
วัณโรค ภัยร้ายใกล้ตัวท่าน
วัณโรค (Tuberculosis) เป็นโรคติดเชื้อชนิดหนึ่งที่เกิดจากเชื้อMycobacterium Tuberculosis โดยการติดเชื้อชนิดนี้
โดย...นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
วัณโรค (Tuberculosis) เป็นโรคติดเชื้อชนิดหนึ่งที่เกิดจากเชื้อMycobacterium Tuberculosis โดยการติดเชื้อชนิดนี้ ส่วนใหญ่เกิดจากการที่มีผู้ป่วยที่เป็นวัณโรคปอดและมีเชื้อโรคอยู่ในเสมหะ เมื่อผู้ป่วยไอก็จะมีการฟุ้งกระจายของเชื้อและเมื่อมีผู้อื่นหายใจเอาเชื้อเข้าไป ก็สามารถเกิดการติดเชื้อขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม การติดเชื้อวัณโรคนั้นไม่ได้ติดต่อกันได้ง่ายและรวดเร็วเหมือนการติดเชื้อไวรัส เช่น ไข้หวัดใหญ่
ผู้ที่จะรับเชื้อวัณโรคได้มักต้องมีการอยู่ใกล้ชิดกับผู้ที่ป่วยเป็นวัณโรคในระยะแพร่เชื้อสักระยะหนึ่ง โดยที่เชื้อวัณโรคจะมีการแพร่กระจายโดยทางการหายใจเป็นหลัก และไม่ติดต่อโดยการรับประทานอาหารหรือการสัมผัส
การรักษาวัณโรคในปัจจุบันใช้หลักการใช้ยาหลายชนิดร่วมกัน โดยต้องทานยาต่อเนื่องเป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือน หรือในผู้ป่วยบางรายหรือสูตรยาบางชนิดอาจจะนานกว่านั้น สาเหตุที่พบว่าการรักษาวัณโรคล้มเหลวที่พบบ่อยที่สุดคือ ผู้ป่วยทานยาไม่ครบตามที่กำหนด ซึ่งอาจเกิดจากผลข้างเคียงของยาทำให้ไม่อยากทานต่อ หรือบางครั้งหลังรักษาได้ระยะหนึ่ง อาการดีขึ้นก็หยุดยาไปเองเพราะมีความเข้าใจว่าหายแล้ว ซึ่งการทานยาวัณโรคไม่ครบจะมีอันตรายมาก เพราะนอกจากจะรักษาไม่หายแล้ว จะทำให้เชื้อที่เหลืออยู่มีโอกาสกลายเป็นเชื้อดื้อยามากขึ้น
ดังนั้น การรักษาวัณโรคจึงจำเป็นต้องมีระบบติดตามผู้ป่วยที่ดี คือถ้าผู้ป่วยไม่มารับยาต้องมีการติดตาม และผู้ป่วยควรเลือกที่รักษาที่ไปรับยาได้สะดวก การรักษาวัณโรคในปัจจุบัน ยาสูตรมาตรฐานใช้ยาเดียวกันทั้งประเทศ จะรักษาที่ใดก็สามารถรักษาหายได้เหมือนกัน จึงมักแนะนำให้ผู้ป่วยรักษาตัวในที่ที่สะดวกที่สุด เมื่อผู้ป่วยทานยาไประยะหนึ่ง ถ้าทานยาต่อเนื่องอาการจะดีขึ้นและเชื้อที่พบในเสมหะก็จะน้อยลงและก็จะไม่แพร่เชื้ออีกต่อไป ไม่จำเป็นต้องรักษาให้ครบก่อนถึงจะกลับไปทำงานได้ (ประมาณ 2-4 อาทิตย์หลังการรักษาปริมาณเชื้อก็จะน้อยลงมากจนไม่น่าจะแพร่เชื้อ)
วัณโรคดื้อยาคืออะไร
ยามาตรฐานที่ใช้ในการรักษาวัณโรค (First Line Drugs) มีอยู่ประมาณ 5 ชนิด ซึ่งการใช้ยาสูตรมาตรฐานรักษาวัณโรคที่ไม่ดื้อยาและผู้ป่วยรับยาอย่างถูกต้องจะมีโอกาสรักษาหายขาดมากกว่า 90% แต่ปัจจุบันเริ่มพบว่ามีวัณโรคที่ดื้อต่อยามาตรฐาน โดยพบมากในผู้ป่วยที่มีประวัติการรักษาที่ไม่เหมาะสมครบถ้วนมาก่อน ปัญหาของเชื้อที่ดื้อยาคือ ถ้ามีเชื้อที่ดื้อต่อยาต้านวัณโรคหลายตัว การรักษาด้วยยามาตรฐานจะไม่ได้ผล จำเป็นต้องใช้ยาสำรอง (Second Line Drug) ซึ่งจะมีราคาแพงมาก มีผลข้างเคียงสูงแต่ก็ยังสามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ควรอยู่ในการดูแลของผู้ที่มีความชำนาญโดยเฉพาะ แนวทางการป้องกันเชื้อดื้อยาที่สำคัญคือต้องให้ผู้ป่วยวัณโรคทุกรายได้รับการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสมตั้งแต่แรก และห้ามหยุดยาก่อนครบกำหนด
วัคซีนป้องกันวัณโรคมีหรือไม่
จริงๆ แล้วเด็กไทยเกือบทุกคนจะได้รับการฉีดวัคซีนบีซีจีตั้งแต่แรกเกิดอยู่แล้ว แต่ผลการป้องกันโรคของวัคซีนนี้ได้ผลไม่ดี พบว่าอาจมีผลช่วยป้องกันการติดเชื้อชนิดที่รุนแรงในเด็กช่วงอายุขวบปีแรก แต่ไม่มีผลในการป้องกันการเกิดโรคในผู้ใหญ่ ดังนั้นจึงถือว่าปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนที่ใช้ป้องกันวัณโรคที่ได้ผล วิธีการป้องกันการแพร่เชื้อวัณโรคที่ดีที่สุดคือการให้การวินิจฉัยผู้ป่วยที่เป็นวัณโรคให้เร็วที่สุด และให้การรักษาที่เหมาะสมเพื่อลดโอกาสการแพร่กระจายเชื้อจากผู้ป่วยและผู้ป่วยวัณโรคในระยะแพร่เชื้อควรปฏิบัติตัวให้เหมาะสม เช่น ใช้หน้ากากอนามัย หลีกเลี่ยงการเข้าไปในที่ชุมชนจนกว่าจะได้รับการรักษาในระยะที่เหมาะสมและไม่มีการแพร่เชื้ออีกต่อไป
กล่าวโดยสรุป จะเห็นว่าวัณโรคเป็นภาวะโรคติดเชื้อที่พบได้บ่อยในประเทศไทย ถ้ามีผู้ที่มีอาการน่าสงสัยว่าอาจเป็นวัณโรค เช่น ไอเรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุ ควรได้พบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติม ถ้าผู้ป่วยทราบว่าเป็นวัณโรค ต้องได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมให้เร็วที่สุด เพื่อลดโอกาสการแพร่กระจายเชื้อไปยังผู้อื่น และต้องทานยาให้ครบ เพื่อให้การรักษาหายขาดและไม่เกิดภาวะเชื้อดื้อยาครับ







