
ศอฉ.เข้ม11จุดเสี่ยง
สุเทพให้ผอ.ข่าวกรองเป็นหน่วยงานหลักเพิ่มเข้มข้นในการทำงานหลังเหตุระเบิดช่อง11 เล็งปิดหนังสือพิมพ์หัวสีบางฉบับหากยังไม่หยุดบิดเบือนจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูง
สุเทพให้ผอ.ข่าวกรองเป็นหน่วยงานหลักเพิ่มเข้มข้นในการทำงานหลังเหตุระเบิดช่อง11 เล็งปิดหนังสือพิมพ์หัวสีบางฉบับหากยังไม่หยุดบิดเบือนจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูง
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) เปิดเผยว่า กรณีเหตุคนร้ายก่อเหตุใช้อาวุธระเบิด M79 ยิงใส่สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยช่อง 11(NBT) เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะผู้อำนวยการศอฉ.ได้มอบหมายให้ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติเป็นหน่วยงานหลัก เพิ่มความเข้มข้นในการหาข่าว ให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดทั้งด้านหน้าช่อง 11 การทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.) และกรุงเทพมหานคร(กทม.) เพื่อนำภาพมาประติดประต่อหาตัวผู้ก่อเหตุ
นอกจากนี้ยังสั่งเพิ่มกำลังตำรวจใน 11 จุดหล่อแหลมที่เป็นสัญลักษณ์ทางการเมือง ระบบคมนาคมที่สำคัญ รวมทั้งเพิ่มจุดตรวจ หน้าช่อง 11 และสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5
ส่วนเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) รายงานว่า เป็นระเบิดชนิด M79 ชนิดหัวทองคาดว่าคนร้ายยิงไปยังลานจอดรถเพื่อสร้างสถานการณ์ แต่ลูกระเบิดไปโดนกิ่งไม้จึงเกิดระเบิดก่อน
โฆษกศอฉ. กล่าวว่า ศอฉ.เตรียมดำเนินคดีกับหนังสือพิมพ์หัวสีบางฉบับที่มีการนำเสนอข่าวในลักษณะบิดเบือนข้อเท็จจริง จาบจ้วงต่อสถาบันเบื้องสูง และทำให้ประชาชนวิตกกังวลสร้างความแตกแยก ทั้งนี้หากยังไม่หยุดพฤติกรรมก็อาจจะมีคำสั่งปิด







