posttoday
"สุชาติ” ลุยทวงคืนหาดฟรีด้อม 70 ไร่ หลังจับ “เสี่ยเล็ก” ลั่นไม่เก็บค่าเข้าอีกต่อไป!

"สุชาติ” ลุยทวงคืนหาดฟรีด้อม 70 ไร่ หลังจับ “เสี่ยเล็ก” ลั่นไม่เก็บค่าเข้าอีกต่อไป!

08 พฤศจิกายน 2569

"สุชาติ” รื้อสิ่งปลูกสร้างบุกรุกหาดฟรีด้อม จ.ภูเก็ต หลังตำรวจจับ “เสี่ยเล็ก” ผู้ต้องหาคดีหลอกขายสิทธิ์ที่ดินป่าสงวน ทำผู้เสียหายสูญเงินหลายสิบล้านบาท เตรียมเปิดพื้นที่ชายหาดฟรี

นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมคณะ เดินทางไป สภ.กะทู้ จ.ภูเก็ต หลังตำรวจสอบสวนกลางจับกุม นายปรินทร หรือ "เสี่ยเล็ก หาดฟรีด้อม" ตัวการหลอกขายสิทธิ์ที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อเตรียมปฏิบัติการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทวงคืนหาดฟรีด้อม เนื้อที่กว่า 60-70 ไร่ มูลค่าหลายพันล้านบาท ตามข้อสั่งการเด็ดขาดของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการนำพื้นที่รัฐกลับมาเป็นของสาธารณะ ให้ทุกคนเข้าใช้บริการได้ฟรี โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือจ่ายให้กลุ่มอิทธิพลใดๆ(ช่วงเย็น 7 พ.ย.ที่ผ่านมา)

 

ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดจากการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานอย่างรัดกุมนานเกือบ 6 เดือน โดย พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผบก.ปทส. ลงพื้นที่ตรวจสอบแนวเขตที่ดินจนพบการนำที่ดินป่าสงวนไปหลอกขายต่อ มีผู้เสียหายสูญเงินรวมหลายสิบล้านบาท นำไปสู่การออกหมายจับและจับกุมในข้อหาฉ้อโกงประชาชน ซึ่ง นายสุชาติ ย้ำชัดว่าต้องแยกเป็น 2 ส่วน คือการทวงคืนที่ดินรัฐและดำเนินคดีอาญา พร้อมลั่นวาจาว่าในยุครัฐบาลอนุทิน ต้องไม่มีมาเฟียหรือผู้มีอิทธิพล และเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายจะไม่ยอมเกรงกลัวใคร เพื่อคืนความเป็นธรรมให้ประชาชน

 

สำหรับแผนรื้อถอน เจ้าหน้าที่ระดมกำลังกว่า 200 นาย จากกรมป่าไม้ กรมอุทยานฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมรถแบ็กโฮเข้าทลายสิ่งปลูกสร้างและสิ่งกีดขวางกว่า 20 รายการ รวมถึงรื้อถอนบันไดเดิม 70-80 ขั้น เพื่อปรับภูมิทัศน์และทำทางลงหาดใหม่ ให้ประชาชนเดินทางลงเล่นน้ำพักผ่อนได้สะดวก โดยตั้งเป้าเห็นความคืบหน้าภายในวันเดียว และย้ำว่าจะไม่มีการเก็บค่าเข้า ไม่มีการนำเจ็ตสกีหรือเรือมาจอดกีดขวาง และไม่มีการตั้งเตียงผ้าใบยึดครองพื้นที่อีกต่อไป ส่วนผู้เสียหายที่ถูกหลอกขายสิทธิ์สามารถแจ้งความเพิ่มเติมได้ที่ สภ.กะทู้

 

นอกจากนี้ นายสุชาติ ได้เข้าพูดคุยและขอโทษผู้เสียหาย รวมถึง นายอองเดรย์ ชาวต่างชาติที่ได้รับผลกระทบ โดยผู้เสียหายแสดงความกังวลเรื่องอิทธิพลและอาวุธปืนของกลุ่มผู้ต้องหา พร้อมขอความช่วยเหลือเรื่องการเยียวยาหลังสูญเงินจนสิ้นเนื้อประดาตัว ซึ่ง นายสุชาติ ยืนยันให้คลายกังวลเพราะพยานหลักฐานชัดเจน พร้อมสั่งการผู้ว่าฯ ภูเก็ต รวบรวมข้อมูลผู้เสียหายเพื่อเร่งเยียวยา และเตรียมจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตรึงกำลังประจำการที่หาดฟรีด้อม เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน 

