posttoday
พท.ปูดเด็กติดหวัด2009มีอาการดื้อยา

พท.ปูดเด็กติดหวัด2009มีอาการดื้อยา

11 กันยายน 2553

เพื่อไทย ปูดเด็กติดหวัด 2009 มีอาการดื้อยา อัดยับกระทรวงสาธารณสุขไม่ป้องกัน ผู้ป่วยล้นโรงพยาบาลและอาจไม่เหลือยาใช้รักษาอีก

เพื่อไทย ปูดเด็กติดหวัด 2009 มีอาการดื้อยา อัดยับกระทรวงสาธารณสุขไม่ป้องกัน ผู้ป่วยล้นโรงพยาบาลและอาจไม่เหลือยาใช้รักษาอีก

พท.ปูดเด็กติดหวัด2009มีอาการดื้อยา น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ สส.กทม.พรรคเพื่อไทย

น.อ.อนุดิษฐ์  นาครทรรพ สส.กทม.พรรคเพื่อไทย แถลงว่า ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนเป็นจำนวนมากที่ได้รับความเดือดร้อนจากการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกและไข้หวัด 2009 ที่กำลังระบาดอย่างหนักอยู่ในขณะนี้จึงได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การระบาดของ 2 โรค พบว่ารัฐบาลแทบจะไม่ได้นำเสนอข่าวและข้อเท็จจริงที่กำลังวิกฤตอยู่ในขณะนี้  ทำให้สถานการณ์การแพร่ระบาดยังคงเป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยจะเห็นได้จากยอดผู้ป่วยไข้เลือดออกตั้งแต่เดือนมค.ถึงปัจจุบันสูงเกือบ 6 หมื่นคนและเสียชีวิตแล้วกว่า 80 คน โดยมีอัตราผู้ป่วยสะสมเทียบกับปีที่แล้วเพิ่มสูงขึ้นเกือบ100% ซึ่งจากอัตราผู้ป่วยที่สูงขึ้นแบบก้าวกระโดดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวของการทำงานเชิงรุกที่ขาดประสิทธิภาพ และการเน้นการสร้างภาพมากกว่าการให้ข้อเท็จจริง

จากการลงพื้นที่โรงพยาบาลของรัฐในจังหวัดทางภาคอีสานแห่งหนึ่ง พบว่าขณะนี้ในห้องไอซียูเต็มไปด้วยผู้ป่วยหนักใน 2 โรคนี้ และมีเด็กที่ป่วยหนักด้วยไข้หวัด 2009 แม้จะได้รับยาต้านไวรัส แบบโอเซลทามิเวียร์ แล้วก็ไม่ทำให้อาการดีขึ้น แพทย์ในโรงพยาบาลคาดว่าอาจเกิดจากการดื้อยา เนื่องจากขณะนี้แพทย์สามารถเบิกยาไปใช้ที่คลินิกได้โดยไม่มีมาตรการควบคุม ซึ่งอาจก่อให้เกิดเชื้อดื้อยาได้อย่างรวดเร็ว และในกรณีนี้จะทำให้แพทย์จะเหลือยาเพียงชนิดเดียวที่ใช้รักษาหวัด 2009 คือยาต้านไวรัสแบบ ซานามิเวียร์ (Zanamivir) และหากรัฐบาลยังคงใช้นโยบายที่ไร้มาตรฐานในการควบคุมการใช้ยาอย่างที่เป็นอยู่นี้ ในที่สุดอาจไม่เหลือยาที่จะใช้รักษาไข้หวัด 2009 เลยก็ได้

“ในโรงพยาบาลที่คณะทำงานลงไปตรวจสอบข้อมูลยังพบว่า มีเด็กที่เสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออกหลายรายมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ และมีผู้ป่วยอาการหนักจากทั้ง 2 โรคนอนกันอยู่จำนวนมากจนโรงพยาบาลไม่สามารถจัดเตียงให้ทุกคนนอนได้และผู้ป่วยหลายคนต้องนอนที่พื้น ซึ่งแพทย์หลายท่านให้ความเห็นว่าไม่เคยเห็นปรากฏการณ์เช่นนี้มาก่อนในประวัติศาสตร์ของโรงพยาบาลและเชื่อว่าโรงพยาบาลอื่น ๆ แม้กระทั่งของเอกชนก็คงประสพปัญหาคนป่วยล้นโรงพยาบาลเช่นเดียวกัน” น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าว

ดังนั้นพรรคเพื่อไทยขอวิงวอนไปยังรัฐบาล และกระทรวงสาธารณสุข ได้โปรดเลิกสร้างภาพและหันมาให้ความสำคัญกับข้อเท็จจริงของการแพร่ระบาดของโรคที่กำลังวิกฤตอยู่ในขณะนี้ได้แล้ว ขอความกรุณาอย่าปิดข่าวและควรแถลงข้อเท็จจริงเพื่อให้ประชาชนรู้จักระมัดระวังและป้องกันตัวเอง นอกจากนั้นควรให้ความสำคัญกับนโยบายการควบคุมการใช้ยาต้านไวรัสสำหรับไข้หวัด 2009 ที่เชื้อเริ่มมีอาการดื้อยา ก่อนที่เราอาจไม่เหลือยาที่สามารถรักษาโรคนี้ได้อีกต่อไป

ด้าน น.พ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผย ถึงกรณีพรรคเพื่อไทย เป็นห่วงสถานการณ์การ แพร่ระบาดเพิ่มขึ้นของไข้หวัดใหญ่ 2009 และไข้เลือดออก ว่า สำหรับไข้เลือดออก ตามปกติของโรคจะมีการระบาดหนักปีเว้นปี ซึ่งในปีที่แล้วการระบาดน้อย ปีนี้จึงมีการระบาดเพิ่มขึ้นจำนวนผู้ป่วยจึงเพิ่มมากขึ้นและทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น ตามสัดส่วนของผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นแต่อัตราส่วนไม่ได้เพิ่มขึ้น โดยกระทรวงสาธารณสุข ได้แจ้งเตือนภัยไข้เลือดออก ให้ประชาชนมาตลอด

ส่วนการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่ 2009 มี 25 จังหวัด ซึ่งกระจายเกือบทุกภาคมีผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้น และตนได้เชิญสาธารณสุขจังหวัดทั้ง 25 จังหวัดดังกล่าว มาทำความเข้าใจแผนปฏิบัติการ และกลับไปควบคุมโรค ซึ่งพื้นที่กรุงเทพฯ ก็เป็น 1 ใน 25 จังหวัดที่มีผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ 2009 เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า การระบาดของไข้หวัดใหญ่ 2009 ปีนี้หากเปรียบเทียบกับปีที่แล้ว มีการระบาดที่น้อยกว่าปีที่แล้ว โดยปีนี้ระบาดในพื้นที่จุดเล็กๆ ไม่เป็นวงกว้างทั่วทั้งประเทศเหมือนปีที่แล้ว นอกจากนี้ ยังมั่นใจในระบบเฝ้าระวังที่กระทรวงสาธารณสุขวางไว้ และมีแผนที่จะรณรงค์กับประชาชนเพิ่มเติม โดยไม่ต้องการให้ประชาชนตื่นตระหนกมากเกินไป การที่พรรคเพื่อไทย ออกมาเตือนก็เป็นเรื่องดีที่จะทำให้ประชาชนตื่นตัวในการดูแลตนเองมากขึ้น

ขณะที่นพ.มานิต ธีระตันติกานนท์ อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวว่า สถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ (เอช1 เอ็น1) หรือไข้หวัดใหญ่ 2009 ว่าได้รับรายงานสถานการณ์ล่าสุดจากสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ว่าตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมถึงวันที่ 6 กันยายน 2553 มีผู้ป่วยยืนยันไข้หวัดใหญ่ 2009 กว่า 9,000 ราย และมีแนวโน้มป่วยเพิ่มขึ้นในช่วงนี้ จากการที่กรมควบคุมโรคใช้หลักการในการเก็บข้อมูลจากผู้ป่วยที่มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ที่มารับการรักษาตามโรงพยาบาลในจังหวัดต่างๆ พบว่า ขณะนี้มีประมาณร้อยละ 20 ของผู้ป่วยที่มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากก่อนหน้านี้ที่มีประมาณร้อยละ 7-8 นอกจากนี้ ได้สุ่มตรวจผู้ป่วยโรนิวมอเนียหรือปอดบวม พบว่าร้อยละ 20 มีอาการของโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 7-8 ในช่วงต้นปีเช่นเดียวกัน

สำหรับภาพรวมขณะนี้ สำนักระบาดวิทยาได้รับแจ้งจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานป้องกันควบคุมโรคเขต โรงพยาบาล สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สรุปสถานการณ์ดังนี้ สถานการณ์ไข้หวัดใหญ่และไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ และสถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ (เอช3), บี และไข้หวัดใหญ่ธรรมดา (เอช1 เอ็น1) ยังคงมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเฉพาะไข้หวัดใหญ่ 2009 พบรวมกันถึง 27 จังหวัด คือภาคกลางพบ 13 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรปราการ ลพบุรี สระแก้ว สิงห์บุรี ปราจีนบุรี ระยอง สุพรรณบุรี ชลบุรี และพระนครศรีอยุธยา ภาคเหนือ 5 จังหวัด ได้แก่ อุทัยธานี สุโขทัย พะเยา นครสวรรค์ และเชียงราย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 7 จังหวัด ได้แก่ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ อุดรธานี และนครราชสีมา และภาคใต้ 2 จังหวัด ได้แก่ ปัตตานี และสงขลา

อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จังหวัดที่มีรายงานผู้ป่วยกระจายในอำเภอมากกว่าร้อยละ 50 จำนวน 4 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี และนครปฐม ผู้ป่วยยืนยัน เสียชีวิตตั้งแต่ 28 เมษายน 2552 จำนวน 254 ราย ในรอบสัปดาห์นี้ ได้รับรายงานผู้เสียชีวิต จำนวน 2 ราย ได้แก่ จังหวัดลพบุรี และจังหวัดนนทบุรี อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเฝ้าระวังโรคไข้หวัดใหญ่ทุกสายพันธุ์ ตั้งแต่ 1 มกราคม-6 กันยายน 2553 พบผู้ป่วยทั้งสิ้น 51,594 ราย จาก 76 จังหวัด เสียชีวิต 51 ราย จังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ สุโขทัย จันทบุรี ตราด ระยอง ชลบุรี ตามลำดับ โดยภาคกลางมีอัตราป่วยสูงสุด รองลงมาคือ ภาคเหนือ ภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตามลำดับ สำหรับในกรุงเทพมหานคร พบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ทั้งสิ้น 10,022 ราย 5 เขตที่มีผู้ป่วยมากที่สุด ได้แก่ เขตคลองสามวา บางเขน บึงกุ่ม จตุจักร และ มีนบุรี ขณะนี้ได้รณรงค์เร่งฉีดวัคซีนทั้งสามสายพันธุ์แล้ว

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร