
ระเบิดแสวงเครื่อง – จิ๊กซอว์ “ก่อการร้าย” จากบางบัวทอง
เหตุการณ์ครั้งนี้แตกต่างไปกับครั้งอื่นๆ เนื่องจากก่อนหน้านี้เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นจะมีลักษณะใช้เครื่องยิง หรือขว้างเท่านั้น ส่วนระเบิด “แสวงเครื่อง” ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในเหตุไม่สงบชายแดนใต้มากกว่า
เหตุการณ์ครั้งนี้แตกต่างไปกับครั้งอื่นๆ เนื่องจากก่อนหน้านี้เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นจะมีลักษณะใช้เครื่องยิง หรือขว้างเท่านั้น ส่วนระเบิด “แสวงเครื่อง” ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในเหตุไม่สงบชายแดนใต้มากกว่า
โดย.. ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน
ความอื้ออึงของฝูงชนนับร้อยที่รวมตัวกันอย่างหลวมๆ บริเวณปากซอยชุมชนหมู่บ้านทิพย์วรรณ ย่านบางบัวทอง เมืองนนทบุรี ตัดสลับกับเสียงเกรียวกราวโหวกเหวกโวยวายที่ดังขึ้นเป็นระยะ ช่วยฉายภาพความโกลาหลภายหลังสิ้นเสียงกัมปนาทให้ชัดแจ้งยิ่งขึ้น
เดิมทีหมู่บ้านทิพย์วรรณจะคึกคักไปด้วยชาวบ้านในละแวก เนื่องจากตั้งอยู่ประชิดกับถนนใหญ่สายกาญจนาภิเษก มีรถยนต์สัญจรไปมาตลอดวัน มีชุมชนขนาดย่อมรายล้อม เป็นทั้งที่ตั้งของตลาดบางบัวทอง ศูนย์อาหาร มินิมาร์ท อู่รถประจำทาง และสถานีตำรวจประจำท้องที่ แต่หลังจากเกิดเสียงระเบิดขึ้นในช่วง 18.00 น.เศษของวานนี้ ความหวาดกลัวและหวาดระแวงจึงเริ่มเกิดขึ้น
ลึกเข้าไปจากถนนกาญจนาภิเษกประมาณ 100 เมตร ตลอดทางถูกปกคลุมด้วยความมืด ทาวน์เฮาส์ที่เรียงรายทั้ง 2 ฟากฝั่งไม่มีผู้คนอาศัย เมื่อเดินเข้าไปตามทางก็พบกับเศษกระจกสีดำที่ตกกระจัดกระจายจากแรงระเบิดอยู่ทั่วบริเวณ ขณะเดียวกันก็ยังคงมีกลิ่นควันไฟคละคลุ้งอยู่
เมื่อเดินต่อเข้าไปข้างใน มีแสงจากสปอตไลท์ส่องไปยังซากปรักหักพังของตึกสีครีมเปลือกไข่ ซึ่งตึกนั้นติดป้ายแสดงชื่อ “สมานเมตตาแมนชั่น”
แมนชั่นแห่งนี้มีด้วยกัน 6 ชั้น ตั้งอยู่เลขที่ 209/10 หมู่6 ต.สโนลอย อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เจ้าของชื่อ สมาน บุญประเสริฐ โดยจุดที่เสียหายรุนแรงสุดคือ บริเวณชั้น 2 สภาพพังยับเยิน ระเบียงและกำแพงปูนด้านนอกแตกกระจาย เสาเข็มอาคารทรุดหัก นอกจากนี้ความเสียหายยังกินพื้นที่ไปถึงชั้น 3 ของอาคาร และกระจก รวมทั้งโครงสร้างของอาคารใกล้เคียงด้วย
ข้อมูลเบื้องต้นที่ได้จากการพูดคุยกับ พ.ต.ท.กำธร อุ่ยเจริญ รองผู้กำกับกลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด (EOD) กองบังคับการตำรวจปฏิบัติการพิเศษ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ทำให้ทราบว่า ห้องพักในแมนชั่นแห่งนี้ อาจจะเป็นที่ประกอบระเบิดของคนร้าย เพราะจากการตรวจสอบพบระเบิดทีเอ็นที และซีโฟร์ น้ำหนักกว่า 10 กิโลกรัม
สอดคล้องกับข้อมูลของ ผู้เชี่ยวชาญด้านระเบิด ที่ระบุว่า ภายในห้องมีระเบิดทีเอ็นทีชนิดดินดำ และพบสายไฟอิเล็คทรอนิกส์หลายชนิด โดยมีชนิดหนึ่งที่พลเรือนไม่สามารถมีไว้ในครอบครองได้ ซึ่งจากพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ สันนิษฐานได้ว่าคนร้ายกำลังประกอบระเบิดอยู่ แต่เกิดประกายไฟขึ้นที่สายไฟ ระเบิดจึงระเบิดขึ้น
“เราเก็บหลักฐานสายไฟที่ไหม้นั้นไว้ได้แล้ว เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ คาดว่าผู้ก่อการเป็นมืออาชีพ”ผู้เชี่ยวชาญด้านระเบิดระบุ
การปฏิบัติการกู้ซากตึกเพื่อนำศพของผู้เสียชีวิตออกมาจากอาคารเป็นไปอย่างทุลักทุเล มีการเสริมกำลังของเจ้าหน้าที่หน่วยต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ สุนัขตำรวจถูกเรียกออกมาประจำการ หน่วยเก็บกู้ระเบิด 2 หน่วยเตรียมพร้อมรับภารกิจ
