posttoday
"หมอวรงค์"โพสต์สรุป"รู้ทันยิ่งลักษณ์เรื่องข้าว"

"หมอวรงค์"โพสต์สรุป"รู้ทันยิ่งลักษณ์เรื่องข้าว"

30 ธันวาคม 2559

นพ.วรงค์ โพสต์ 10 ประเด็น "รู้ทันยิ่งลักษณ์เรื่องข้าว"บทสรุปแห่งปี

นพ.วรงค์ โพสต์  10 ประเด็น "รู้ทันยิ่งลักษณ์เรื่องข้าว"บทสรุปแห่งปี

วันที่ 30 ธ.ค. นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตสส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์  โพสต์เฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom   เรื่อง รู้ทันยิ่งลักษณ์เรื่องข้าว......บทสรุปแห่งปี โดยระบุว่า

ในรอบปี 2559ที่ผ่านมา คงได้เห็นความเคลื่อนไหวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ เกี่ยวกับข้าวในหลายกรณี เป็นการสะท้อนถึงการให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องแก่ประชาชน ที่สำคัญเรื่องข้าวยังคงเป็นประเด็นใหญ่ ของน.ส.ยิ่งลักษณ์และพรรคเพื่อไทย รวมทั้งอนาคตทางการเมืองของประเทศ เพื่อให้เข้าใจและรู้เท่าทัน ผมจึงได้สรุปเพื่อนำเสนอให้อ่านเป็นตอน  ประเด็นสั้นๆ

ประเด็นที่ 1 แค่ชื่อจำนำข้าวก็โกหก

รัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ประกาศนโยบาย รับจำนำข้าวเปลือก 15000 บาทต่อตัน ขณะที่ราคาข้าวเปลือกในตลาดขณะนั้นตันละประมาณ 9000บาท สิ่งที่เป็นจริงคือ รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์รับซื้อข้าวทั้งหมด ในราคาที่รัฐบาลรับประกัน นั่นจึงไม่ใช่การรับจำนำ การรับซื้อข้าวทั้งหมด จึงต้องนำไปสี นำไปเก็บและนำไปขาย จึงนำไปสู่การทุจริตในทุกขั้นตอน ดังนั้นแค่ชื่อที่เรียก"จำนำข้าว"ก็โกหกแล้ว เท่ากับน.ส.ยิ่งลักษณ์โกหกได้แม้แต่ตัวเอง


ประเด็นที่ 2 โจมตีจำนำยุ้งฉางของพลเอกประยุทธ์

พรรคเพื่อไทยพยายามโจมตีการรับจำนำยุ้งฉางของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ ว่าเลียนแบบ แต่ในความเป็นจริง การรับจำนำยุ้งฉางเป็นการรับจำนำที่ถูกต้องตามทฤษฎีสินค้าเกษตร ที่สำคัญคือข้าวเปลือกยังอยู่กับชาวนา ซึ่งแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับของการรับจำนำของน.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะของน.ส.ยิ่งลักษณ์นั้นไม่ใช่การรับจำนำ เป็นการรับซื้อในราคาประกันแต่ก็ยังอยากเรียกว่าจำนำ ของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์คือโครงการรับจำนำที่ถูกต้อง แต่ต้องไปเรียกโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าว

ประเด็นที่ 3 ขายข้าวสารหอมมะลิ 20บาทต่อกิโล

ดูแล้วก็รู้ทางว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์มีเจตนาที่ต้องการขย่มรัฐบาลว่าข้าวราคาตกต่ำ แต่ลืมไปว่าทุกภาคส่วนร่วมมือกันซื้อข้าวสารโดยตรงจากชาวนา ดาบนี้เลยย้อนกลับมาหาน.ส.ยิ่งลักษณ์ว่า ขายข้าวสารหอมมะลิตัดราคาชาวนา เพราะชาวนาเขาขายกันราคา 30-35บาทต่อกิโล แต่น.ส.ยิ่งลักษณ์มาขาย 20บาทต่อกิโล แม้จะออกตัวว่าช่วยซื้อข้าวเปลือกจากชาวนาตันละ 12000 บาท แต่ก็อย่าลืมว่า การมาขายข้าวสารกิโลละ 20บาท มันก็คือการตัดราคาที่ชาวนาเขาขายกัน

