posttoday
ปฏิรูปรัฐวิสาหกิจไม่คืบ สะเทือนลงทุนดันเศรษฐกิจ

ปฏิรูปรัฐวิสาหกิจไม่คืบ สะเทือนลงทุนดันเศรษฐกิจ

08 มีนาคม 2560

ปฏิรูปรัฐวิสาหกิจไม่คืบ สะเทือนลงทุนดันเศรษฐกิจ

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจมาตรา 44 ปลดคณะกรรมการและผู้บริหาร การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ทั้งคณะที่ผ่านมา และตั้งกรรมการและผู้บริหารชุดใหม่เข้าไปแทน สะท้อนว่า การปฏิรูปรัฐวิสาหกิจที่รัฐบาลนี้พยายามมากว่า 2 ปี แทบไม่มีความคืบหน้า

เหตุผลการปลดกรรมการและผู้บริหารของ รฟท.ที่สำคัญ คือ ไม่สามารถผลักดันโครงการลงทุนขนาดใหญ่และเร่งด่วนให้ได้ตามแผน การเปิดประมูลโครงการต่างๆ ยังไม่โปร่งใสอีกด้วย เห็นได้จากหลังการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่เข้ามาก็มีการประชุมและสั่งชะลอประมูลโครงการรถไฟทางคู่ 5 สัญญา มูลค่า 8 หมื่นล้านบาท ถึง 1 แสนล้านบาททันทีทั้งที่มีการขายซองประมูลไปแล้ว

อำนวย ปรีมนวงศ์ รองปลัดกระทรวงการคลัง กรรมการของ รฟท.ที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ เปิดเผยว่า คณะกรรมการได้ประชุมแก้ไขร่างสัญญาเงื่อนไข หรือทีโออาร์ การประมูลรถไฟรทางคู่ทั้ง 5 สัญญาใหม่ เพื่อเปิดกว้างให้ผู้ประกอบการจำนวนมากสามารถเข้าถึงการประมูลโครงการได้ จะทำให้โครงการเดินหน้าได้เร็วขึ้น ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ จากเดิมที่เงื่อนไขทำให้เอกชนเข้าประมูลได้ไม่กี่ราย

ปัญหาของ รฟท.คือ ไม่สามารถปฏิรูปองค์กรให้คิดใหม่ทำใหม่ได้อย่างรวดเร็ว ฉุดการเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพราะการลงทุนด้านคมนาคมขนส่ง 1.7 ล้านล้านบาท เป็นการลงทุนของ รฟท.หลายแสนล้านบาท รวมทั้งรถไฟทางคู่ที่เป็นเพียงการลงทุนแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่ก็เดินหน้าได้ล่าช้า เพราะองค์กรขาดประสิทธิภาพในการทำงาน

กรณีของ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจที่ยังไม่ได้ตามเป้าหมาย เห็นได้ชัดจากการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน มูลค่า 4,000 ล้านบาท ซึ่งมีปัญหาผู้นำเข้าถูกกรมศุลกากรสั่งคดีว่า รถที่นำเข้ามาสำแดงเท็จเลี่ยงภาษีทำให้ส่งมอบรถไม่ได้ตามกำหนด จนถึงวันนี้ ขสมก.ก็ยังไม่ยอมยกเลิกสัญญาเพื่อจัดซื้อจัดจ้างใหม่ ทำให้การฟื้นฟูกิจการของ ขสมก.ได้รับผลกระทบ

ปัญหาปฏิรูปรัฐวิสาหกิจของรัฐบาลยังสะท้อนให้เห็นจากการฟื้นฟูรัฐวิสาหกิจ 7 แห่ง ที่แม้ว่าจะมีบางแห่งที่ดีขึ้น เช่น ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) และบริษัท การบินไทย ที่แก้ไขจากขาดทุนมามีกำไร และกำลังพิจารณาให้ออกจากแผนฟื้นฟู

ขณะที่บางแห่งก็ยังทรงๆ และต้องใช้เงินเข้าไปเพื่อฟื้นฟูจำนวนมาก คือ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยที่กระทรวงการคลังต้องใส่เงินเพิ่มทุนกว่า 1 หมื่นล้านบาท ใช้เงินอีกจำนวนหนึ่งมาซื้อหนี้เสีย

ที่สำคัญยังมีรัฐวิสาหกิจที่การฟื้นฟูไม่คืบหน้า ซึ่งหนีไม่พ้น รฟท. จน พล.อ.ประยุทธ์ ต้องใช้อำนาจมาตรา 44 แก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อขับเคลื่อนการลงทุน ด้าน ขสมก.คาดว่าจะต้องใช้ยาแรงตามมาเหมือนกรณี รฟท.เพื่อแก้ปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างรถเมล์เอ็นจีวี ส่วนการฟื้นฟูบริษัท ทีโอทีและบริษัท กสท โทรคมนาคม ก็ยังวนเวียนกับการตั้งบริษัทเพื่อแบ่งแยกการบริหารและลงทุนไม่ให้ซ้ำซ้อนกัน แต่เป็นไปเชื่องช้า