กว่า 2 ชั่วโมงหลังสิ้นเสียงระเบิด มีรายงานถึงผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตอย่างชัดเจนครั้งแรก จากนพ.ชาตรี เจริญสุข เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) สรุปผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต รวม 12 ราย แบ่งออกเป็นผู้เสียชีวิต 3 ราย และผู้บาดเจ็บ 10 ราย ในจำนวนนี้มีผู้บาดเจ็บสาหัส 4 ราย นำส่งโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า 2 ราย และโรงพยาบาลบางบัวทอง 2 ราย
ด้านพล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รักษาการ ผบช.ภ.1 กล่าวว่า เหตุระเบิดเกิดจากภายในแมนชั่นดังกล่าวแน่นอน โดยประเมินว่าคนร้ายน่าจะเก็บระเบิดจำนวนมากไว้ก่อเหตุ และมีการประกอบภายในห้องจนเกิดเหตุในที่สุด ทั้งนี้ จากประสบการณ์แม้ขณะนี้จะไม่ทราบชนิดและปริมาณวัตถุระเบิด แต่หากเทียบกับส่วนประกอบระเบิดที่ใช้แอมโมเนียมไนเตรตหรือปุ๋ยยูเรีย ก็คาดว่าระเบิดครั้งนี้น่าจะมีน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 50 กิโลกรัม
นายสมาน บุญประเสริฐ เจ้าของสมานเมตตาแมนชั่น และประธานชุม ชนหมู่บ้านทิพย์วรรณ กล่าวว่า ไม่รู้จักกับผู้ที่มาเช่าห้องที่คาดว่าจะเป็นจุดเกิดเหตุระเบิด โดยเท่าที่เคยสังเกตพบว่าห้องดังกล่าวมีผู้อาศัยอยู่ 3 คน เป็นชาย 2 คน หญิง 1 คน และใช้รถกระบะโตโยต้าวีโก้ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียนจังหวัดนราธิวาส เป็นพาหนะ
สำหรับผู้บาดเจ็บเบื้องต้น ได้แก่ 1. นายวีรศักดิ์ อนุพันธ์ อายุ 38 ปี กระดูกต้นขาหัก 2.เด็กชายนิติพงษ์ ภู่หนู อายุ 7 ปี กะโหลกยุบ ต้องผ่าตัด แต่ยังรู้ตัวดี สอบถามทราบว่ากำลังวิ่งเล่นอยู่บริ เวณดังกล่าว 3.น.ส.พัชราพรรณ หวลศรีไทย อายุ 23 ปี บาดเจ็บเล็กน้อย 4.นายพีรพัฒน์ จาดขำ อายุ 24 ปี บาดเจ็บเล็กน้อย 5.นายวีรภัทร วังยายฉิม อายุ 16 ปี 6.นายสงกรานต์ บูชา อายุ 28 ปี 7.ด.ช.ณัฐวร คล้ายจินดา อายุ 3 ขวบ 8.นายสุรัตน์ อินเปล่ง อายุ 36 ปี 9.นายสมาน บุญประเสริฐ์
ส่วนผู้เสียชีวิตเบื้องต้นทราบชื่อ 1 คน คือ นายอภิลักษณ์ สัจจะบรรจงจิต ทำงานอยู่แพปลาสุเทพที่อยู่ติดกัน เพื่อนที่รอดชีวิตให้การว่า ก่อนเกิดเหตุนายอภิลักษณ์นั่งเล่นเกมอยู่ชั้น 2 แรงระเบิดทำให้นายอภิลักษณ์กระเด็นออกมาตกชั้นล่างห่างประมาณ 10 เมตร
เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นเหตุระเบิดครั้งใหญ่ สำหรับ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ผอ.ศอฉ.) และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ที่ต้องเผชิญร่วมกันเป็นครั้งแรก
ที่น่าสนใจคือความแตกต่างของอุบัติการณ์กับครั้งอื่นๆ เนื่องจากก่อนหน้านี้เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นจะมีลักษณะใช้เครื่องยิง หรือขว้างเท่านั้น ส่วนระเบิด “แสวงเครื่อง” ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในเหตุไม่สงบชายแดนใต้มากกว่า
“มีเจ้าหน้าที่ตำรวจถือถุงสีฟ้าใบใหญ่ออกไป ข้างนอกมีปากกาเมจิกเขียนบนถุงว่ารัฐไทยใหม่ ส่วนข้างในเป็นแผ่นซีดีใสๆ เกือบๆ 100 แผ่น”ช่างภาพโทรทัศน์สถานีหนึ่งอธิบายพร้อมกับแสดงภาพที่สามารถถ่ายเก็บไว้ได้
ก่อนสถานการณ์จะคืนสู่ความปกติ เกิดเหตุระทึกส่งท้ายอีกหนึ่งครั้ง เมื่อวิทยุสื่อสารของเจ้าหน้าที่ตำรวจดังขึ้น เสียงปลายสายแจ้งว่า “พบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิดกระเด็นไปอยู่ด้านข้างห้องที่เกิดเหตุ 1 ลูก” แต่ท้ายที่สุดแล้วเป็นเพียงการเข้าใจผิดเท่านั้น







