
พท.จวกนโยบายต่างประเทศรัฐบาลล้มเหลว
"ปลอดประสพ" แจง 5 ความล้มเหลวของรัฐบาลต่อนโยบายต่างประเทศ ชี้ทำประเทศเสียหาย อัด"ศิริโชค" ไม่ใช่หน้าที่จุ้นคดีวิกเตอร์ บูท
"ปลอดประสพ" แจง 5 ความล้มเหลวของรัฐบาลต่อนโยบายต่างประเทศ ชี้ทำประเทศเสียหาย อัด"ศิริโชค" ไม่ใช่หน้าที่จุ้นคดีวิกเตอร์ บูท
นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการด้านต่างประเทศของพรรคเพื่อไทยถึงความล้มเหลวของรัฐบาลต่อนโยบายต่างประเทศว่า 1.ไม่สามารถโน้มน้าวให้สมาชิกของ UNESCO ในกรรมการมรดกโลก ปฎิเสธการประกาศเขาพระวิหาร เป็นมรดกโลกตามการเสนอของรัฐบาลกัมพูชา 2.ไม่สามารถหยุดการเสนอแนปฎิบัติการกรณีการประกาศเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด ทำได้เพียงการขอเลื่อนการพิจารณาไปอีกหนึ่งปีเท่านั้น
3.ไม่สามารถสถาปนาความใกล้ชิดกับประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะพม่าและกัมพูชา ถือเป็นนายกฯคนเดียวในประวัติศาสตร์ที่ดำรงตำแหน่งมาปีครึ่งแล้วยังไม่สามารถเดินทางไปเจริญสัมพันธไมตรีกับพม่าได้ 4.มุ่งทะเลาะเบาะแว้งกับประเทศกัมพูชาเพียงแค่ปัญหา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯคนเดียวเท่านั้นแทนที่จะเอาประโยชน์ของคน 64 ล้านคนเป็นที่ตั้ง
5.ไม่สามารถสร้างความเสมอภาคเรื่องความสัมพันธ์กับประเทศมหาอำนาจระหว่างรัสเซียกับสหรัฐอเมิกาโดยยอมเป็นเครื่องมือจับกุม นายวิกเตอร์ อนาโตลเววิช บูท ชาวรัสเซียและการจับกุมเครื่องบินขนอาวุธที่ลงจอดเติมน้ำมัน ทั้งๆที่ไทยสามารถปฎิเสธการลงจอดเติมน้ำมันได้ ส่วนนายวิกเตอร์นั้นก็สามารถให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองไม่อนุญาตให้เข้าประเทศไทยเสีย ปัญหาก็จะหมดไป
ส่วนกรณีที่นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ เข้าไปพัวพันกับ นายวิกเตอร์ เรื่องการค้าอาวุธข้ามชาติ ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช้เรื่องของ ส.ส.เลยนั้น เป็นเรื่องที่อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาลแล้ว จึงทำให้ทั้งรัสเซีย และสหรัฐฯมองว่าเข้าไปต่อรองอะไร ส่วนเรื่องการค้าอาวุธข้ามชาติ เป็นเรื่องของความมั่นคง เหตุใด นายกรัฐมนตรีจึงไม่มอบหมายให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)เป็นผู้รับผิดชอบ ทำไมจึงแตกต่างจากกรณี ศอฉ.ซึ่งมีเลขาธิการสมช.เป็นเลขาธิการและเป็นผู้แถลงข่าวที่สำคัญ ๆ พรรคเพื่อไทยอยากฟังความเห็น สมช.ว่าเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร แล้วจะกระทบความมั่นคงของประเทศไทยหรือไม่
นอกจากนี้
นายปลอดประสพ ยังกล่าวอีกว่า พรรคเพื่อไทยได้รับการร้องเรียนจากข้าราชการกระทรวงต่างประเทศว่าในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการซึ่งกำลังพิจารณาอยู่ในขณะนี้นั้น ทางกระทรวงต่างประเทศจะยกเลิกระบบอาวุโสเป็นความจริงอย่างไร