นอกจากรัฐบาลจะแก้ปัญหาด้วยวิธีเร่งด่วน คือ ใช้มาตรา 44 และปฏิรูปผ่านการฟื้นฟูรัฐวิสาหกิจแล้ว รัฐบาลยังเร่งกระบวนการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจระยะยาว โดยเร่งคลอดร่าง พ.ร.บ.การพัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ ออกมาบังคับใช้ให้เร็วที่สุด เพื่อให้รัฐวิสาหกิจขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ เร่งทำกฎหมายดังกล่าวมาก ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่คาดว่าจะพิจารณาเสร็จภายในเดือนนี้เพื่อเสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาให้เสร็จภายในกลางปีนี้

หัวใจสำคัญของร่างกฎหมายมีอยู่ 6 ด้าน ด้านที่ 1 คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือซูเปอร์บอร์ด ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน จะเป็นคณะกรรมการภายใต้กฎหมายใหม่จากเดิมที่อยู่ภายใต้ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี จะทำให้การกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจในเชิงนโยบายมีความต่อเนื่อง

ด้านที่ 2 จะต้องมีการทำยุทธศาสตร์ของรัฐวิสาหกิจให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศระยะยาว และแผนการพัฒนาประเทศของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ด้านที่ 3 เป็นเรื่องของการมีธรรมาภิบาลของรัฐวิสาหกิจ จะมีการแยกบัญชีการดำเนินเชิงพาณิชย์และสังคมให้ชัดเจน

ด้านที่ 4 การคัดเลือกบุคคลเข้ามานั่งเป็นกรรมการ จะมีคณะกรรมการคัดเลือก มีการกำหนดคุณสมบัติความสามารถของผู้ที่จะเข้ามานั่งเป็นกรรมการให้ชัดเจน ป้องกันฝ่ายการเมืองส่งคนใกล้ชิดเข้ามาหาประโยชน์

ด้านที่ 5 การประเมินผลงานรัฐวิสาหกิจจะดำเนินการอย่างเข้มข้น กำหนดการให้คุณและโทษอย่างชัดเจน เพื่อให้เกิดแรงจูงใจในการทำงาน

สำหรับด้านที่ 6 การตั้งบรรษัทรัฐวิสาหกิจแห่งชาติ หรือซูเปอร์โฮลดิ้ง ซึ่งจะเข้ามากำกับดูแลรัฐวิสาหกิจที่แปลงสภาพเป็นบริษัทจำกัด และรัฐวิสาหกิจที่อยู่ในตลาด 12 แห่งโดยกระทรวงการคลังจะถือหุ้นในซูเปอร์โฮลดิ้ง 100% การบริหารงานของซูเปอร์โฮลดิ้งจะเป็นแบบภาคเอกชนเต็มตัว โดยกรรมการและกรรมการผู้จัดการ จะคัดสรรจากภาคเอกชนทั้งหมด ไม่ให้ข้าราชการการเมืองและข้าราชการประจำมานั่งเป็นกรรมการ

ทั้งนี้ รัฐบาลคาดหวังว่า พ.ร.บ.กำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ จะปฏิรูปรัฐวิสาหกิจทั้งระบบ โดยเฉพาะการตั้งซูเปอร์โฮลดิ้ง เข้ามาบริหารรัฐวิสาหกิจที่แปลงสภาพไปแล้ว ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะเป็นกลุ่มที่มีเม็ดเงินลงทุนมากกว่า 50% ของเงินลงทุนรัฐวิสาหกิจทั้งหมด หากเพิ่มประสิทธิภาพได้มากเท่าไหร่ ก็จะส่งผลดีกับเศรษฐกิจเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม พ.ร.บ.กำกับดูแลรัฐวิสาหกิจจะปฏิรูปรัฐวิสาหกิจได้ผล ยังต้องใช้เวลาอีกนาน และที่สำคัญฝ่ายนโยบายที่เข้ามาบริหารประเทศต่อไปจะให้ความสำคัญกับการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจหรือไม่ยังเป็นปัญหา เพราะสำหรับนักการเมืองที่เข้ามาบริหารประเทศที่ผ่านมามองว่า รัฐวิสาหกิจเป็นขุมทรัพย์สำหรับหาผลประโยชน์จนหลายแห่งอ่อนแอและต้องฟื้นฟูอย่างที่เป็นปัจจุบัน

นอกจากนี้ รัฐวิสาหกิจที่เป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย หากไม่สามารถเร่งการปฏิรูปให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ ก็จะกระทบกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร