
ครม.แก้ล็อกมาบตาพุด31ส.ค.
“มาร์ค” เผย รัฐบาลเตรียมออกประกาศกิจการรุนแรง ชง ครม.อังคารนี้ แก้ปัญหามาบตาพุดชัดเจนเสียที
“มาร์ค” เผย รัฐบาลเตรียมออกประกาศกิจการรุนแรง ชง ครม.อังคารนี้ แก้ปัญหามาบตาพุดชัดเจนเสียที
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์” ว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 31 ส.ค.นี้ จะมีการพิจารณาประกาศกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งทางด้านคุณภาพ สิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ ตามที่คณะกรรมการ 4 ฝ่ายแก้ปัญหามาบตาพุดได้เสนอมาจำนวน 18 กิจการ
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะมี 2 กิจการที่แตกต่างไปจากมติของคณะกรรมการ 4 ฝ่าย ซึ่งคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเห็นว่าไม่น่าจะต้องประกาศ กิจการแรก คือ การสูบน้ำเกลือจากใต้ดิน เพราะขณะนี้จะไม่มีการอนุญาตให้ประกอบการอีกแล้ว และกิจการชลประทาน ซึ่งเป็นกิจการที่ต้องมีการวิเคราะห์ผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมทั้งที่รุนแรงและไม่รุนแรงอยู่แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องประกาศ
นอกจากนั้น จะมีบางกิจการซึ่งปัจจุบันไม่ได้ทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม จึงไม่ใช่กรณีที่จะประกาศว่าเป็นกิจการที่มีผลกระทบอย่างรุนแรง คือ เตาเผาขยะติดเชื้อ ฉะนั้น 3 กิจการนี้จะเริ่มต้นให้มีการทำอีไอเอหรือรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมก่อน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เมื่อ ครม.ประกาศออกมาแล้ว ต้องถือว่ามีความชัดเจนที่จะปฏิบัติตามมาตรา 67 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญทุกขั้นตอน เพียงแต่บางเรื่องซึ่งมีการใช้ระเบียบอยู่ บางเรื่องจำเป็นต้องรอการผ่านกฎหมายจากสภาก่อน แต่น่าจะสร้างความมั่นใจให้กับทุกฝ่ายได้
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีที่สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนฟ้องร้องให้เพิกถอนใบอนุญาต 76 โครงการ ที่ลงทุนในมาบตาพุด และเตรียมชุมนุมต่อต้าน เพราะไม่เห็นด้วยกับการประกาศประเภทกิจการรุนแรงที่ไม่ครอบคลุมในนิคมอุตสาหกรรมว่า เรื่องนี้ต้องมีการชี้แจงและได้มอบหมายให้คนในรัฐบาลประสานงานกับภาคประชาชนอยู่ตลอด
สำหรับจะประกาศเพิ่มประเภทกิจการรุนแรงตามที่ภาคประชาชนเรียกร้องได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้มอบให้คณะอนุกรรมการที่เป็นผู้ชำนาญการดูอยู่ ซึ่งเป็นส่วนที่คณะกรรมการ 4 ฝ่ายไม่เห็นด้วย
อย่างไรก็ตาม ไม่เห็นด้วยที่จะมีการชุมนุมกดดัน เพราะรัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาก
“เรื่องของการทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม ผมกล้ายืนยันได้ว่าสูงกว่าหลายๆ ประเทศ ปัญหามีอยู่อย่างเดียว คือ เมื่อมีมาตรการออกมาแล้วไม่ปฏิบัติตาม” นายกรัฐมนตรี กล่าว
นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า ศาลปกครองกลางจะตัดสินคดีมาบตาพุดในวันที่ 2 ก.ย.นี้ หากผลออกมามีความชัดเจน ก็คาดว่าจะส่งผลให้กิจการทั้ง 76 โครงการ สามารถเดินหน้าได้ภายใน 56 เดือน และบางโครงการอาจดำเนินการได้ทันที หากมีการทำรายงานอีไอเอและเอชไอเอเรียบร้อย







