posttoday

ปฏิรูป ความหวังที่เลือนราง

24 พฤศจิกายน 2560

เส้นทาง “ปฏิรูป” กำลังเดินหน้าต่อเนื่องอีกรอบตามกรอบที่กำหนดในกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

โดย..ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

เส้นทาง “ปฏิรูป” ​กำลังเดินหน้าต่อเนื่องอีกรอบตามกรอบที่กำหนดในกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ล่าสุด​หลังแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูป 11 ด้าน ประกอบด้วยด้านการเมือง การบริหารราชการแผ่นดิน กฎหมาย กระบวนการยุติธรรม การศึกษา เศรษฐกิจ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สาธารณสุข สื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ สังคม และด้านอื่น

กรอบเวลา 7 เดือนเริ่มต้นนับถอยหลัง ไล่มาตั้งแต่ให้ที่ประชุมร่วมกันของประธานกรรมการปฏิรูปทุกคณะกําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจัดทําร่างแผนการปฏิรูปประเทศให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันที่แต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูป

จากนั้น ให้คณะกรรมการปฏิรูปจัดทําร่างแผนการปฏิรูปประเทศในด้านที่รับผิดชอบให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน และให้ที่ประชุมร่วมพิจารณาให้ความเห็นชอบภายใน 30 วัน

หลังจาก​คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติเพื่อพิจารณาความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บทแล้วจะส่งเรื่องไปยัง ครม. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบภายใน 30 วัน เพื่อนำไปจัดทําแผนการปฏิรูปประเทศ

ระหว่างนี้จึงเริ่มปรากฏเห็นกรรมการปฏิรูปบางคณะขยับและมีการออกมาเปิดเผยเค้าโครงข้อเสนอต่อสาธารณะให้เห็นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่อีกหลายคณะยังไม่ปรากฏความเคลื่อนไหว ​

กลายเป็นข้อกังขาที่ห่วงว่าความพยายามปฏิรูปในโค้งสุดท้ายอาจเป็นเพียงความหวังที่เลือนราง ยากจะนำไปสู่การปฏิบัติดังที่คาดหวังได้จริง

ชวนให้นึกย้อนถึง 3 ปีที่ผ่านมา หลังการรัฐประหาร เส้นทางการปฏิรูปยังไม่อาจสร้างความชัดเจน มีผลงานที่จับต้องได้ชัดเจน เป็นรูปธรรมอย่างที่สังคมคาดหวัง

ไม่ว่าจะเป็นการทำงานตั้งแต่ในช่วงสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จนส่งไม้ต่อมายังสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่มีผลงานเพียงแค่รายงานผลสรุปการศึกษาข้อเสนอแนะ ที่ส่งถึงมือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่ไม่ถูกหยิบยกไปสู่การปฏิบัติ

จนเป็นห่วงว่าขั้นตอนในส่วนของคณะกรรมการปฏิรูป และคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาตินั้น สุดท้ายแล้วผลลัพธ์ที่ออกมาอาจไม่ต่างจากการทำงานในชั้น สปท.และ สปช.

ส่องดูความคืบหน้าของคณะกรรมการปฏิรูปแต่ละชุด อย่างคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) หลังจากที่ทำงานมาได้พักใหญ่ สิ่งที่ชัดเจนที่สุดน่าจะเป็นเรื่องการถ่ายโอนภารกิจทั้ง 5 กลุ่ม ออกไปจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ทั้ง 1.ภารกิจด้านการจราจรที่โอนให้กับ กทม. เทศบาลนครต่างๆ และเมืองพัทยา ภายในกำหนดเวลา 3 ปี 2.ภารกิจด้านการป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยทางหลวง ขนส่ง ไปอยู่กับกระทรวงคมนาคม 3.ภารกิจด้านการป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดที่เกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์ โอนให้กับกรมทรัพย์สินทางปัญญา

4.ภารกิจด้านการป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดบนขบวนรถไฟหรือตำรวจรถไฟ และภารกิจด้านการป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดทางเทคโนโลยี ​ให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ 5.ภารกิจตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาในรายละเอียดของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.ร.)

โดยมีกรอบที่จะหารือกันในรายละเอียดวันที่ 1 ก.พ. 2561 เพื่อปรับปรุงแก้ไขกฎหมายให้เสร็จสมบูรณ์และนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีในวันที่ 3 ม.ย. 2561

ส่วนคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง ที่ถือเป็นอีกประเด็นสำคัญนั้นเวลานี้อยู่ระหว่างการจัดทำแผนปฏิรูปการเมือง 5 ปี ​​ซึ่งคาดว่าจะนำเสนอต่อประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ 11 คณะ ในสิ้นเดือน ธ.ค.นี้

ระหว่างนี้เป็นการเชิญหัวหน้าพรรคการเมืองมารับฟังความคิดเห็น​ ซึ่งแน่นอนว่าพรรคการเมืองส่วนใหญ่เห็นชอบกับหลักการในภาพรวมสนับสนุนกับการปฏิรูป รวมทั้งพร้อมจะสลายความขัดแย้งสร้างความปรองดองตามเป้าหมาย

ทว่า ในรายละเอียดของการดำเนินการว่าจะเดินต่อไปอย่างไรนั้น ขณะนี้ยังมีความเห็นที่ไม่ตรงกันในหลายส่วนไล่มาตั้งแต่ระบบการเลือกตั้ง กฎระเบียบ ที่ถูกมองว่าสร้างความอ่อนแอให้กับพรรคการเมือง มากกว่าจะสร้างความเข้มแข็งเพื่อเป็นรากฐานที่สำคัญในระบอบประชาธิปไตย

​​ยังไม่รวมถึงการปฏิรูปการศึกษา ที่แม้จะเริ่มต้นเดินหน้าไปแล้ว แต่ในรายละเอียดยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง หรือทิศทางการปฏิรูปว่าจะเดินหน้าไปทางไหน อย่างไร

แน่นอนว่าเรื่องปฏิรูปการศึกษาไม่ใช่เรื่องง่ายหรือสามารถเห็นผลได้รวดเร็วทันใจ แต่ที่ผ่านมาการขยับในเรื่องนี้ยังไร้ความชัดเจน จนเหมือนไม่เห็นการเดินหน้าในช่วงที่ผ่านมา

คล้ายกับปฏิรูปสาธารณสุข ที่เป็นเรื่องใหญ่ที่สังคมคาดหวังว่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่จนถึงวันนี้หลายปัญหาที่เป็นอยู่ยังคิดเห็นไม่ตรงกัน ทิศทางการแก้ไขยังเห็นต่าง

​สัญญาณทั้งหลายเหล่านี้ล้วนแต่ทำให้เป็นห่วงว่าการรัฐประหารครั้งนี้จะเสียของหรือไม่

ข่าวล่าสุด

CEG รุกโซลาร์เซลล์ ดันไทยสู่ Net Zero รับดีมานด์อุตสาหกรรมโตต่อเนื่อง