
คลินิกความงามไทยบูม ดึง InMode ยักษ์เทคโนโลยีการแพทย์โลก ตั้งสำนักงานในไทย
ตลาดคลินิกความงามไทยบูมไม่ต่ำกว่า 7,000 แห่ง ดึง InMode บริษัทเทคโนโลยีทางการแพทย์ระดับนานาชาติ ปักธงตั้งสำนักงานในไทย รุกเอเชีย
ท่ามกลางการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลาง Medical Tourism และการพัฒนาอุตสาหกรรม Wellness ตลาดความงามและเวชกรรมความงามในประเทศก็เติบโตอย่างต่อเนื่อง
โดย InMode บริษัทเทคโนโลยีทางการแพทย์ระดับนานาชาติ ประเมินว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีคลินิกเวชกรรมความงามเปิดให้บริการทั่วประเทศประมาณ 7,000 แห่ง ยังไม่รวมโรงพยาบาลเอกชน ขณะที่มูลค่าตลาดรวมอยู่ในระดับหลายหมื่นล้านบาท
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงศักยภาพของอุตสาหกรรมที่ขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมกับการแข่งขันที่ทวีความเข้มข้นขึ้นตามมา
เมื่อผู้ประกอบการไม่สามารถแข่งขันได้ด้วยราคา โปรโมชั่น หรือชื่อเสียงของแพทย์เพียงอย่างเดียว เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการแพทย์จึงเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการสร้างความแตกต่างทางธุรกิจ ตั้งแต่เครื่องมือยกกระชับผิว ลดไขมัน ไปจนถึงเทคโนโลยีฟื้นฟูร่างกายและดูแลสุขภาพในมิติที่หลากหลาย
ท่ามกลางโอกาสดังกล่าว InMode จึงเดินหน้ายกระดับการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย จากเดิมที่ทำตลาดผ่านตัวแทนจำหน่ายมาเป็นระยะเวลา 10 ปี สู่การจัดตั้งสำนักงานโดยตรง (Direct Office) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารตลาด สร้างความสัมพันธ์กับเครือข่ายแพทย์ และเข้าถึงความต้องการของผู้ประกอบการคลินิกและผู้บริโภคชาวไทยได้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น
ทำไมเลือกไทย ตั้งสำนักงานใหญ่?
การตัดสินใจเข้ามาตั้งสำนักงานโดยตรงในไทย ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้า แต่เป็นการปรับยุทธศาสตร์เพื่อให้บริษัทเข้าใจตลาดและเข้าถึงความต้องการของผู้ใช้งานได้โดยตรง
Mr. Nadav Cham VP Marketing & Sales and Service of APAC ระบุว่าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นตลาดอนาคตที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยบริษัทเลือกประเทศไทยเป็นฐานสำนักงานตรงแห่งแรกในภูมิภาค ก่อนมีแผนขยายไปยังจีนและเกาหลีใต้
เหตุผลสำคัญมาจากความพร้อมของตลาดไทย ทั้งตลาดความงามที่มีพัฒนาการสูง ผู้บริโภคมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีทางการแพทย์ ตลอดจนความเชื่อมั่นระหว่างแพทย์กับคนไข้ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการยอมรับนวัตกรรมใหม่
อีกทั้งการมีสำนักงานในประเทศยังช่วยให้บริษัทรับฟังความคิดเห็นจากแพทย์และผู้ใช้งานได้โดยตรง ก่อนนำข้อมูลกลับไปพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมร่วมกับฝ่ายวิจัยและพัฒนา (R&D)
ไทยมีจุดแข็งอะไร ทำไมถูกมองเป็น Trendsetter ความงามเอเชีย?
Mr. Nadav กล่าวอีกว่า ประเทศไทยมีจุดแข็งในอุตสาหกรรมเวชศาสตร์ความงามและธุรกิจสุขภาพ ด้วยองค์ประกอบสำคัญ 3 ประการ ที่ทำให้มีความโดดเด่นและแตกต่างจากตลาดอื่นๆ ประการแรก คือ เป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ที่มีความพร้อมและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยมีสถานพยาบาลมากกว่า 500 แห่ง และมีโรงพยาบาลและคลินิกจำนวน 61 แห่งที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก Joint Commission International (JCI) อีกทั้งยังมีแผนยุทธศาสตร์ระดับชาติในการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมการแพทย์ไปจนถึงปี 2034
ประการต่อมา คือ ความเชื่อมั่นและความไว้วางใจ สิ่งที่เห็นอย่างชัดเจนคือ ผู้ป่วยให้ความสำคัญกับการเลือกแพทย์และความสัมพันธ์ระหว่างแพทย์กับผู้ป่วยเป็นอันดับแรก ก่อนที่จะพิจารณาเลือกใช้เทคโนโลยีหรือเครื่องมือทางการแพทย์ต่างๆ
ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ของไทยที่พบว่า ความไว้วางใจและความพึงพอใจเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการกลับมาใช้บริการซ้ำและการแนะนำต่อให้ผู้อื่น และประการสุดท้าย คือ ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญทางคลินิกในการดูแลผิวของชาวเอเชีย ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ โดยเฉพาะปัญหาเม็ดสีผิวและความปลอดภัยในการรักษา ที่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าประสิทธิภาพของผลการรักษา
จุดเด่นของประเทศไทยในสายตา InMode ไม่ได้อยู่เพียงขนาดตลาด แต่ยังรวมถึงความสามารถของบุคลากรทางการแพทย์และมาตรฐานการให้บริการ
พชร บุญเกียรติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินโหมด (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวเสริมว่า แพทย์ไทยมีทั้งความเชี่ยวชาญด้านหัตถการ ความละเอียดในการดูแลคนไข้และ Service Mind ที่สร้างความแตกต่างจากตลาดอื่น โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับการประเมินสภาพผิว การพูดคุยทำความเข้าใจความต้องการของคนไข้ และการดูแลความสะอาดปลอดภัย ซึ่งจะเห็นว่ามีชาวต่างชาติหลายคนที่เป็นแฟนคลับของหมอไทย
ขณะเดียวกัน ตลาดไทยยังมีความเร็วในการเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ ทั้งในฝั่งแพทย์และผู้บริโภค ทำให้ประเทศไทยมีศักยภาพในการเป็นพื้นที่ทดลอง พัฒนา และต่อยอดนวัตกรรม ก่อนขยายองค์ความรู้ไปสู่ตลาดอื่นในภูมิภาค
ภาพสะท้อนสำคัญคือการจัดงาน InMode Summit ซึ่งย้ายจากยุโรปมาจัดที่ประเทศไทยเป็นครั้งแรกในรอบ 5-6 ปี มีแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเข้าร่วมประมาณ 670-700 คน จาก 40-70 ประเทศทั่วโลก และมีแพทย์ไทย 6 คนได้ขึ้นบรรยายบนเวทีระดับนานาชาติ ซึ่งเป็นจำนวนแพทย์จากประเทศเจ้าภาพที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์การจัดงาน
จากเทคโนโลยีตะวันตกสู่การพัฒนาโปรโตคอลสำหรับผิวคนเอเชีย
อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ไทยมีความสำคัญต่อยุทธศาสตร์ของ InMode คือโอกาสในการพัฒนาเทคโนโลยีให้ตอบโจทย์สภาพผิวและความต้องการของผู้บริโภคในภูมิภาค เนื่องจากเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่พัฒนาจากฝั่งตะวันตกอาจต้องปรับวิธีการใช้งานให้เหมาะสมกับสภาพผิวของคนเอเชีย
InMode จึงร่วมมือกับอาจารย์แพทย์ไทยในการพัฒนาและทดสอบโปรโตคอลการรักษาเฉพาะกลุ่ม
นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างการจัดตั้ง Advisory Board ร่วมกับแพทย์ไทย เพื่อดำเนินการวิจัยทางคลินิก (Clinical Research) สำหรับผิวคนไทยโดยเฉพาะ
ประเด็นนี้ทำให้บทบาทของไทยขยับจากการเป็นเพียงตลาดจำหน่ายเครื่องมือแพทย์ ไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมทางการแพทย์ของบริษัทระดับโลก
ตลาดความงามกำลังเปลี่ยนผ่าน สู่ Wellness และ Longevity
นอกเหนือจากตลาดหัตถการเพื่อความงาม InMode ยังมองเห็นโอกาสการเติบโตในตลาด Wellness และ Longevity ซึ่งกำลังขยายตัวตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการมีสุขภาพดีและการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพในระยะยาว
ทิศทางดังกล่าวทำให้ทาง Inmode เริ่มขยายขอบเขตเทคโนโลยีจากการดูแลรูปลักษณ์ภายนอก ไปสู่การดูแลสุขภาพเชิงฟังก์ชัน เช่น การกระตุ้นกล้ามเนื้อ การรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ และอาการตาแห้ง รวมถึงการดูแลสุขภาพก่อนเข้าสู่ภาวะเจ็บป่วย หรือ Pre-Disease Gap
พร้อมกันนี้ยังมีแผนขยายพอร์ตสินค้า Non-Medical / Beauty ซึ่งไม่จำเป็นต้องให้แพทย์เป็นผู้ควบคุมการใช้งาน โดยมีช่องทางเป้าหมายเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว สปา และห้างสรรพสินค้า เพื่อขยายฐานลูกค้าออกจากตลาดคลินิกแบบเดิม
โอกาสทางเศรษฐกิจไทย มากกว่าการลงทุนเครื่องมือแพทย์
ทั้งนี้ การเข้ามาของ InMode ยังสะท้อนโอกาสในการเชื่อมโยงธุรกิจการแพทย์เข้ากับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการของไทย
โดยการจัดงาน InMode Summit ครั้งนี้ พชระ เผยว่า บริษัทใช้งบลงทุนจัดงานเกือบ 100 ล้านบาท และคาดการณ์ว่าสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยมากกว่า 500 ล้านบาท จากการเดินทาง ที่พัก การท่องเที่ยว และการใช้จ่ายของแพทย์และผู้เชี่ยวชาญจากนานาชาติ
อย่างไรก็ตาม พชระ กล่าวอีกว่า การผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Medical & Wellness Hub ยังต้องอาศัยความร่วมมือจากภาครัฐ โดยเฉพาะการสนับสนุนผู้ประกอบการ การสร้างมาตรฐานความปลอดภัย และการให้ความรู้แก่ผู้บริโภคเกี่ยวกับการตรวจสอบเครื่องมือแพทย์แท้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดในระยะยาว







