posttoday
ธุรกิจพลังงานจองพื้นที่ภาคใต้ ความท้าทายการพัฒนาที่ยั่งยืน

ธุรกิจพลังงานจองพื้นที่ภาคใต้ ความท้าทายการพัฒนาที่ยั่งยืน

07 กันยายน 2553

..ทีมข่าวภูมิภาค

ขณะที่ปัญหามลพิษมาบตาพุดกำลังเป็นประเด็นร้อน แต่มองลงไปยังพื้นที่ปลายด้ามขวาน ตั้งแต่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ลงไป แม้ไม่เป็นที่รับรู้เท่ามาบตาพุด แต่อุณหภูมิก็ค่อยๆ ร้อนแรงขึ้นเป็นลำดับ จากโครงการต่างๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น ทั้งอุตสาหกรรมเหล็ก ปิโตรเคมี และโรงไฟฟ้าทั้งจากถ่านหิน รวมทั้งพลังงานนิวเคลียร์

สุรีรัตน์ แต้ชูตระกูล ฝ่ายวิชาการกลุ่มอนุรักษ์ทับสะแกจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเกาะติดโครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ฝั่งตะวันออกมายาวนาน บอกว่า การศึกษาความเหมาะสมทำโดยองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของประเทศญี่ปุ่น หรือ ไจกา ซึ่งเป็นจุดที่น่าคิดว่า การนำโครงการถลุงเหล็กเป็นโครงการแรกที่จะทำในพื้นที่นี้ เป็นเพราะญี่ปุ่นต้องการย้ายฐานการผลิตอุตสาหกรรมที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากประเทศตนมาที่นี่หรือไม่ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ก็ตอบรับและบรรจุอยู่ในแผนพัฒนา

สุรีรัตน์ ระบุว่า นับแต่ปี 2540 เป็นต้นมา การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ก็เริ่มซื้อที่ดินในพื้นที่ ต.นาหูกวาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ กว่า 4,000 ไร่ เพื่อเตรียมก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาด 4,000 เมกะวัตต์ พร้อมทั้งเตรียมก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกเพื่อขนถ่ายถ่านหินที่ส่งมาจากอินโดนีเซีย แต่กระแสต่อต้านอย่างหนัก ทำให้ยังไม่สามารถดำเนินการได้

“ในแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยระหว่างปี 25532573 หรือแผนพีดีพี 2010 ระบุถึงโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ 11 โรง เป็นโรงไฟฟ้าถ่านหิน 2 โรง และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 2 โรง แต่หากไม่สามารถก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ได้ ก็จะขยายโรงงานไฟฟ้าถ่านหินเป็น 13 โรง เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าให้ได้ 3,000 เมกะวัตต์ และเหตุผลสำคัญที่ต้องก่อสร้างในภาคใต้ก็เพื่อความสะดวกในการขนส่งถ่านหินจากต่างประเทศ”

สุรีรัตน์ ขยายให้เห็นความพยายามของกลุ่มธุรกิจพลังงานที่เดินหน้าเพื่อโครงการโรงไฟฟ้า ว่า กำลังจะเกิดโครงการเขื่อนตะนาวศรี ซึ่งบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ ได้รับสัมปทานจากรัฐบาลพม่า เพื่อผลิตไฟฟ้าพลังน้ำขนาด 600 เมกะวัตต์ และผันน้ำเข้าฝั่งไทยเข้ามายังพื้นที่ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร และ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์

นอกเหนือจากโครงการก่อสร้างเขื่อนตะนาวศรีแล้ว บริษัท อิตาเลียนไทยฯ อาจเกี่ยวข้องกับโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินในพื้นที่ภาคใต้ เพราะได้รับสัมปทานเหมืองถ่านหินในรัฐตะนาวศรี ซึ่งปัจจุบันขนเข้ามาประเทศไทยผ่านด่านสิงขร ต.คลองวาฬ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ขณะเดียวกันก็ได้รับสัมปทานดำเนินโครงการท่าเรือน้ำลึกที่เมืองทวาย กล่าวได้ว่าแหล่งทรัพยากรที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจพลังงานในพื้นที่รัฐตะนาวศรีอยู่ภายใต้บริษัท อิตาเลียนไทยฯ