ประเด็นที่ 4 การเรียกค่าเสียหาย 35,717ล้านบาท

กรณีความเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าว จากยอดทั้งสิ้นประมาณ 178,000 ล้านบาท แต่คณะกรรมการความรับผิดทางแพ่ง คิดค่าเสียหายจากน.ส.ยิ่งลักษณ์เพียง 20% คือ 35,717ล้านบาท น.ส.ยิ่งลักษณ์พยายามพูดตลอดว่าเป็นนโยบายที่ผ่านสภา ต้องการช่วยชาวนา ดังนั้นการดำเนินนโยบายจึงไม่ควรคิดเป็นกำไรขาดทุน แต่ในความเป็นจริง การช่วยชาวนา กำไรหรือขาดทุนไม่มีใครว่า ปัญหาคือความเสียหายที่เกิดจากการทุจริต ชาวนาได้เงินไม่เป็นไปตามที่กำหนด และมีการทุจริตในขั้นตอนต่างๆมากมาย ดังนั้นการทุจริตต่างหาก ที่ทำให้ต้องมีการเรียกค่าเสียหายจากน.ส.ยิ่งลักษณ์ และนายบุญทรง

ประเด็นที่ 5 เรียกร้องให้ฟ้องแพ่งกรณีค่าเสียหาย

ประเด็นนี้มีการถกเถียงกันมานาน เพราะรัฐบาลเลือกที่จะใช้พรบ.รับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่มาดำเนินการ แต่ฝ่ายน.ส.ยิ่งลักษณ์เรียกร้องให้ฟ้องแพ่ง ก็กลายเป็นว่า ฝ่ายจำเลยเป็นผู้ขอเลือกใช้กฏหมายกับตนเอง ซึ่งทางที่จริงแล้ว ฝ่ายรัฐต้องเป็นผู้เลือกใช้ว่าลักษณะความผิดดังกล่าวจะเลือกใช้กฏหมายฉบับใดจึงเหมาะสม ในเมื่อจำเลยดำเนินการประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง รัฐจึงเลือกใช้พรบ.รับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ดำเนินการ และเปิดโอกาสให้ร้องขอความเป็นธรรมต่อศาลปกครอง ซึ่งขณะนี้เรื่องค่าเสียหายของนายบุญทรงก็ดำเนินขึ้นสู่ศาลปกครอง ตามที่เปิดโอกาสให้ขอความเป็นธรรม และเป็นไปตามขั้นตอนของกฏหมาย ส่วนของน.ส.ยิ่งลักษณ์ก็คงใช้สิทธิ์ร้องขอความเป็นธรรมเช่นเดียวกับนายบุญทรง

ประเด็นที่ 6 กล่าวอ้างว่าใช้ ม.44ยึดทรัพย์ยิ่งลักษณ์-บุญทรง

น.ส.ยิ่งลักษณ์และพรรคเพื่อไทยพยายามกล่าวอ้างว่ามีการใช้มาตรา44 มายึดทรัพย์น.ส.ยิ่งลักษณ์และนายบุญทรงซึ่งไม่จริง การดำเนินคดีเรียกค่าเสียหายนั้น เป็นไปตามขั้นตอนของพรบ.รับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ เปิดโอกาสให้มีการร้องขอความเป็นธรรมต่อศาลปกครอง ซึ่งขณะนี้คดีของนายบุญทรงก็มีการใช้สิทธิ์ตามขั้นตอนนี้ รวมทั้งน.ส.ยิ่งลักษณ์ก็มีสิทธิ์ การใช้มาตรา 44 จึงเป็นเพียงให้อำนาจกรมบังคับคดีดำเนินการแทนกระทรวงพาณิชย์เมื่อคดีสิ้นสุด ไม่ได้นำมาตรา44 มาแทรกแซงการดำเนินคดีแต่อย่างใด

ประเด็นที่ 7 พยายามเชิญชวนนำข้าวเป็นของขวัญปีใหม่

เรื่องนี้คงไม่ต่อว่าการกระทำ เพราะการเชิญชวนช่วยชาวนาเป็นสิ่งที่ดี แต่น.ส.ยิ่งลักษณ์คงต้องการชิงธงนำให้ประชาชนคิดว่าตนเองช่วยชาวนา ทั้งๆที่เรื่องซื้อข้าวสารจากชาวนา ทุกภาคส่วนทั้งรัฐบาล นักการเมือง ข้าราชการ ภาคเอกชน เขาก็ช่วยกันอยู่แล้ว เจตนาที่แท้จริง น.ส.ยิ่งลักษณ์คงต้องการรีแบรนด์ตนเอง ว่าเป็นคนที่ช่วยชาวนา จะได้ลืมปัญหาความเสียหายจากจำนำข้าว

ประเด็นที่ 8 ผลักบุญทรงให้ออกห่าง

คงเป็นยุทธศาสตร์ที่วางไว้ เพื่อให้น.ส.ยิ่งลักษณ์อยู่ห่างๆนายบุญทรง อาจจะคิดว่าท่าทางนายบุญทรงจะลำบาก ทั้งๆที่ในช่วงเป็นรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นผู้ให้สัมภาษย์ปกป้องนายบุญทรง และนโยบายรับจำนำข้าวเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ แม้จะพยายามออกห่างอย่างไร ประชาชนก็ยังจำความเสียหายต่างๆที่เกิดจากน.ส.ยิ่งลักษณ์ และนายบุญทรงกรณีรับจำนำข้าวและจีทูจีได้หมด

ประเด็นที่ 9 อ้างว่าเรื่องคดีข้าวเป็นเรื่องการเมืองและเรียกร้องปรองดอง

ประเด็นนี้เราคงได้ยินบ่อยๆ โดยอ้างว่าเป็นเรื่องการเมืองและถูกกลั่นแกล้ง ปัญหาสำคัญนั่นคือความเสียหายที่เกิดจากการทุจริต หรือปล่อยปละให้เกิดการทุจริต ไม่ว่ารัฐบาลใดๆที่ดำเนินนโยบาย แล้วมีการทุจริต หรือปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต ซึ่งหลายฝ่ายได้มีการเตือนแล้วเตือนอีก ก็ต้องเผชิญชะตากรรมแบบเดียวกัน ส่วนประเด็นปรองดอง ก็มักจะถูกพูดเรียกร้องความปรองดองอยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะเมื่อฝ่ายตนเองจนมุมในข้อเท็จจริงและข้อกฏหมาย ซึ่งในความเป็นจริงของความปรองดอง ต้องอยู่บนพื้นฐานที่ทุกฝ่ายต้องเคารพกฏหมายและกระบวนการยุติธรรม เคารพการตัดสินของศาลต่างหากจึงจะถูกต้อง ไม่ใช่ฝ่ายกระทำผิด ไม่ยอมรับผิดแต่มาเรียกร้องปรองดองแทน

ประเด็นที่ 10 หวังชนะทางการเมือง เพื่อชนะทุกกระดาน

ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่สำคัญมากที่สุด ฝ่ายน.ส.ยิ่งลักษณ์หวังผลมาก นั่นคือเคลื่อนไหวให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องแก่ประชาชน โดยเฉพาะเรื่องจำนำข้าวให้รู้สึกว่าถูกกลั่นแกล้ง ให้ประชาชนเห็นใจ ซึ่งเคยได้ผลมาแล้วในอดีต เพื่อนำไปสู่เป้าหมายทางการเมืองคือชนะเลือกตั้ง และใช้อำนาจที่ได้จากการเลือกตั้ง กระทำทุกอย่างตามที่ฝ่ายตนเองต้องการ แม้จะออกกฏหมายนิรโทษ เพื่อให้นักโทษหนีคดีกลับบ้านอย่างเท่ห์ยังกล้าทำ ดังนั้นทุกฝ่ายที่รักความเป็นธรรมรวมทั้งรัฐบาล ต้องตามเกมส์นี้ให้ทัน นั่นคือถ้ามีความเคลื่อนไหวที่ให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องแก่ประชาชน ทั้งรัฐบาล และผู้รู้ที่รักความถูกต้องชอบธรรม ต้องช่วยกันชี้แจงข้อเท็จจริงให้ประชาชนทราบ อย่าปล่อยจนกลายเป็นกระแสที่ทำให้ประชาชนหลงเชื่อ เพราะจะนำไปสู่ตามที่ฝ่ายน.ส.ยิ่งลักษ๊ต้องการ นั่นคือหวังชนะทางการเมือง เพื่อชนะทุกกระดาน

นี่คือบทสรุปที่ต้องรู้ทันน.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะเชื่อว่าประมาณกลางปี 2560 เรื่องต่างๆเกี่ยวกับข้าว จะมีประเด็นที่ร้อนแรงขึ้นมาอีก เพราะเป็นช่วงใกล้สรุปคดีจำนำข้าวในศาลฎีกา ถ้าสามารถจำประเด็นเหล่านี้ เราจะสามารถรู้เท่าทันกับสิ่งที่น.ส.ยิ่งลักษณ์และพรรคเพื่อไทย จะมาสร้างความสับสนได้          


https://www.facebook.com/Warong-Dechgitvigrom-1635406246730420/

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่