posttoday
จีน-ฮ่องกงรุก ช็อปอสังหาฯ

จีน-ฮ่องกงรุก ช็อปอสังหาฯ

05 ตุลาคม 2559

ทุนใหม่จีน-ฮ่องกง รุกลงทุนอสังหาฯ ตามติดญี่ปุ่น ชี้ไทยฮับอาเซียน ราคาต่ำกว่าเพื่อนบ้าน

ทุนใหม่จีน-ฮ่องกง รุกลงทุนอสังหาฯ ตามติดญี่ปุ่น ชี้ไทยฮับอาเซียน ราคาต่ำกว่าเพื่อนบ้าน

น.ส.สมสกุล หลิมศุทธพรรณผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ บริษัทรับบริหารและจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เปิดเผยว่า ปัจจุบันกลุ่มทุนต่างชาติสนใจเข้ามาลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยมากขึ้น ทั้งการเข้ามาในรูปของกลุ่มทุนใหม่ๆ อาทิ กลุ่มทุนจีน ทุนฮ่องกง และการขยายการลงทุนเพิ่มขึ้นจากกลุ่มนักลงทุนญี่ปุ่น เนื่องจากมองเห็นโอกาสที่ไทยเป็นศูนย์กลางการลงทุนในภูมิภาคอาเซียน ขณะที่ราคาอสังหาฯ ในไทยมีมูลค่าค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน และมั่นใจว่าจะได้ผลตอบแทนจากการลงทุนที่ดี

“การเข้ามาของทุนต่างชาตินั้นเขามองว่าราคาอสังหาฯ ไทยยังไม่สูงมาก ไม่ว่าจะเป็นราคาที่ดิน ผลจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน รวมไปถึงการที่รัฐบาลไทยมีแผนเดินหน้าโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่โดยเฉพาะรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายหลายเส้นทาง จึงเป็นโอกาสครั้งสำคัญในการเข้ามาลงทุน”

ทั้งนี้ ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา อสังหาฯ ไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะตลาดระดับบนเติบโตอย่างโดดเด่น เนื่องจากยังไปได้ดีเพราะจับกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อไม่ผันผวนไปตามภาวะเศรษฐกิจ เห็นได้ว่ามีผู้พัฒนาอสังหาฯ ทั้งคนไทยและต่างชาติมาจับตลาดระดับบนมากขึ้น ส่งผลให้ตลาด รวมถึงตัวแทนอสังหาฯ มีการขยายตัวสอดคล้องในทิศทางเดียวกัน 

นอกจากนี้ ล่าสุดบริษัท ซังเคียวโฮม ซึ่งเป็นกลุ่มทุนจากประเทศญี่ปุ่น บริษัทพัฒนาอสังหาฯ ในเมืองโอซากา และโตเกียว ได้เลือกประเทศไทยเป็นแห่งที่ 3 ในการเข้ามาลงทุน โดยได้เริ่มพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมโมนีค สุขุมวิท 64 จำนวน 366 ยูนิต ระดับราคา 8 หมื่นบาท/ตร.ม. มูลค่าโครงการกว่า 1,000 ล้านบาทที่เปิดขายมาตั้งแต่เดือน ก.พ. 2559 ปัจจุบันมียอดขายแล้ว 80% เตรียมขยายการลงทุนเพิ่มอีก 2 โครงการ ขณะนี้อยู่ระหว่างให้บริษัทหาที่ดินในย่านสุขุมวิทตอนต้นไม่เกินเอกมัย รวมไปถึงบริเวณพระราม 9 เพื่อพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม มูลค่าโครงการรวมกันประมาณ 2,000 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร