posttoday
เรียนรู้ต้นแบบปรองดองที่แม่ฮ่องสอน

เรียนรู้ต้นแบบปรองดองที่แม่ฮ่องสอน

06 กันยายน 2553

หากประชาชนมีความสุขจากการกินดีอยู่ดีได้แล้ว ความสงบสุขในบ้านเมืองก็จะกลับมา.....

หากประชาชนมีความสุขจากการกินดีอยู่ดีได้แล้ว ความสงบสุขในบ้านเมืองก็จะกลับมา.....

โดย...ปริญญา ชูเลขา

นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นายศุภชัย ใจสมุทร และ นพ.มารุต มัสยวาณิช รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นหัวขบวนนำคณะสื่อมวลชนทุกแขนงลงพื้นที่ไปรับฟังปัญหาเป็นแนวทางในการจัดทำแผนปรองดองแห่งชาติและการปฏิรูปประเทศไทย ภายใต้โครงการโฆษกสัญจรครั้งที่ 2 หัวข้อ “ที่นี่แม่ฮ่องสอน...บ้านของพ่อ เมืองแห่งความสุข” ระหว่างวันที่ 3-5 ก.ย. ที่ จ.แม่ฮ่องสอน

โครงการนี้เป็นการเรียนรู้แนวทางขจัดความขัดแย้งทางการเมืองและลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง รวมถึงไปติดตามความสำเร็จโครงการไทยเข้มแข็งของรัฐบาลด้วย

เรียนรู้ต้นแบบปรองดองที่แม่ฮ่องสอน

สาเหตุที่สัญจรไปยังแม่ฮ่องสอน เพราะเป็นจังหวัดชายแดนติดกับพม่า พื้นที่ส่วนใหญ่ประมาณ 90% เป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน การคมนาคมไม่สะดวก ประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นชาวเขาเผ่าต่างๆ และชนกลุ่มน้อยผู้พลัดถิ่นจากการสู้รบตามแนวชายแดน ซึ่งในอดีตคนกลุ่มนี้มักจะทำไร่เลื่อนลอย เลี้ยงสัตว์ หาของป่า รับจ้าง หรือขนยาเสพติด ฯลฯ

ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีความเป็นห่วงเป็นใยราษฎรและความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ จึงได้มีพระราชดำริให้กองทัพร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดตั้งศูนย์บริการและพัฒนาที่สูงปางตองตามพระราชดำริ หรือ ศูนย์ฯ ปางตอง บนพื้นที่ 5,400 ไร่ ที่เปิดดำเนินการกิจกรรมไปแล้ว 2,500 ไร่ คือศูนย์บริการและพัฒนาลุ่มน้ำปายตามพระราชดำริหรือศูนย์ฯ ท่าโป่งแดง เป็นศูนย์แห่งที่ 2 มีการดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2522 เป็นต้น

ขณะที่รัฐบาลปัจจุบันมีโครงการไทยเข้มแข็งเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงได้จัดสรรงบส่วนหนึ่งจำนวน 2.8 ล้านบาท จัดสร้างศูนย์ข้อมูลโครงการพัฒนาตามพระราชดำริเป็นอาคารอเนกประสงค์ขนาดย่อมใช้ดำเนินกิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาอาชีพให้กับชนเผ่าต่างๆ และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรให้ประชาชนทั่วไปเข้ามาสัมผัสวิถีชีวิตการทำการเกษตรแบบเศรษฐกิจพอเพียง

ทางศูนย์ได้เปิดเรือนประทับปางตอง ซึ่งแม้เป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ นักท่องเที่ยวก็สามารถเดินทางมาพักได้ในราคาเป็นกันเอง

อย่างไรก็ตาม พืชผลทางการเกษตรที่ชาวชนเผ่านิยมปลูกมีด้วยกัน 2 ประเภทหลัก คือ พืชที่ปลูกได้บนพื้นที่ราบ เช่น ข้าวนาและข้าวไร่ กินพื้นที่ประมาณ 6 แสนไร่ ถั่วเหลือง กระเทียม และข้าวโพด อย่างละ 2 หมื่นไร่ ซึ่งยึดถือตามแนวทางนวเกษตร เน้นการปลูกแบบดั้งเดิม นิยมปลูกไว้บริโภคเอง จึงไม่ประสบปัญหาราคาผันผวนเหมือนการปลูกพืชเชิงเดี่ยวที่นิยมกันโดยทั่วไป

พืชที่ปลูกได้ในพื้นที่สูงและได้กลายเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดและได้รับการส่งเสริมจากทางการอย่างมากคือ กาแฟอาราบิกา โดยเฉพาะสายพันธุ์ที่ปลูกบนดอยห้วยฮอง ที่นับว่ามีชื่อเสียงอย่างมากขนาดร้านกาแฟระดับโลกอย่าง “สตาร์บัคส์” ยังเข้ามาซื้อเมล็ดกาแฟที่นี่ไปทำกาแฟสด ซึ่งราคาที่ชาวเขาเผ่าๆ จำหน่ายอยู่ราคากิโลกรัมละ 300 บาทเท่านั้น

พืชอีกชนิดคือ แม็กคาดิเมียร์ กำลังได้รับความนิยมไม่แพ้กัน ราคาตกกิโลกรัมละ 1,000 บาท

ภายในศูนย์ฯ ปางตองที่กินพื้นที่หลายพันไร่ นับเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญที่เกิดจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้งสิ้น เช่น ศูนย์ส่งเสริมการเกษตรที่สูง สถานีประมงน้ำจืด และสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าปางตอง

ทางรัฐบาลหวังผลจากการนำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ก็เพื่อให้เป็นสื่อกลางสะท้อนสิ่งที่พบเห็นใน จ.แม่ฮ่องสอน ไปขยายผลในพื้นที่อื่นๆ ได้เจริญรอยตาม “King Model” และให้ประชาชนคนไทยทุกคนได้เข้าใจและเข้าถึงว่า หากประชาชนมีความสุขจากการกินดีอยู่ดีได้แล้ว ความสงบสุขในบ้านเมืองก็จะกลับมา

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่