
ต้องปรับปรุง
เหตุการณ์ความตื่นตระหนกในตลาดหุ้นไทยเมื่อวันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา เป็นเรื่องที่ไม่ปกติเป็นอย่างยิ่ง ดัชนีหุ้นไทยตกลงไปต่ำสุดของวันถึง 99 จุด มูลค่าการซื้อขายสูงถึง 1.3 แสนล้านบาท ทำสถิติใหม่ตั้งแต่ตั้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) มา 19 ปี
เหตุการณ์ความตื่นตระหนกในตลาดหุ้นไทยเมื่อวันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา เป็นเรื่องที่ไม่ปกติเป็นอย่างยิ่ง ดัชนีหุ้นไทยตกลงไปต่ำสุดของวันถึง 99 จุด มูลค่าการซื้อขายสูงถึง 1.3 แสนล้านบาท ทำสถิติใหม่ตั้งแต่ตั้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) มา 19 ปี
มูลค่าการซื้อขายหุ้นที่สูงมากแสดงให้เห็นถึงความผันผวนของตลาดหุ้นเป็นอย่างดี มีการเทขายและช้อนซื้อหุ้นอย่างหนัก ดัชนีหุ้นก็ผันผวนตลอดทั้งวัน โดยที่ความผันผวนมาจากการปล่อยข่าวลือที่ไม่เป็นความจริงและไม่เป็นมงคล
ปัญหาการปล่อยข่าวลือในตลาดหุ้นโดยการใช้เครื่องมือโซเชียลมี เดียต่างๆ โหมกระพือข่าวนั้น เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมาหลายครั้งและแต่ละครั้งก็ไม่สามารถที่จะจับตัวการได้เลย
แม้จะเป็นการยากที่จะระบุตัวการปล่อยข่าว แต่การบริหารจัดการข่าวลือของรัฐบาลก็น่าจะสามารถจัดการได้ดีกว่านี้ เพื่อระงับไม่ให้ข่าวลือสร้างความเสียหายให้กับตลาดทุนและเศรษฐกิจ
ต้นเหตุของข่าวลือต่างๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 ต.ค. เป็นการจับแพะชนแกะและการหยิบยกเอาสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นมารวมเข้าไปกลายเรื่องเดียวกันอย่างเป็นกระบวนการ การปล่อยข่าวที่ยืนยันความเชื่อของคน คือการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เดินทางกลับจากการไปตรวจราชการที่ จ.ชลบุรี อย่างกะทันหัน ยกเลิกภารกิจทั้งหมดและเดินทางกลับ กทม.ทันทีโดยมีกระแสข่าวที่สับสนว่า นายกฯ จะออกแถลงการณ์ในเวลา 15.00 น. แต่ภายหลังจากนั้นก็ไม่มีการยืนยันอะไรปล่อยให้มีการลือหนักขึ้นไปอีกว่านายกฯ เลื่อนแถลงการณ์ ไปเป็น 17.00 น.
สุดท้ายแล้วข่าวลือทั้งหมดได้รับการยืนยันจาก พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกฯ ในเย็นวันนั้น โดยออกมาชี้แจงว่า จะไม่มีแถลงการณ์ใดๆ ส่วนกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องยกเลิกภารกิจอย่างกะทันหันนั้น เนื่องจากต้องรีบกลับมาเฝ้าฯรับเสด็จ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารที่เสด็จฯ กลับมาจากต่างประเทศเท่านั้น
ในช่วงเวลาที่หายไปนั้นกินเวลาทำให้นักลงทุนตื่นตระหนกเทขายหุ้นทิ้งออกมาอย่างหนัก หากรัฐบาลสามารถบริหารจัดการกับข่าวลือได้อย่างมีประสิทธิภาพ สภาพตลาดหุ้นไทยคงไม่ตกแรงและหนักหน่วงอย่างที่เห็น
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 11 ต.ค.ที่ผ่านมา พล.ท.สรรเสริญแก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รักษาการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงคำสั่งการของนายกฯ ในการแจ้งทุกกระทรวง หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจและหน่วยงานในกำกับดูแลทุกหน่วยงาน ให้จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสื่อประเภทต่างๆ ตลอด 24 ชั่วโมง อย่าปล่อยให้ประชาชนเข้าใจข้อมูลผิดต่อไป จะต้องรีบชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจในสิ่งที่ถูกต้อง
นโยบายที่สั่งการกับการปฏิบัติ ดูเหมือนจะสวนทางกันดังนั้นรัฐบาลควรจะติดตามข่าวลือทำลายชาติทั้งหลายอย่างใกล้ชิด และหาวิธีการระงับข่าวลือโดยเร็วที่สุด ไม่ให้เกิดความเสียหายไปมากมายแล้วถึงจะมาชี้ แจงข่าว
หากรัฐยังไม่ปรับปรุงวิธี การทำงาน การเผยแพร่ข่าวสารที่ถูกต้องให้ ถูกเวลา ก็มีโอกาสที่จะเกิดปัญหาเหล่านี้ ขึ้นมาอีก







