5 เม.ย.ดีเดย์กฎความปลอดภัย ระวังใบสั่งลักไก่ - จนท.เลือกปฏิบัติ?
ปัจจุบันกลายเป็นการเรียกค่าปรับมั่วไปหมด จึงเป็นเรื่องที่ไม่เป็นธรรมต่อประชาชน
โดย....พัชรศรี ปิ่นแก้ว
5 เม.ย.นี้ ตำรวจจะเริ่มกวดขันจับปรับจริงจังกับผู้ขับขี่ที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งหัวหน้า คสช. มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว โดยเฉพาะการไม่คาดเข็มขัดนิรภัยในรถยนต์ รถกระบะ และรถโดยสารสาธารณะเพื่อรองรับช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ใกล้เข้ามา
ทั้งนี้ คําสั่งหัวหน้า คสช. ที่ออกมามีสองฉบับ คือเรื่องมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก โดยให้ต้องคาดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง รถตู้ลดจำนวนที่นั่งจาก 15 เหลือ 12 ที่นั่ง และ อีกคำสั่ง หากถูกใบสั่งแล้วไม่จ่ายค่าปรับจะต่อทะเบียนรถไม่ได้ วันนี้ยังคงมีคำถามว่า คำสั่งที่ออกมาช่วยแก้ปัญหาความปลอดภัยได้ถูกจุดหรือไม่
อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม กล่าวว่า คำสั่งมีทั้งข้อดีข้อเสีย แต่ข้อเสียจะมีมากกว่า แม้ว่าข้อดีคือการบังคับใช้กฎหมายเอาผิดต่อผู้กระทำความผิดจริง แต่มองว่าเป็นการแก้ปัญหาไม่ถูกจุดและยังเป็นการออกคำสั่งที่เป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่ตำรวจมากกว่า จึงขอตั้งคำถามว่า ถ้าประชาชนไม่ได้ทำผิดกฎจราจร แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรยัดข้อหา พวกเขาจะทำอย่างไร
อัจฉริยะ กล่าวว่า คำสั่งที่ออกมาจึงเป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่ตำรวจจราจรที่ประพฤติโดยมิชอบมากเกินไปต่อการมุ่งหวังเรียกเงินค่าปรับทางจราจรมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีช่องโหว่ที่ทำให้ตำรวจจราจรออกมาตั้งด่านอย่างที่เห็น
ขณะเดียวกัน การไม่จ่ายค่าปรับจะไม่ต่อภาษีรถเป็นคนละเรื่องกัน การเสียค่าปรับก็ต้องดูตามการกระทำความผิด หากว่ามีประชาชนถูกยัดข้อกล่าวหาก็ไม่สามารถต่อทะเบียนรถได้ทั้งที่เขาไม่ได้ทำผิดอะไรและต้องทำอย่างไร ดังนั้น คำสั่งนี้ควรชี้แจงเรื่องบทลงโทษต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยัดข้อหาให้ประชาชนหรือตำรวจที่ทำผิดพลาดอย่างชัดเจนด้วย ทั้งนี้ ได้ย้ำว่าควรกำหนดเอาความผิดด้วยเรื่องของความเร็ว และต้องระวังเรื่องใบสั่งที่ลักไก่ก็ยังมีอยู่โดยเฉพาะแบบออนไลน์ รวมถึงการเลือกปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่พยายามเก็บแต่คนหาเช้ากินค่ำเพราะไม่กล้ามีปากเสียง แต่คนรวยกลับทำเป็นมองไม่เห็น ก้มผูกรองเท้าปล่อยผ่านไป
อัจฉริยะ กล่าวต่อว่า ส่วนการออกข้อบังคับให้มีคาดเข็มขัดทุกที่นั่ง อันที่จริงควรออกคำสั่งเคร่งครัดแก้เรื่องการใช้ความเร็วมากกว่า เพราะทุกวันอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นมาจากการใช้ความเร็วเกินกำหนดทั้งนั้น แต่สำหรับเรื่องการลดจำนวนที่นั่งของรถตู้จาก 15 ที่นั่ง เหลือ 12 ที่นั่ง เป็นเรื่องที่เห็นด้วย เพราะว่าตามสภาพรถตู้จะมีทางออกทางเดียวและหน้าต่างมีขนาดเล็กเปิดไม่ได้ และเห็นว่า ควรเสริมเรื่องการเพิ่มประตูรถให้มีทั้งสองข้างด้วยดีกว่า เพื่อสามารถหนีออกมาง่ายขึ้นเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
