
น้ำป่าพัดท่วมอ.วังชิ้นแพร่ ชาวบ้านหนีอลหม่าน
น้ำป่าไหลท่วม 3 หมู่บ้านใน อ.วังชิ้น จ.แพร่ เสียหายร่วม 500 หลังคาเรือน ขณะที่พื้นที่เกษตรพังยับ หลังฝนตกหนักต่อเนื่องตลอดคืนที่ผ่านมา
น้ำป่าไหลท่วม 3 หมู่บ้านใน อ.วังชิ้น จ.แพร่ เสียหายร่วม 500 หลังคาเรือน ขณะที่พื้นที่เกษตรพังยับ หลังฝนตกหนักต่อเนื่องตลอดคืนที่ผ่านมา
ผู้สื่อรายงานว่า ตั้งแต่คืนวันที่ 21 ส.ค.ต่อเนื่องมาจนถึงเช้าวันที่ 22 ส.ค.ได้เกิดฝนตกอย่างหนักในหลายพื้นที่ของจังหวัดแพร่ โดยเฉพาะเขต ต.สรอย อ.วังชิ้น จ.แพร่ ได้เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากอย่างหนัก จนชาวบ้านใน ต.สรอย ที่เคยประสบภัยน้ำท่วมมาแล้วเมื่อปี 2544 ต่างหนีตายกันอลหม่าน เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดเหตุซ้ำรอยเช่นเดียวกับในปี 2544 ที่น้ำป่าพัดเข้าถล่มหลายหมู่บ้านในอ.วังชิ้นจนมีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก
ทั้งนี้ น้ำป่าจากห้วยแม่หละ ต.สรอย อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ ไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือน ไร่นา ส่งผลให้พื้นที่การเกษตรเสียหายประมาณ 1,500 ไร่ บ่อปลา 40 บ่อ สถานที่ราชการอีกหลายแห่ง รวมทั้งบ้านของประชาชน กว่า 300 หลังคาเรือนได้รับความเสียหาย
นายฐิติพงษ์ วงศ์แดง กำนันตำบลสรอย เปิดเผยว่า ฝนที่ตกอย่างหนักตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาทำให้น้ำป่าจากลำน้ำห้วยหละ ห้วยโป่ง และห้วยแม่คำ ทั้ง 3 สายไหลทะลักเข้าร่วมบ้านเรือนราษฎร หมู่ที่5 หมู่ที่ 9 หมู่ที่ 10 และ หมู่ที่ 11 ร่วม 500 หลังคาเรือน ได้รับความเสียหาย โดยขณะน้ำหลากได้ประกาศเตือนให้ชาวบ้านหนีเอาตัวรอดก่อน เพื่อความปลอดภัยในชีวิต เนื่องจากกระแสน้ำไหลแรงมาก รุ่งเช้าเมื่อสำรวจความเสียหายเบื้องต้นพบว่า ไร่นาน เรือกสวน ได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะข้าวที่เพิ่งปลูกเสร็จถูกน้ำท่วม บ่อปลากดุก บ่อปลานิลที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้ ปลาทั้งหมดได้หายไปกับสายน้ำ ซึ่งอยู่ระหว่างการจับขายส่งพ่อค้า ต้องสูญเสียรายได้ไป
ด้านนายสมชัย หทยะตันติ ผวจ.แพร่ ได้ระดมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งป้องกันบรรเทาสาธาณรภัยแพร่ พัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์แพร่ เหล่ากาดชาดแพร่ สาธาราสุขแพร่ สำรวจความเสียหายเร่งด่วนเพื่อให้ความช่วยเหลือ แต่ขณะนี้ได้ให้ความช่วยเหลือในในเรื่องถุงยังชีพไปแล้วกับ 500 ครอบครัว ร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัดแพร่
นายสมชัยกล่าวอีกว่า น้ำป่าในปีนี้ถึงแม้จะไม่รุนแรงเท่ากับหลายๆ ปีที่ผ่านมา แต่ก็ยังนิ่งนอนใจไม่ได้ เพราะจะต้องเตรียมความพร้อมรับมือ 24 ชั่วโมง ถึงแม้จะมีมิสเตอร์เตือนภัยในระดับชุมชนและหมู่บ้านแล้วก็ตาม แต่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยต้องฟังประกาศเตือนจากชาวบ้านด้วยว่าจะเกิดเหตุการณ์ฉับพลันเวลาใด จะได้อพยพได้ทันที โดยเฉพาะหมู่บ้านที่อยู่พื้นที่ราบลุ่มติดลำน้ำสาขาของแม่น้ำยม และ ใกล้กับภูเขา ที่เสี่ยงภัยต่อการเกิดดินถล่ม ในการให้ความช่วยเหลือ
นอกจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว ยังมีเจ้าหน้าที่ทหารจากค่ายพระยาไชยบูรณ์ ม.พัน 12 อำเภอเด่นชัย นำกำลังทหารกว่า 200 นายช่วยเหลือชาวบ้านเก็บกวาดขยะที่ลอยมากับกระแสน้ำป่า ไหลหลาก ติดค้างตามสะพาน และบ้านเรือนประชาชน รวมถึงโคลนจำนวนมากด้วยและได้ออกประกาศเตือนประชาชนให้ระมัดระวังน้ำป่าที่สถานการณ์ยังไว้ใจไม่ได้เนื่องจากฝนยังตกติดต่อกันตลอดเวลาสถานการณ์น้ำในแม่น้ำยม พบว่า ได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังนั้นขอให้ประชาชนได้ฟังรายงานเตือนจากทางการอย่างต่อเนื่องและใกล้ชิด หากพบว่าจะไม่ปลอดภัยให้รีบอพยพย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงทันที ขณะที่รายงานข่าวแจ้งว่าจะยังมีฝนตกลงมาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง







