนี้ เอดีบี ยังกล่าวด้วยว่า นอกจากแผนอนุมัติเงินกู้ข้างต้นแล้วเอดีบี ยังอนุมัติเงินกู้อีกก้อนหนึ่งมูลค่า4 แสนเหรียญสหรัฐ (ราว 12 ล้านบาท) ให้แก่บริษัท บางจาก สำหรับนำไปพัฒนาเทคนิคการดำเนินธุรกิจตามโครงการ ซึ่งมุ่งเน้นการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์







