posttoday
ปิดจ๊อบกฎหมายลูก ก้าวแรกสู่การเลือกตั้ง

ปิดจ๊อบกฎหมายลูก ก้าวแรกสู่การเลือกตั้ง

05 มีนาคม 2561

ทันทีที่ พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศกำหนดเลือกตั้งอย่างเป็นทางการแบบชัดถ้อยชัดคำแล้ว ย่อมหมายความว่าเงื่อนไขของการเลื่อนการเลือกตั้งออกไปย่อมต้องหมดไปเช่นกัน

ทันทีที่ พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศกำหนดเลือกตั้งอย่างเป็นทางการแบบชัดถ้อยชัดคำแล้ว ย่อมหมายความว่าเงื่อนไขของการเลื่อนการเลือกตั้งออกไปย่อมต้องหมดไปเช่นกัน

*****************************

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

ณ เวลานี้เป็นเวลาเกือบ 1 ปีแล้วที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มีผลใช้บังคับ ภารกิจสำคัญประการหนึ่ง คือ การจัดทำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้งจำนวน 4 ฉบับ ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของการนำไปสู่การเลือกตั้งนั้นกำลังจะสิ้นสุดอย่างไม่เป็นทางการในวันที่ 8 มี.ค.

อย่างที่ทราบกันดีว่าการจะกำหนดวันเลือกตั้งได้นั้น จะต้องให้ร่างกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งจำนวน 4 ฉบับมีผลใช้บังคับก่อน ได้แก่ กฎหมายคณะกรรมการการเลือกตั้ง กฎหมายพรรคการเมือง กฎหมายการเลือกตั้ง สส. และกฎหมายการได้มาซึ่ง สว.

ปัจจุบันกฎหมายสองฉบับแรกได้ประกาศใช้และมีผลใช้บังคับอย่างเป็นทางการ ส่วนอีกสองฉบับก็กำลังจะตามไปติดๆเช่นกัน โดย สนช.เตรียมลงมติให้ความเห็นชอบในวันที่ 8 มี.ค.

ทั้งนี้ หากไม่มีอะไรผิดพลาดหรือไม่มีใบสั่งใบโตมาจากผู้มีอำนาจ สนช.ทั้ง 248 คน น่าจะยินยอมพร้อมใจให้ความเห็นชอบกับร่างกฎหมายทั้งสองฉบับ เพื่อเดินหน้าสู่การเลือกตั้งอย่างเป็นทางการเสียที

ตามขั้นตอน เมื่อ สนช.ให้ความเห็นชอบแล้วและไม่มี สนช.เข้าชื่อเพื่อยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ กฎหมายทั้งสองฉบับจะเข้าสู่ขั้นตอนของการประกาศใช้ ซึ่งน่าจะเสร็จสิ้นภายในระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน

กว่าภารกิจของการปั๊มกฎหมายเลือกตั้งจะมาถึงวันนี้ได้ ต้องยอมรับเส้นทางของร่างกฎหมายเลือกตั้งสองฉบับสุดท้ายนี้เต็มไปด้วยขวากหนามพอสมควร เนื่องจากเต็มไปด้วยความขัดแย้งในทางการเมืองและความคิดระหว่าง กรธ.และ สนช. โดยเฉพาะอย่างยิ่งความไม่ลงรอยกันในกฎหมายการได้มาซึ่ง สว.

กรธ.พยายามเสนอให้วุฒิสภาชุดใหม่ในอนาคตมีโครงสร้างแตกต่างไปจากอดีตที่ผ่านมา กล่าวคือ เดิมวุฒิสภาของไทยมักจะผูกติดกับภาพของการเป็น “สภาสูง” ที่ต้องคอยทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้กับสภาผู้แทนราษฎร แต่ กรธ.ต้องการปฏิรูปเปลี่ยนให้หมด จึงเป็นที่มาของการตัดอำนาจสำคัญของ สว.บางประการต่อไป เช่น การถอดถอนบุคคลออกจากตำแหน่งทางการเมือง เป็นต้น และเปลี่ยนภาพของวุฒิสภาให้เป็นสภาของประชาชน ด้วยการให้บุคคลสามารถสมัครเป็น สว.ได้อย่างอิสระ และกำหนดให้วุฒิสภามาจากกลุ่มวิชาชีพ 20 กลุ่ม เพื่อสร้างความหลากหลาย

ทว่า สนช.กลับไม่เห็นด้วยกับ กรธ. ซึ่งส่วนมากยังคงติดภาพของวุฒิสภาแบบเก่าที่ควรต้องอุดมไปด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ อีกทั้งยังไม่ไว้วางใจระบบที่ กรธ.ออกแบบไว้จะช่วยให้วุฒิสภาปลอดจากการเมือง ทำให้ต้องใช้วิธีการเสียงข้างมากหักกับ กรธ. และรื้อสิ่งที่ กรธ.ทำไว้จากหน้ามือเป็นหลังมือ โดยไม่สนใจว่าโครงสร้างของวุฒิสภาที่ กรธ.คิดมานั้นมาจากความเห็นของประชาชนแต่ละภูมิภาคที่ กรธ.ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็น