พ.ต.อ.วิรุตม์ กล่าวต่อว่า ส่วนการเรียกเก็บค่าปรับตามปัจจุบันนับว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องเพราะต้องเป็นหมายเรียกที่ได้จากศาลตามอำนาจของตุลาการที่จะพิจารณาการเรียกค่าปรับ ปัจจุบันกลายเป็นการเรียกค่าปรับมั่วไปหมด จึงเป็นเรื่องที่ไม่เป็นธรรมต่อประชาชนเพราะว่าการเรียกเก็บค่าปรับ 400 บาทเท่ากันทั้งคนจนและคนรวย จำนวนเงินนี้สำหรับกลุ่มคนหาเช้ากินค่ำถือว่าเป็นเงินจำนวนมากเพราะกว่าพวกเขาจะหามาได้ต้องเหนื่อยขนาดไหน จึงกลายว่าเป็นตำรวจที่โลภจะได้เงินค่าปรับมากขึ้นจากการเขียนใบสั่งกับคนจนที่เป็นเหยื่อ
พ.ต.อ.วิรุตม์ กล่าวเสริมว่า สิ่งที่จะทำให้ประชาชนเชื่อถือตำรวจจราจรมากขึ้น คือไม่มีการมอบรางวัลเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ควบคุมการจราจร เพราะรางวัลทำให้ตำรวจโลภและยิ่งหากินมากขึ้น โดยการเขียนใบสั่งเพิ่มขึ้นตามยอดเจ้านายที่สั่งมา ยัดข้อหาให้ประชาชนที่ไม่รู้เรื่องโดยเฉพาะคนจน ซึ่งเป็นการทำงานที่ง่ายและยิ่งมีกล้องยิ่งง่ายกว่าเดิม จึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมี ทั้งนี้อยากถามว่า ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ตำรวจ ข้าราชการ เคารพกฎจราจร มากน้อยแค่ไหน
สังศิต กล่าวถึงคำสั่งที่ออกมาจะทำให้เกิดเป็นผลประโยชน์ต่อตำรวจมากขึ้นหรือไม่นั้น ตามความจริงแม้จะไม่มีคำสั่งดังกล่าว ตำรวจก็พยายามหาผลประโยชน์อยู่แล้ว หากยังไม่มีการปฏิรูปตำรวจ เพราะตำรวจก็ยังหาผลประโยชน์ได้ตลอดเวลา จะทำให้เป็นจุดบอดของการปฏิบัติตามคำสั่ง ประชาชนจะถูกยัดข้อหามากขึ้น ทำให้ตำรวจสามารถหาช่องทางเอาเปรียบประชาชนได้มากขึ้นเป็นเรื่องจริง แต่สำหรับประชาชนก็ควรมีการป้องกันตัวและต้องช่วยกัน เช่น การใช้โทรศัพท์มือถือให้เป็นประโยชน์ โดยประชาชนต้องช่วยกันเก็บหลักฐานทั้งรูป คลิป เสียง ไว้เป็นเครื่องมือป้องกันด้วย แต่ถ้ามองเป็นภาพรวมคำสั่งจะเป็นประโยชน์ต่อการช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุ แต่ก็ยังคิดว่าต้องดูผลที่จะเกิดขึ้นในช่วงสงกรานต์ที่กำลังจะถึง ว่าจะสามารถช่วยลดอุบัติเหตุได้จริงหรือไม่ ถ้าผลออกมาว่ายังเหมือนเดิมก็คงต้องกลับมานั่งคิดกันใหม่
สังศิต กล่าวว่า ส่วนการลดที่นั่งของรถตู้ ก็เห็นด้วย เพื่อลดการเอาเปรียบผู้ใช้บริการและมีความปลอดภัยมากขึ้น แต่สำหรับความคิดเห็นผู้ประกอบการ ผู้ขับก็จะบอกว่าเดือดร้อน ตนคิดว่าการคุ้มครองผู้บริโภคให้ปลอดภัยต้องมีการเสียสละบ้าง เพราะจะอ้างว่าเป็นการทำให้ต้องมีค่าใช้จ่ายมากขึ้น นับว่าไม่ถูก สิ่งที่ควรทำคือการช่วยคุ้มครองชีวิตผู้โดยสารของตนให้ดีขึ้นกว่าเดิม
"การเพิ่มเรื่องการออกคำสั่งช่วงเทศกาล เช่น การให้ 10 จังหวัดที่มียอดผู้เสียชีวิตและอุบัติเหตุสูงสุด ติดตามและรายงานอย่างเข้มงวด หากไม่มีจำนวนลดลงก็ต้องเพิ่มบทลงโทษสำหรับเจ้าหน้าที่ทั้งหลาย ที่ไม่สามารถปฏิบัติงานและควบคุมจำนวนอุบัติเหตุให้ลดลง" สังศิต กล่าว


