
ศก.ดีขยันจ่ายหนี้เพิ่ม20%เก็บจันทร์
ไทยพาณิชย์ เตรียมปรับขึ้นดอกเบี้ยเอสเอ็มอีคงที่ 3 ปี ไม่เกิน 0.5% หลังดอกเบี้ยทะยาน รอหมดล็อตแรก ทำตลาดล็อตสอง
ไทยพาณิชย์ เตรียมปรับขึ้นดอกเบี้ยเอสเอ็มอีคงที่ 3 ปี ไม่เกิน 0.5% หลังดอกเบี้ยทะยาน รอหมดล็อตแรก ทำตลาดล็อตสอง
นาย ไตรรงค์ บุตรากาศ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ธนาคารเตรียมปรับขึ้นดอกเบี้ยประมาณ 0.5% สำหรับผลิตภัณฑ์สินเชื่อเอสเอ็มอี 3 เท่า ให้ดอกเบี้ยคงที่ 3 ปี สำหรับวงเงินในล็อตที่ 2 หากวงเงินล็อตแรกที่ออก 5,000 ล้านบาท ลูกค้าขอจนหมด ซึ่งขณะนี้ยังเหลือวงเงินอยู่เล็กน้อย
อย่างไรก็ดีธนาคารอยู่ระหว่างทบทวนผลิตภัณฑ์ หากจะต่อวงเงินออกไปว่าจะเลือกใช้วิธีปรับขึ้นดอกเบี้ย หรือร่นระยะเวลาดอกเบี้ยคงที่ลงจากปัจจุบันให้คงที่เป็นเวลา 3 ปี เนื่องจากขณะนี้เป็นช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น
สำหรับอัตราดอกเบี้ยคงที่ 3 ปี ของธนาคารสำหรับลูกค้าเอสเอ็มอี มีให้เลือก 2 แบบ คือ แบบขั้นบันได ปีแรก 5% ปีสอง 6% และปีสาม 7% หรือแบบเท่ากันที่ 6% ใน 3 ปีแรก หลังจากนั้นทั้ง 2 แบบจะคิดดอกเบี้ยลอยตัวแล้วแต่ความเสี่ยงลูกค้า ขณะที่ตลาดเอสเอ็มอีให้ดอกเบี้ยคงที่เพียง 11.5 ปี
“ไม่น่ากระทบกับแผนการหาลูกค้าใหม่ เพราะนี่เป็นอัตราดอกเบี้ยพิเศษมาก ขณะที่ธนาคารอื่นใช้ดอกเบี้ยเอ็มแอลอาร์” นายไตรรงค์ กล่าว
นายสยาม ประสิทธิศิริกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า ธนาคารคงไม่เล่นเรื่องราคา เพราะขณะนี้อัตราดอกเบี้ยอยู่ในช่วงขาขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้ธนาคารเคยใช้อัตราดอกเบี้ยคงที่ 1 ปี แต่สิ้นสุดไปเมื่อเดือนส.ค. และคงไม่ออกผลิตภัณฑ์ที่ล็อกดอกเบี้ยอีก ยอมรับว่าอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์ให้กับลูกค้าถือว่าต่ำมาก จนน่าตกใจ
ทั้งนี้สาเหตุส่วนหนึ่งที่ธนาคารไม่คิดจะออกผลิตภัณฑ์ล็อกดอกเบี้ยยาว เพราะได้ทำการสำรวจลูกค้าพบว่า ลูกค้าไม่มั่นใจสถานการณ์ดอกเบี้ยในอีก 23 ปีข้างหน้า ดอกเบี้ยอาจกลับมาต่ำก็ได้ ขณะที่มุมของธนาคารพาณิชย์ หากออกผลิตภัณฑ์ดอกเบี้ยคงที่ในตอนนี้ ก็จะเริ่มคิดดอกเบี้ยคงที่แต่เป็นอัตราที่สูงขึ้น ฉะนั้นส่วนใหญ่จึงต้องการดอกเบี้ยคงที่ 1 ปี
นายสยาม กล่าวว่า เร็ว ๆ นี้ธนาคารจะออกผลิตภัณฑ์ซัพพลายเชนจ์ สำหรับกลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอี โดยตั้งวงเงินสินเชื่อ 1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งลูกค้าเอสเอ็มอีเหล่านี้จะเป็นคู่ค้าของกลุ่มลูกค้าขนาดใหญ่ 1020 ราย เช่น กลุ่มปูนซีเมนต์ไทย กลุ่มบุญรอด บริษัท ปตท. บริษัท เนสเล่ (ไทย)
ทั้งนี้สินเชื่อในรูปแบบนี้ หากคู่ค้าเหล่านี้ต้องการสั่งจ่ายเงินไปยังบริษัทขนาดใหญ่ ธนาคารจะเป็นฝ่ายสั่งจ่ายให้ ช่วยให้กลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ได้รับเงินค่าสินค้าทันที ไม่ต้องให้ระยะเวลา(เทอม) กับคู่ค้า ซึ่งส่วนใหญ่จะให้เทอม 23 เดือน การได้รับเงินค่าสินค้าจะนานออกไป
สำหรับสินเชื่อเอสเอ็มอีของธนาคารขณะนี้ ขยายตัวเดือนละ 3,000 ล้านบาท โดยในเดือนหน้าจะเพิ่มวงเงินเป็น 4,000 ล้านบาท เพราะทิศทางการขอสินเชื่อดีขึ้น จากการขยายตัวของเศรษฐกิจ
บริษัทติดตามหนี้ยิ้ม เศรษฐกิจกระเตื้อง ลูกหนี้ควักเงินจ่ายหนี้เพิ่ม 20% ลุ้นโบนัสสิ้นปีขอล้างพอร์ตแลกส่วนลด 2040%
นายประชา ชัยสุวรรณ ประธานชมรมติดตามหนี้ที่เป็นธรรม และกรรมการผู้จัดการ บริษัท เชฎฐ์ คอลเลคชั่น แมนเนจเมนท์ เปิดเผยว่า แนวโน้มการติดตามหนี้ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้น่าจะดีขึ้นมากกว่า 20% เนื่องจากได้รับอานิสงส์จากภาวะเศรษฐกิจฟื้นตัว และคาดว่าในสิ้นปีนี้มีหลายบริษัทที่จ่ายเงินพิเศษ (โบนัส) ทำให้ลูกหนี้หลายรายติดต่อขอปิดพอร์ตหนี้ทั้งก้อน ซึ่งก็จะได้ส่วนลดมูลหนี้ประมาณ 2040%
ขณะเดียวกันรัฐบาลก็มีนโยบายแก้ไขหนี้ข้าราชการและครู รวมทั้งมีนโยบายการปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการ คาดว่าจะทำให้ธุรกิจติดตามหนี้มีอัตราการเติบโตไม่ต่ำกว่า 20%
“ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา เริ่มเห็นสัญญาณว่าลูกหนี้มีการผ่อนชำระมากขึ้น จากเดิมผ่อน 100 บาท ก็เพิ่มเป็น 115120 บาท โดยมีอัตราเร่งจ่ายชำระหนี้ดีขึ้น ซึ่งลูกหนี้ส่วนใหญ่แจ้งว่ามีรายได้มากขึ้น และบางรายก็ต้องการที่จะเร่งปิดบัญชีหนี้ เพราะต้องการได้รับส่วนลดหนี้” นายประชา กล่าว
สำหรับปัญหาที่พบส่วนใหญ่ครูมีปัญหาหนี้บัตรเครดิตและหนี้ส่วนบุคคลมาก ซึ่งเกินความสามารถที่จะชำระหนี้ ดังนั้นรัฐบาลควรที่จะเร่งแก้ปัญหาโดยตรง และเชื่อว่าส่วนหนึ่งที่เกิดปัญหาเด็กนักเรียนตีกัน เพราะครูไม่มีคุณภาพจากการเป็นหนี้มาก ทำให้ไม่ตั้งใจสอนหรือเตรียมการสอนที่ดี หากรัฐบาลสนใจแก้ปัญหาหนี้ครู หรือขึ้นเงินเดือน ครูก็ไม่ต้องหาอาชีพเสริมจะมีเวลาสอนและสนใจนักเรียนมากขึ้น อาจจะช่วยลดปัญหาเด็กตีกัน และเพิ่มคุณภาพการเรียนการสอน
นายประชา กล่าวถึงร่างกฎหมายการติดตามหนี้ที่เป็นธรรมที่จะออกมาใช้ในเร็วๆ นี้ ว่ามีข้อกำหนดห้ามไม่ให้บริษัทใช้ชื่อที่บ่งบอกว่าเป็นบริษัทการติดตามหนี้ เพราะเกรงว่าจะสร้างความอับอายให้กับผู้รับจดหมาย ซึ่งหากมีกฎหมายจะมีบริษัทติดตามหนี้ต้องเปลี่ยนชื่อกว่า 50%