ความขัดแย้งระหว่าง กรธ.และ สนช. นำมาซึ่งการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญร่วมกัน 3 ฝ่าย ระหว่าง สนช. กรธ. และ กกต. ท่ามกลางกระแสข่าวมาเป็นระยะว่า สนช.อาจตัดสินใจใช้มติเสียงข้างมากเพื่อล้มกฎหมายเลือก สว. อันจะมีผลให้การเลือกตั้งต้องเลื่อนออกไป

แต่ถึงที่สุดแล้ว ทั้งสองฝ่ายก็สามารถหาข้อตกลงกันได้แบบบัวไม่ช้ำน้ำไม่ขุ่น

โดยรูปแบบของวุฒิสภาของ สนช. ทั้งการให้มาจากกลุ่มวิชาชีพ 10 กลุ่ม การใช้ระบบเลือกกันโดยตรง และการให้บุคคลสามารถสมัคร สว.ผ่านองค์กรนิติบุคคลได้นอกเหนือไปจากการสมัครโดยอิสระ จะอยู่ในบทเฉพาะกาลของร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. แต่จะบังคับใช้แค่ 5 ปีแรกเท่านั้น พอพ้น 5 ปี รูปแบบวุฒิสภาจะเป็นไปตามที่โครงสร้างที่ กรธ.ออกแบบ เรียกได้ว่า “วัดครึ่งหนึ่ง-กรรมการครึ่งหนึ่ง”

ด้วยเหตุนี้เองจึงไม่แปลกใจว่าทำไม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ถึงได้ประกาศให้ช่วงเดือน ก.พ. 2562 จะมีการจัดการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ

เมื่อทุกอย่างสอดรับกัน ความขัดแย้งของ กรธ.และ สนช.ที่สลายไป และการประกาศเลือกตั้งของนายกฯ เป็นปัจจัยบรรยากาศการเมืองกลับมามีความคึกคักทันที

บรรยากาศที่ว่านั้นสะท้อนได้จากภาพของกลุ่มบุคคลที่ไปจดแจ้งต่อ กกต. เพื่อขอจองชื่อสำหรับการตั้งพรรคการเมืองใหม่จำนวนมาก

ภาพที่เกิดขึ้นเป็นผลดีต่อรัฐบาลและ คสช.อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากทุกสายตาที่เดิมจับจ้องแต่รัฐบาลและ คสช.จากสารพัดเรื่องเทาๆ ที่เกิดขึ้นภายในรัฐบาล เปลี่ยนมาติดตามบรรยากาศของการเลือกตั้งแทน

ไม่เพียงแต่จะช่วยให้รัฐบาลคลายความอึดอัดเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ฝ่ายตรงข้ามที่พยายามก่อม็อบเพื่อให้รัฐบาลเร่งจัดการเลือกตั้งอ่อนแรงไปด้วย เรียกได้ว่ารัฐบาลได้ทลายเงื่อนไขดังกล่าวด้วยตัวเอง

อย่างไรก็ตาม แม้รัฐบาลและ คสช.จะกุมความได้เปรียบอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ถือไพ่เหนือกว่าไปเสียทั้งหมด

โดยทันทีที่ พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศกำหนดเลือกตั้งอย่างเป็นทางการแบบชัดถ้อยชัดคำแล้ว ย่อมหมายความว่าเงื่อนไขของการเลื่อนการเลือกตั้งออกไปย่อมต้องหมดไปเช่นกัน

หาก คสช.หาเหตุผลที่ปราศจากความชอบธรรมอาศัยเพื่อเลื่อนการเลือกตั้งอีก ย่อมเท่ากับว่าเป็นการเสียคำพูดที่ไม่สมควรให้อภัย

ทุกครั้งของการเลื่อนวันเลือกตั้งออกไปทั้งๆ ที่ให้สัญญาเอาไว้แล้วนั้น ไม่ต่างอะไรกับการทำลายความชอบธรรมของตัวเองพร้อมๆ กับการสร้างความชอบธรรมให้ฝ่ายตรงข้ามเพิ่มมากขึ้น

ถึงกระนั้นแล้ว การประกาศเลือกตั้งในเดือน ก.พ. 2562 น่าจะเป็นไปตามนั้น เว้นเสียแต่จะมีการเปลี่ยนคำสัญญาอีกครั้ง ซึ่งถึงเวลานั้นรัฐบาลและ คสช.ก็ต้องรับผิดชอบด้วยตัวเอง 

ข่าวล่าสุด

จับตา 10 เทรนด์เทคโนโลยีปี 2570 ตั้งแต่ AI Agent ถึงแอปใช้แล้วทิ้ง

จับตา 10 เทรนด์เทคโนโลยีปี 2570 ตั้งแต่ AI Agent ถึงแอปใช้แล้วทิ้ง