
ชีวิตติดขัด บัตรอีซี่พาส 2 มาตรฐานบนทางด่วนวีไอพี
ช่องเก็บเงินสดธรรมดาถูกช่องทางอีซี่พาสเบียดไป 1 ช่องจราจร รถที่ไม่ได้ใช้อีซี่พาสจึงต้องแย่งชิงกันเข้าช่องทางที่เหลือ ส่งผลให้รถติดหนักขึ้นกว่าเดิม.....
ช่องเก็บเงินสดธรรมดาถูกช่องทางอีซี่พาสเบียดไป 1 ช่องจราจร รถที่ไม่ได้ใช้อีซี่พาสจึงต้องแย่งชิงกันเข้าช่องทางที่เหลือ ส่งผลให้รถติดหนักขึ้นกว่าเดิม.....
โดย...วิทยา ปะระมะ
ปัญหาของชาวกรุงนอกจากจะต้องระทมทุกข์กับฝนตกน้ำท่วมขังแล้ว อีกหนึ่งวิบากกรรมที่หนีไม่พ้นคือ ปัญหาวิกฤตจราจร โดยเฉพาะชั่วโมงเร่งด่วนเช้าเย็น ยิ่งถ้าชั่วโมงนั้นเกิดฝนตกหนักก็ยิ่งซ้ำเติมให้รถติดขัดหนักกว่าเดิม หลายคนพยายามหนีปัญหาด้วยการขึ้นทางด่วน แต่กลับพบว่าการจราจรบนทางด่วนก็สาหัสไม่ต่างจากทางข้างล่างเช่นกัน
ขณะเดียวกัน เมื่อต้นปีการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดให้บริการระบบเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติ “อีซี่พาส” ทางด่วนสายรามอินทราอาจณรงค์ ทางพิเศษรามอินทราวงแหวนรอบนอก สายบางพลีสุขสวัสดิ์ ตลอดจนทางพิเศษศรีรัช (ทางด่วนขั้นที่ 2) เมื่อเดือน ก.ค. 2553 ที่ผ่านมา แต่ก็ใช่ว่าบัตรผ่านอัตโนมัติที่อุตส่าห์คิดค้นขึ้นมานี้จะช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรลงได้ เพราะตัวระบบยังไม่สมบูรณ์แบบ
แม้วัตถุประสงค์ของระบบอีซี่พาสจะนำมาใช้เพื่อแก้ปัญหารถติดบริเวณหน้าด่าน โดยผู้ใช้บริการสามารถขับรถผ่านช่องทางอีซี่พาสได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลา ณ ด่านเก็บเงิน แต่ในทางปฏิบัติจริงก็พบว่ามีปัญหาขัดข้องทางเทคนิคให้เห็นอยู่เสมอ ทำให้การจราจรหน้าด่านเก็บเงินบางช่วงเวลาก็ยังติดขัดไม่น้อย
เช่น ในช่วงแรกที่เปิดใช้งาน ผู้ขับขี่ยังไม่ทราบว่าช่องไหนเป็นช่องเก็บเงินปกติ ช่องไหนเป็นช่องทางอีซี่พาส พอเข้าผิดช่อง ไม้กั้นด่านไม่เปิด ต้องถอยรถออกมาเปลี่ยนช่องใหม่
แม้ว่า กทพ.จะแก้ปัญหาด้วยการติดตั้งป้ายขนาดใหญ่ยักษ์เหนือช่องทางอัตโนมัติ Easy Pass เพื่อให้ผู้ขับขี่มองเห็นได้จากระยะไกล อีกทั้งบางคนติดบัตรอีซี่พาสไว้ที่หน้ากระจกรถแล้วก็ตาม แต่เครื่องกลับไม่อ่านสัญญาณ ทำให้ต้องถอยรถออกมาแล้วขับเข้าไปใหม่ ส่งผลกระทบต่อการจราจรหนักขึ้นไปอีก
รุตม์ งามอริยะกุล หนึ่งในผู้ใช้บริการทางด่วนตั้งข้อสังเกตว่า ช่องทางสำหรับรถที่ใช้อีซี่พาสแต่ละด่านจะไม่เหมือนกัน บางด่านตั้งอยู่ตรงกลาง บางด่านอยู่ช่องขวาสุด บางด่านมีช่องอีซี่พาสสลับกับช่องทางปกติก็มี ทำให้ผู้ขับรถต้องเปลี่ยนเส้นทางวิ่งให้ตรงช่องจราจร เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุและทำให้รถติดอยู่ดี
“เรื่องช่องทางสำหรับอีซี่พาสสำหรับผมแล้วมันซีเรียสนะ ผมคิดว่า กทพ.ควรจัดช่องทางสำหรับอีซี่พาสให้เหมือนกันทุกๆ ด่าน เพื่อให้ผู้ใช้บริการทราบโดยอัตโนมัติว่า เวลาจะขึ้นทางด่วนต้องขึ้นช่องไหน เพราะบางคนไม่ได้ใช้เส้นทางประจำก็จะไม่รู้ว่าควรเตรียมตัวเข้าช่องทางไหนดี” เขาบอก
อีกประเด็นที่ รุตม์ สงสัยคือ การเรียกเก็บค่ามัดจำบัตรอีซี่พาสสูงถึง 1,000 บาท และต้องมีเงินคงเหลือในบัตรไม่ต่ำกว่า 200 บาท ซึ่งเขามองว่าเป็นเงินที่ต้องจ่ายทิ้งไว้เฉยๆ แม้ว่า กทพ.จะอ้างว่าผู้ขับขี่จะได้เงินมัดจำคืนเมื่อคืนบัตร แต่โดยปกติของคนขับรถเมื่อได้ใช้งานอีซี่พาสแล้วก็ยังใช้ไปตลอด ดังนั้นเงินมัดจำ 1,000 บาท ในมุมมองของเขาจึงเป็นเงินกินเปล่าที่ผู้ใช้บริการต้องทิ้งไปฟรีๆ
“ผมคิดว่าถ้า กทพ.ต้องการโปรโมตให้คนใช้บัตรอีซี่พาสเยอะๆ น่าจะลดค่ามัดจำลงได้ ทำให้คนกล้าตัดสินใจซื้อกันมากกว่านี้”
เช่นเดียวกับ สุขุมาล ธนานันต์ ข้าราชการสังกัดกระทรวงแรงงาน หนึ่งในผู้ใช้ทางด่วนที่ต้องผ่านด่านเก็บเงินพระราม 9 เป็นประจำ ถึงกับบ่นอุบว่า การมีช่องอีซี่พาสทำให้เธอต้องเจอกับสภาพรถติดนานขึ้น เพราะช่องเก็บเงินสดธรรมดาถูกช่องทางอีซี่พาสเบียดไป 1 ช่องจราจร รถที่ไม่ได้ใช้อีซี่พาสจึงต้องแย่งชิงกันเข้าช่องทางที่เหลือ ส่งผลให้รถติดหนักขึ้นกว่าเดิม 10-20 นาทีในเวลาเร่งรีบ
“บัตรอีซี่พาสทำให้ชีวิตลำบากมากขึ้น เพราะช่องอีซี่พาสจะว่าง ไม่มีรถเลย แต่ช่องทางปกติมีรถต่อแถวยาวเหยียด”
เมื่อต้องเจอแบบนี้ทุกวันๆ ทำให้เธอคิดอยากลองซื้อบัตรอีซี่พาสมาติดตั้งบ้าง เพราะเชื่อว่าจะช่วยให้เธอยกสถานะของตัวเองให้พ้นสภาพรถติดได้ แต่ปัญหาที่ตามมาคือความไม่สะดวกในการซื้อบัตร เพราะต้องจอดรถเดินเข้าไปซื้อในสำนักงานบริเวณด่านเก็บเงิน อีกทั้งด่านที่มีบัตรขายก็มีเฉพาะด่านใหญ่ๆ เท่านั้น รวมทั้งเรื่องเงินมัดจำที่ค่อนข้างสูงเกินกว่าจะรับได้
อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของ พ.ท.ทวีสิน รักกตัญญู ผู้ว่าการ กทพ. กลับเห็นว่าไม่จริงเลยที่อีซี่พาสทำให้รถติด เพราะการที่รถหน้าช่องอีซี่พาสดูโล่งๆ หมายความว่าระบบอีซี่พาสทำงานได้ผล รถที่วิ่งมาในช่องนี้จึงใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีก็ผ่านด่านไปได้แล้ว
“ตามสถิติช่องทางสำหรับอีซี่พาสสามารถรองรับรถได้ชั่วโมงละ 1,200 คัน ขณะที่ช่องเก็บเงินสดอย่างมากก็ได้ชั่วโมงละ 400450 คันเท่านั้น อย่างเช่นด่านใหญ่ๆ อย่างด่าน อโศก มีสถิติรถวิ่งผ่านได้ 750 คันต่อชั่วโมง ขณะที่ช่องเก็บเงินสดอย่างมากก็ได้ 400 คันต่อชั่วโมง” เขาพยายามยกตัวเลขขึ้นมาอธิบาย
และเมื่อดูยอดขายบัตรอีซี่พาสหลังจากเปิดให้บริการบนทางด่วนขั้นที่ 2 แล้ว พบว่าเพียงแค่ 4 สัปดาห์ มีผู้ซื้อบัตรไปแล้วกว่า 6 หมื่นคน ทำให้ยอดผู้ใช้อีซี่พาสสะสมขณะนี้เพิ่มขึ้นเป็น 1.71.8 แสนรายแล้ว
“คนที่ออกมาบ่นว่าอีซี่พาสทำให้รถติดเนี่ยเป็นคนที่ไม่ได้ใช้ และไม่เข้าใจระบบของอีซี่พาส ดังนั้นวิธีแก้คือหันมาใช้อีซี่พาสกันสิครับ เราเห็นว่าอะไรดีเราก็อยากให้คนไทยได้ใช้เพื่อเพิ่มความสะดวกมากขึ้น” พ.ท.ทวีสิน กล่าว
ถามว่า เมื่ออยากให้คนหันมาใช้กันเยอะๆ แต่เหตุใดจึงเรียกเก็บค่ามัดจำในอัตราสูงถึง 1,000 บาท พ.ท.ทวีสิน ชี้แจงว่า เงินจำนวนนี้ถือว่าไม่แพงเลยสำหรับผู้ใช้รถยนต์ และถ้าเลิกใช้เมื่อไหร่ก็จะได้เงินคืนด้วย
“ที่เราตั้งราคาเงินมัดจำไว้ที่ 1,000 บาทก็เพราะอยากให้บัตรมันดูมีคุณค่า เรากลัวว่าถ้าตั้งราคาถูก คนจะไม่ใส่ใจดูแลอุปกรณ์ แต่ถ้ามันดูมีคุณค่า คนใช้ก็จะดูแลอุปกรณ์ ไม่ทิ้งๆ ขว้างๆ ความจริงเราก็อยากลดนะ แต่มันขัดกับหลักการของเรา” ผู้ว่าการ กทพ. ระบุ
ผู้ว่าการ กทพ. ยังบอกอีกว่า หากเป็นสมาชิกอีซี่พาสแล้วจะได้ส่วนลด 5% เช่น เติมเงินครั้งละ 1,000 บาท ก็ได้ส่วนลด 50 บาท หากเติมเงิน 20 ครั้ง ก็ได้ถอนทุนค่ามัดจำคืนแล้ว
คำอธิบายของผู้ว่าการ กทพ. ฟังดูเหมือนง่าย แต่หากผู้ใช้เติมเงินครั้งละ 1,000 บาท 20 ครั้ง ก็ปาเข้าไป 2 หมื่นบาท แถมทุกวันนี้มีผู้ใช้ทางด่วนกว่าวันละ 1.2 ล้านคัน เทียบสัดส่วนกับผู้ใช้อีซี่พาส 1.7-1.8 แสนคัน หรือประมาณ 10% นิดๆ ส่วนผู้ใช้รถอีก 90% ที่เหลือจะปล่อยให้ทนรถติดไม่ไหวจนต้องหันมาซื้อบัตรอีซี่พาสเพื่อจะได้ถีบตัวเองขึ้นมาเป็น “ชนชั้นวีไอพี” กระนั้นหรือ?