ขณะที่กรณีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ชิดสุภางค์ ชำนาญ เลขาธิการสมาคมเพื่อสิ่งแวดล้อมจังหวัดชุมพร ฉายภาพให้เห็นว่า 13 ปีที่แล้วที่ กฟผ.เข้ามารณรงค์ทำความเข้าใจกับชาวบ้านในพื้นที่ อ.ปะทิว จ.ชุมพร เพื่อก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ แม้จะมีการนำกลุ่มเยาวชน ผู้นำชุมชนไปดูงานโรงไฟฟ้าในพื้นที่ต่างๆ ว่าไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่กระแสชาวบ้านก็ไม่เอาด้วย กฟผ.ก็ค่อยๆ ถอยไป ช่วง 10 ปีที่ผ่านมาชาวบ้านจึงคิดว่าได้ยกเลิกแนวคิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไปแล้ว กระทั่งช่วงปี 25512552 กฟผ.ก็เริ่มเข้ามาอีกครั้ง นำกำนันผู้ใหญ่บ้านไปดูงานอีกครั้งท่ามกลางกระแสคัดค้าน

ยิ่งกว่านั้น การเข้ามาครั้งใหม่นี้ กฟผ.ได้ติดต่อซื้อที่ดินในพื้นที่ ต.ชุมโค และ ต.ปากคลอง อ.ปะทิว แต่ไม่มีชาวบ้านรายใดยอมขาย เมื่อกระแสต่อต้านแรงขึ้น ช่วงต้นปี 2553 กฟผ.จึงพุ่งเป้าไปยัง อ.ละแม ซึ่งอยู่ติดกัน แต่กระแสต่อต้านเบาบางกว่ามาก

“จุดผลิกผันให้ กฟผ.มุ่งไปที่ อ.ละแม คือ เมื่อปีก่อน กฟผ.มาทอดกฐินที่วัดแห่งหนึ่ง มอบเงินให้วัด 1 แสนบาท ชาวบ้านก็รวมตัวไปขอให้ทางวัดคืนเงินดังกล่าวให้ กฟผ. โดยมีนายอำเภอปะทิวเป็นพยาน และได้ทำข้อตกลงขอร้องมิให้ กฟผ.เข้ามาดำเนินการอะไรในพื้นที่อีก ตั้งแต่นั้น กฟผ.ก็ไม่เข้ามาอีกเลย”

แม้กรณีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จะยังไม่ได้ข้อยุติว่าจะดำเนินโครงการหรือไม่ และเลือกพื้นที่ไหน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วคือการก่อสร้างเขื่อนท่าแซะในพื้นที่ อ.ท่าแซะ ซึ่งเปลี่ยนมาเรียกชื่อโครงการว่าอ่างเก็บน้ำ

“ครม.มีมติให้ยกเลิกการสร้างเขื่อน จึงเปลี่ยนมาใช้คำว่าอ่างเก็บน้ำเพื่อลดกระแสต่อต้าน เมื่อปลายปี 2552 ก็เริ่มมีการก่อสร้าง”

การดำเนินโครงการอ่างเก็บน้ำท่าแซะ ทำให้กระแสข่าวว่าเครือสหวิริยาอาจจะมาสร้างโรงงานถลุงเหล็กในพื้นที่ อ.ปะทิว เนื่องจากถูกกระแสต่อต้านการก่อสร้างในพื้นที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ กลายเป็นประเด็นใหม่ที่กำลังร้อนแรง

“เราพบว่าสหวิริยาได้เตรียมการไว้นานแล้ว โดยซื้อที่ดินประมาณ 3,000 ไร่ ในพื้นที่บ้านถ้ำธง ต.ปากคลอง มาตั้งแต่ปี 2544 โดยมีเป้าหมายจัดหาที่ดินให้ได้ถึง 7,000 ไร่”

ความเคลื่อนไหว เบาะแสต่างๆ ของโครงการขนาดใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้น เป็นสิ่งที่ชาวบ้านในพื้นที่กำลังวิตก ว่าอาจส่งผลกระทบต่อความอุดมสมบูรณ์ของชายฝั่งทะเลตะวันตก

“พื้นฐานของประเทศเราคือการเกษตร เราจะเป็นครัวของโลกที่ส่งออกปลาทูปนสารปรอทอย่างนั้นหรือ เราจะมีการพัฒนาที่ยั่งยืนได้อย่างไร คนไทยจะกลายเป็นผู้รับจ้างผลิต และความเหลื่อมล้ำในสังคมก็จะเกิดมากขึ้น” สุรีรัตน์ ตั้งข้อสงสัยต่อทิศทางการพัฒนาดังกล่าว

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร