
อมก๋อยไม่มีลาก่อย
และแล้ว ซีรี่ส์ของเสือกระต่ายแห่งอมก๋อย ก็เดินทางมาถึงตอนสุดท้าย วันนี้ขอแหกขนบหนังสือพิมพ์
โดย...ปริญญา ผดุงถิ่น
และแล้ว ซีรี่ส์ของเสือกระต่ายแห่งอมก๋อย ก็เดินทางมาถึงตอนสุดท้าย วันนี้ขอแหกขนบหนังสือพิมพ์ ใช้ภาษาวัยรุ่นในโลกโซเชียลมาเป็นชื่อเรื่อง “อมก๋อยไม่มีลาก่อย” อา...นึกถึงทีไร ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ป่าอมก๋อย น้ำตาจิไหล
เมื่อยกคณะเดินทางลึกเข้าไปในป่าเต็งรังของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย จ.เชียงใหม่ ผมตื่นตาตื่นใจกับความหงิกงอหยองกรอดของป่าเต็งรัง อะไรจะกว้างใหญ่ไพศาลสุดลูกหูลูกตาขนาดนั้น ผมไม่เคยเจอป่าเต็งรังที่ไหนสมบูรณ์เท่านี้มาก่อน
อีกสิ่งที่ไม่เคยเจอจากป่าไหนมาก่อน คือถนนป่าอันเต็มไปด้วยหิน หิน หิน ทั้งก้อนเท่าครกอ่างศิลา ยันก้อนเท่าสนามบาส แถมรถต้องไต่ขึ้นไปบนหินสนามบาสที่ว่านี้ซะด้วย เป็นความตื่นตาตื่นใจบนความ
หัวสั่นหัวคลอน ถ้าไม่นับถนนหล่มโคลนเละๆ ละก็ ถนนแนวกระด้างๆ ที่ป่าอมก๋อย ถือว่าโหดที่สุดในชีวิต
ทั้งนี้ทั้งนั้น หากวันใดเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย ได้เลื่อนขึ้นเป็นอุทยานแห่งชาติ ขอเสนอชื่อนี้เลย “อุทยานแห่งชาติหินร้อน” เพื่อเป็นอุทยานพี่อุทยานน้องกับ “อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว” 555 เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าบอกว่า ตอนหน้าร้อน ป่าเต็งรังแห่งอมก๋อยจะร้อนอย่างทารุณ ร้อนถึงขั้นปุ่มยางของ “สตั๊ดดอย” ละลายเยิ้มเลยทีเดียว
เช่นเดียวกับฉากในนิยาย “เพชรพระอุมา” ยามเหนื่อยยามร้อนตอนกลางวัน ไม่อาจประทับใจเท่ากับเวลาค่ำคืนในแคมป์ ตอนผมไปเป็นช่วงก่อนปีใหม่ ป่าอมก๋อยกำลังหนาวเยือก ผมผิงไฟสู้อากาศหนาว แหงนมองดาวซิริอุส ที่ผมนับเป็นดาวประจำตัว เพราะมันนั้นไซร้คือ “ดาวโจร” เอ๊ย เพราะเป็นดาวฤกษ์ที่รู้จักเป็นดวงแรกในตอนหัดดูดาวงูๆ ปลาๆ หลายๆ ครั้ง หมาจิ้งจอกหอนแว่วผ่านความมืดมา เป็นบรรยากาศที่สุขมาก
ความที่เพ่งสมาธิอยู่แต่อุปกรณ์ Camera Trap ตอนลำเลียงจากรถผมมาใส่รถป่าไม้ ทำเอาผมลืมกระเป๋าเสื้อผ้าและถุงนอนซะงั้น ยังดีที่มีเสื้อแจ็กเกตติดตัว และก็เปลนอน “คุณนก” ในทีมวิจัยสัตว์ป่าเชียงดาว สละถุงนอนใหม่เอี่ยมไม่เคยใช้มาก่อนให้ผม แล้วตัวเองหนีไปขดหนาวในรถ ไม่ได้ความช่วยเหลือนี้ “ช่างภาพอิสระ” คงโดนความหนาวถลุงหมดสภาพ
รุ่งขึ้น หลังเก็บแคมป์เรียบร้อย เราก็เคลื่อนไปยังจุดตั้งกล้องที่ 2 เป็นลานหญ้าแคบๆ มองเห็นด่านเล็กๆ พาดตัดไปมา 4-5 เส้น เมื่อตัดสินใจเลือกแล้ว กลับมาถึงกรุงเทพฯ แล้ว ผมต้องมานั่งกลุ้มเป็นเดือน ทำไมไม่เลือกด่านอีกเส้นนะ ดูน่าลุ้นกว่าตั้งเยอะ ท่าจะแห้ว พลาดแล้วกู ฯลฯ เรียกว่าไม่มีความมั่นใจใดๆ เล้ย (แต่ผลออกมา ดันเลือกถูก)
วันข้างหน้า ถ้ามีโอกาสจะได้ “ช่วยราชการ” ไปล่ารูปดีๆ ของเสือกระต่ายเพิ่มเติม ผมก็ยินดี แต่หากไม่มีโอกาสอีกแล้ว สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะเป็นความทรงจำที่ดีตลอดไป