 

ย้อนปมข้อพิพาทหาดฟรีด้อม จากเก็บค่าเข้าชายหาดสู่คดีบุกรุกป่าสงวน

สำหรับกรณีหาดฟรีด้อม จังหวัดภูเก็ต เป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับการครอบครองและใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขานาคเกิด ซึ่งมีปัญหาต่อเนื่องทั้งการเรียกเก็บเงินจากนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางลงชายหาด การก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ป่า และการกล่าวอ้างสิทธิครอบครองที่ดินของเอกชน

 

ปัญหาดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมากในเดือนมีนาคม 2569 หลังมีการร้องเรียนว่ากลุ่มบุคคลเข้ายึดครองพื้นที่และเรียกเก็บค่าผ่านทางลงหาด เจ้าหน้าที่จังหวัดภูเก็ตจึงร่วมกับตำรวจและกรมป่าไม้ลงพื้นที่ตรวจสอบ โดยเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 มีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 100 นาย เข้าตรวจสอบพื้นที่ป่าเหนือชายหาดและจับกุมผู้กระทำผิดหลายราย

 

อย่างไรก็ตาม ข้อพิพาทมีความซับซ้อน เนื่องจากผู้ที่อ้างสิทธิครอบครองที่ดินบางรายนำเอกสาร ส.ค.1 มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ โดยอ้างว่ามีสิทธิใช้ประโยชน์ในพื้นที่ ขณะที่หน่วยงานป่าไม้ยืนยันว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ จึงต้องตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารและแนวเขตที่ดินอย่างละเอียด

 

ต่อมาในวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 นายปรินทร หรือ "เสี่ยเล็ก หาดฟรีด้อม" ได้เข้าพบเจ้าหน้าที่เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 และพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 รวม 4 คดี โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่ามีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการบุกรุกพื้นที่ประมาณ 57 ไร่

 

ขณะนั้น นายปรินทรปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยยืนยันว่าครอบครัวอาศัยอยู่ในพื้นที่มานาน มีเอกสารเกี่ยวกับการครอบครองที่ดินที่ได้รับสืบทอดจากญาติ และอยู่ระหว่างดำเนินการขอออกโฉนด พร้อมปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นผู้มีอิทธิพลหรือเรียกเก็บค่าผ่านทางจากนักท่องเที่ยว

 

ในเดือนมิถุนายน 2569 จังหวัดภูเก็ตยังคงเดินหน้าจัดระเบียบพื้นที่ โดยสั่งปรับปรุงเส้นทางลงหาดฟรีด้อมเพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงชายหาดได้โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม พร้อมเพิ่มมาตรการควบคุมกิจกรรมที่อาจกระทบความปลอดภัยและการใช้ประโยชน์จากพื้นที่สาธารณะ

 

กระทั่งการสืบสวนขยายผลไปสู่ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการหลอกขายที่ดินในเขตป่าสงวน โดยตำรวจระบุว่ามีการนำที่ดินไปเสนอขายแก่ประชาชนและนักลงทุน อ้างว่ามีเอกสารสิทธิถูกต้องตามกฎหมาย ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินรวมกว่า 20 ล้านบาท แต่ภายหลังไม่สามารถเข้าใช้ประโยชน์จากที่ดินได้

 

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2569 ตำรวจจึงจับกุมนายปรินทรพร้อมพวกรวม 4 คน ตามหมายจับในคดีฉ้อโกงประชาชน โดยนายปรินทรยังถูกกล่าวหาในความผิดเกี่ยวกับการนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งผู้ต้องหาให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา

ข่าวล่าสุด

คลินิกความงามไทยบูม ดึง InMode ยักษ์เทคโนโลยีการแพทย์โลก ตั้งสำนักงานในไทย

คลินิกความงามไทยบูม ดึง InMode ยักษ์เทคโนโลยีการแพทย์โลก ตั้งสำนักงานในไทย