posttoday
17 ปี “ฉลาดซื้อ” พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค

17 ปี “ฉลาดซื้อ” พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค

23 กันยายน 2553

ย้อนกลับไปเดือนมิถุนายน พ.ศ.2537 บนชายขอบแผงหนังสือแห่งหนึ่ง ปรากฏนิตยสารฉบับปฐมฤกษ์รูปร่างอ่อนด้อยศิลปะชื่อ “ฉลาดซื้อ”....

ย้อนกลับไปเดือนมิถุนายน พ.ศ.2537 บนชายขอบแผงหนังสือแห่งหนึ่ง ปรากฏนิตยสารฉบับปฐมฤกษ์รูปร่างอ่อนด้อยศิลปะชื่อ “ฉลาดซื้อ”....

โดย...ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน

ย้อนกลับไปเดือนมิถุนายน พ.ศ.2537 บนชายขอบแผงหนังสือแห่งหนึ่ง ปรากฏนิตยสารฉบับปฐมฤกษ์รูปร่างอ่อนด้อยศิลปะชื่อ “ฉลาดซื้อ” คำถามเกิดขึ้นทันที “คนฉลาดควรซื้อจริงหรือ?”

เปิดหนังสือผ่านปลายนิ้วเรื่อยมาถึงแกนกลาง พบเรื่องเด่นประจำเล่มที่เสนอผลสำรวจ “ขนมเด็กกับการโฆษณา” แรกเห็นรู้สึกธรรมดา แอบปรามาสขึ้นในใจว่าไม่มีสิ่งใดแตกต่างและแปลกใหม่

ลงลึกในรายละเอียดด้วยเวลาพิเคราะห์เพียงครู่ สัมผัสถึงความละเมียดสร้างของกองบรรณาธิการ ด้วยความกล้าในการตีแผ่ความจริงโดยไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม ซึ่งช่วยตอบคำถามที่ยังคาใจในข้างต้น

 

17 ปี “ฉลาดซื้อ” พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค

“ในเวลานั้น ไม่มีกลไกอะไรที่ควบคุมการโฆษณาขนมเด็กและฉลาก การบริโภคขนมของเด็กเป็นไปอย่างไร้การควบคุม ...” ผลสำรวจยังให้ตระหนักถึงอุบัติการณ์อันน่าวิตก

สิ่งเล็กๆ ในวันนั้น ถูกหลอมจากเบ้าประสบการณ์อย่างต่อเนื่องถึง 16 ปี บ่มเพาะจนนิตยสารฉลาดซื้อ กลายเป็น “เข็มทิศ” ของผู้บริโภคในปัจจุบัน

“นิตยสารฉบับนี้จะช่วยตอบคำถามที่สงสัยกันว่าของแพงๆ มันดีจริงหรือ” สารี อ๋องสมหวัง ประธานมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และบรรณาธิการนิตยสารฉลาดซื้อ เร้าความสนใจให้เห็นถึงความสำคัญ

บทเรียนจากการทำงานตลอด 16 ปีที่ผ่านมาทำให้เธอพบว่า มีสินค้าที่ทั้งได้มาตรฐานและตกมาตรฐานจำหน่ายอยู่จำนวนมาก และของแพงก็ไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดเสมอไป

สารี เล่าว่า ต้นทุนการซื้อผลิตภัณฑ์ตามท้องตลาดมาทดลองสูงถึง 2 แสนบาท ต่อ 1 เล่ม ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า โทรศัพท์มือถือ กล้องถ่ายรูปดิจิตอล ผลิตภัณฑ์เสริมความงาม น้ำดื่ม เครื่องครัว โดยจะสุ่มซื้อทุกยี่ห้อที่มีอยู่มาผ่าทดลองในทุกแง่มุม แล้วสรุปผลให้เห็นถึงความคุ้มค่ากับเงินที่ต้องเสียไป

“เรามีการเปิดเผย ยี่ห้อ คุณภาพ ราคา การใช้งาน อย่างละเอียด”เธอระบุ

บรรณาธิการฉลาดซื้อ บอกอีกว่า นิตยสารฉบับนี้ได้สร้างการตื่นตัวแก่เจ้าของผลิตภัณฑ์เป็นอย่างมาก เมื่อเราจัดอันดับคุณภาพและเปิดเผยจุดด้อยของผลิตภัณฑ์ ส่งผลให้เกิดการเก็บสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานขึ้นจากตลาด นอกจากนี้บทบาทสำคัญของนิตยสาร คือช่วยเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค สามารถช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้อีกมาก

“เช่นกล้องดิจิตอล ลงทุนซื้อฉลาดซื้อ 80 บาท เมื่อเขารูปข้อมูลความคุ้มค่า เดิมจะซื้อกล้องราคา 6 หมื่นบาท ก็ซื้อแค่เพียง 1.5 หมื่นบาทเท่านั้น”สารี ยกตัวอย่าง

ประธานมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค อธิบายต่อว่า ปัจจุบันมีสมาชิกประมาณ 1.3 หมื่นคน เป้าหมายต่อไปคือการทำการตลาดเพื่อเพิ่มจำนวนและสร้างการรับรู้ เพราะจะทำให้เกิดอำนาจในการต่อรองกับผู้ประกอบการ เช่น หากสมาชิก 1 แสนคน ประกาศว่าจะบอยคอตสินค้าชนิดใดชนิดหนึ่ง คาดว่าผู้ประกอบการก็คงต้องหนาวๆ ร้อนๆ เช่นกัน

“มันเป็นหน้าที่ของนิตยสารฉลาดซื้อที่จะเพิ่มพลังสำหรับคุ้มครองผู้บริโภค ในอนาคตหากสมาชิกมีความเข้มแข็งและจำนวนมาก ก็จะสะดวกหากจะเคลื่อนไหวอย่างใดอย่างหนึ่ง” เธอคาดการณ์

สำหรับการทดลองผลิตภัณฑ์ต่างๆ วีระพันธ์ รังสีวิจิตรประภา เครือข่ายนักวิชาการเพื่อผู้บริโภค แจงว่า เน้นทดสอบสินค้าตามท้องตลาดในมุมมองของผู้บริโภค ไม่ได้มองเพียงแต่ว่าสินค้าเหล่านั้นได้มาตรฐานอุตสาหกรรมหรือไม่ เพราะบางชิ้นอาจได้ตรงตามมาตรฐานแต่ไม่พึงพอใจผู้บริโภค

คำอธิบายเพิ่มเติมจาก ไพบูลย์ ช่วงทอง เครือข่ายนักวิชาการเพื่อผู้บริโภค ช่วยสร้างความเข้าใจมากขึ้น เขา บอกว่า นักวิชาการจะให้ความเห็นเชิงวิชาการจากผลการทดสอบจริง เช่น การทดสอบความคงทนของเตารีด คุณภาพของกะทะเชฟรอน ครีมหรือโลชั่นทีโฆษณาตามท้องตลาด ฯลฯ

“อย่างกะทะ เราก็จะไปสุ่มซื้อมาทุกยี่ห้อ จากนั้นก็นำมาทดสอบ ด้วยการตัดชิ้นส่วนของกะทะออกมาวัดความหนาของสารเคลือบ และนำนมสดเทใส่กะทะแล้วปล่อยค้างคืนหนึ่งจนแห้ง จากนั้นก็มาลอกคราบนมออกดูว่า ยี่ห้อไหนใช้ได้ดีกว่ากัน ซึ่งผลการทดสอบก็จะระบุในนิตยสารอย่างชัดเจน”ไพบูลย์ระบุ 

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่