
เตรียมสถาปนารัชกาลที่ 10
ความคืบหน้าเกี่ยวกับการสืบราชสันตติวงศ์ ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีความชัดเจนแล้ว เมื่อพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผ่านพ้นช่วงเวลา 7 วัน 15 วัน ไประยะหนึ่งน่าจะได้เวลาอันสมควรที่จะต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 มาตรา 23 ต่อไป นั่นคือขั้นตอนที่รัฐบาลจะต้องนำเรื่องแจ้งไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อมีมติตามรัฐธรรมนูญ
ความคืบหน้าเกี่ยวกับการสืบราชสันตติวงศ์ ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีความชัดเจนแล้ว เมื่อพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผ่านพ้นช่วงเวลา 7 วัน 15 วัน ไประยะหนึ่งน่าจะได้เวลาอันสมควรที่จะต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 มาตรา 23 ต่อไป นั่นคือขั้นตอนที่รัฐบาลจะต้องนำเรื่องแจ้งไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อมีมติตามรัฐธรรมนูญ
สำหรับการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น พระบาทสมเด็จพระปรมิน ทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระองค์ใหม่จะทรงลงพระปรมาภิไธยภายในกรอบเวลาที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ โดยจะไม่กระทบต่อปฏิทินการทำงานเป็นอันขาด
“วันนี้ยังอยู่ในขั้นตอนตามโรดแมปทุกประการ ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ฉะนั้นขอความร่วมมือ อะไรที่จะทำให้เกิดปัญหาล่าช้า ขอร้องอย่าเพิ่งกระทำกันเลย ขอให้เห็นกับประเทศชาติก่อน ดังนั้นการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล รวมถึงเรื่องกฎหมายของรัฐธรรมนูญ และการเลือกตั้งยังเป็นไปตามโรดแมปเดิม คงไม่ต้องมาถามว่าเมื่อไรอย่างไร” นายกฯ ระบุ
ในส่วนการถวายพระราชสมัญญานาม “มหาราช” แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า ที่ผ่านมารัฐบาลก่อนๆ เคยเสนอพระองค์ท่านไปแล้ว พระองค์ท่านทรงยังไม่เห็นชอบ และรับสั่งว่าเป็นเรื่องของประชาชนและรัฐบาลที่จะทำต่อไป
“ตอนนี้ยังใช้ไม่ได้ ไม่ใช่ว่าไม่อยากใช้ แต่ต้องเป็นไปตามขั้นตอน ซึ่งหลายคนเข้าใจว่า พระองค์ทรงรับแล้ว เรื่องเป็นมหาราชหรือไม่เป็นมหาราช เรื่องของรัฐบาลและประชาชนจะต้องทำถวายพระองค์ท่าน อยู่ในขั้นตอนตรงนี้อยู่แล้ว” นายกฯ กล่าว
นอกจากนี้ ในส่วนการสร้างพระบรมราชาอนุสาวรีย์นั้น หลายหน่วยงานมีความประสงค์ต้องการสร้างและขออนุมัติ แต่การจะจัดสร้างนั้นมีขั้นตอนอยู่แล้ว โดยต้องรอให้เกิดความชัดเจน เพราะทุกอย่างจะต้องขอพระบรมราชานุญาต ดังนั้นอย่างเพิ่งเดินหน้าเรื่องเหล่านี้เพราะยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องทำถวายอยู่แล้ว
“สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้รับสั่งว่าขอให้คนไทยได้รำลึกถึงสิ่งต่างๆ ของสถาบัน และพวกเราต้องช่วยกันทำงาน เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา พระมหากษัตริย์แห่งภูฏานได้เดินทางมา แล้วเขียนคำไว้อาลัย แปลได้ความหมายว่า การสวรรคตนั้นเปรียบเสมือนการเข้าสู่นิพพาน มุ่งไปสู่การเป็นธรรมราชา” นายกฯ ระบุ
ขณะที่ “วิษณุ เครืองาม” รองนายกรัฐมนตรี อธิบายว่า เรื่องการสืบราชสันตติวงศ์ เป็นไปอย่างที่นายกฯ ได้อธิบาย และเป็นไปตามที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้มีพระราชปรารภตั้งแต่เมื่อวันที่ 14 ต.ค. และวันที่ 16 ต.ค. ตอนที่นายกฯ เข้าเฝ้าฯพร้อมกับผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ โดยพระองค์ทรงรับสั่งว่าเรื่องที่จะดำเนินการสืบราชสันตติวงศ์ให้รอระยะเวลา ที่พระองค์ทรงใช้คำว่าทุกฝ่ายสามารถทำใจได้ว่า มันเป็นช่วงเวลาที่มีการเปลี่ยนแปลงแล้วก่อน ดังนั้นขอให้รอเมื่อถึงเวลาอันสมควร
“ที่นายกฯ พูดถึง 7 วัน 15 วัน เป็นรอบของการที่จะมีพระราชพิธีครบรอบ 7 วัน 15 วัน 50 วัน ซึ่งคนไทยเราทำบุญตามรอบเช่นนี้ จึงขอให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่คนได้ทำสิ่งที่เขาอยากทำกันเสียก่อนเถิด แล้วการที่จะมาทำใจยอมรับความเปลี่ยนแปลงก็จะค่อยๆ เกิดขึ้นได้ ความหมายมีแค่นี้ ไม่มีอะไรลึกลับซับซ้อน” วิษณุ กล่าว







