มุมบวกแรงงานต่างด้าว 3 ล้านคน ทดแทนส่วนขาด หนุนวงจรศก.ไทย
หลังจากสศช. เผยผลสำรวจพบว่า ขณะนี้กลุ่มแรงงานต่างด้าวที่เดิมเข้ามาประกอบอาชีพกรรมกรรับจ้างทั่วไปตามตลาด ร้านค้า ได้พัฒนายกระดับขึ้นมาเป็นผู้ประกอบการ
โดย...วิรวินท์ ศรีโหมด
หลังจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยผลสำรวจพบว่า ขณะนี้กลุ่มแรงงานต่างด้าวที่เดิมเข้ามาประกอบอาชีพกรรมกรรับจ้างทั่วไปตามตลาด ร้านค้า ได้พัฒนายกระดับขึ้นมาเป็นผู้ประกอบการ จึงเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากว่าเมื่อเป็นเช่นนี้อนาคตสังคมไทยกับชาวต่างด้าวจะมีทิศทางอย่างไร ถึงขั้นคิดไปไกลว่าต่อไปคนไทยต้องเป็นลูกจ้างต่างด้าวหรือไม่
อารักษ์ พรหมณี อธิบดีกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ชี้ว่า สาเหตุที่คนต่างด้าวนิยมเข้ามาทำงานในไทย เนื่องจากมีสภาพแวดล้อมความเป็นอยู่ดีกว่าประเทศต้นทาง ทั้งการจ้างงาน การคุ้มครองแรงงาน ระบบสาธารณสุขและสาธารณูปโภค ปัจจัยเหล่านี้จึงเอื้อให้ต่างด้าวเข้ามา โดยเริ่มในกิจการประมง ลูกจ้าง ร้านค้า หาบเร่ หรืองานซ่อมแซมขนาดเล็ก
ทั้งนี้ เมื่อทำงานไปเรื่อยๆ เกิดแรงผลักดันต้องการเพิ่มรายได้ ประกอบกับความเป็นเจ้ากิจการคนไทย ให้ต่างด้าวเช่า หรือถ่ายโอนธุรกิจต่อจึงทำให้ต่างด้าวกลุ่มนี้ผันตัวจากลูกจ้างกลายมาเป็นผู้ประกอบการ ตรงนี้นอกจากทำให้คนต่างด้าวมีชีวิตความเป็นอยู่ส่วนตัวที่ดีขึ้น ยังได้การยอมรับจากกลุ่มแรงงานต่างด้าวด้วยกันอีก
“ผมว่าลักษณะประเภทนี้เป็นการเอื้ออาทรของคนไทย ที่มีลักษณะนิสัยวัฒนธรรมความเป็นพี่เป็นน้อง เนื่องจากคนไทยกับต่างด้าวที่เข้ามามีลักษณะรูปร่างหน้าตาใกล้เคียงกัน และเมื่อมีความคุ้นเคยกันก็ทำให้เกิดการพัฒนาขึ้นมาเป็นผู้ประกอบอาชีพและเกิดการซื้อขายของซึ่งกันและกันเกิดขึ้น”
อธิบดีกรมการจัดหางานขยายภาพการเข้ามาของต่างด้าวว่ามีหลายลักษณะ หลายสัญชาติ ตั้งแต่มาจากยุโรป จีน เวียดนาม อินเดีย ปากีสถาน และเมียนมา ลาว กัมพูชา ซึ่งมีตั้งแต่รูปแบบที่ทักษะสูงไปจนถึงไม่มีทักษะ สำหรับกลุ่มต่างด้าวที่ทักษะสูงจะเข้ามาอย่างถูกกฎหมาย เพื่อมาส่งเสริมการลงทุนของประเทศ แต่ต้องมีใบอนุญาตทำงานและมีนายจ้างรับรองการเข้ามา
เช่นกลุ่มนักบริหาร ที่ปรึกษา วิศวะ นอกจากนี้ คือประเภทที่ขออนุญาตเข้ามาทำงาน เช่น อาชีพครูภาษา นักร้อง นักแสดง นายแบบ-นางแบบ ซึ่งกลุ่มหลังนี้ต้องขออนุญาตทำงานตาม พ.ร.บ.
การทำงานคนต่างด้าว พ.ศ. 2551 ซึ่งมีข้อกำหนดระเบียบเพิ่มขึ้นอีก
ส่วนต่างด้าวกลุ่มที่ไม่มีทักษะจะเข้ามาใช้แรงงานกายเป็นกรรมกร อาทิ งานประมง งานรับใช้ในบ้าน อุตสาหกรรม แปรรูปอาหาร การเกษตร แปรรูปสัตว์น้ำ เช่น ในโรงงานไก่ พนักงานเสิร์ฟอาหาร ล้างจาน ซึ่งกลุ่มนี้ส่วนใหญ่มาจากประเทศเพื่อนบ้านไทย
อีกประเภทจะบินเข้าเมืองมาอย่างถูกกฎหมายในลักษณะนักท่องเที่ยว และเมื่อเข้ามาก็จะอยู่กินเกินกำหนดและลักลอบทำงาน ซึ่งส่วนใหญ่จะพักอยู่ย่านธุรกิจชาวจีน เวียดนาม อินเดีย และปากีสถาน เนื่องจากกลุ่มนี้มีเครือข่ายญาติพี่น้องที่มาอยู่ก่อน และเมื่อเดินทางมาถึงจะเริ่มทำธุรกิจเล็กๆ อาทิ ขายถั่ว ขายผ้า หมอน มุ้ง พัฒนาไปถึงขั้นปล่อยเงินกู้ ซึ่งในกลุ่มหลังนี้รัฐไม่สามารถไปเก็บภาษีได้ ดังนั้นที่ผ่านมาได้ติดตามตรวจสอบจับกุมอยู่ตลอด
อธิบดีกรมการจัดหางาน ระบุว่า การป้องกันแก้ปัญหาระยะเร่งด่วนที่ผ่านมามีการติดตามตรวจสอบ จับกุมอยู่ตลอด ส่วนแผนการแก้ปัญหาระยะยาว ขณะนี้ไทยกำลังวางแนวทางยุทธศาสตร์ การบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวปี 2560-2565 เพื่อนำมาบริหารกำกับดูแลแรงงานต่างด้าวกิจการต่างๆ ในอนาคต
“อนาคตทิศทางต่างด้าวในไทย ถึงอย่างไรยังจำเป็นต้องใช้แรงงานเหล่านี้ ในภาคอุตสาหกรรมการเกษตร แปรรูปสัตว์น้ำอยู่ เพราะความสามารถของเทคโนโลยีอนาคตยังยากต่องานเฉพาะประเภทนี้ เช่น เครื่องจักรคงไม่สามารถแกะกุ้งได้ ซึ่งก็ไม่ได้เป็นผลเสียอะไร เพราะคนกลุ่มนี้เข้ามาทดแทนแรงงานไทยส่วนที่ขาด รวมถึงนำเงินมาจับจ่ายซื้อของ ทำให้เศรษฐกิจไทยเกิดการหมุนเวียนดีขึ้น และทำให้ความสัมพันธ์ของไทยกับประเทศเพื่อนบ้านมีการติดต่อซื้อสินค้ากันมากขึ้นด้วย”
ส่วนจำนวนต่างด้าวในอนาคตจะยังอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่เพิ่มจำนวนไปจากปัจจุบันที่มีประมาณ 2-3 ล้านคน เพราะจากที่ติดตามพฤติกรรมมานาน จำนวนการเคลื่อนไหวของแรงงานต่างด้าวตัวเลขจะหมุนเวียนอยู่ประมาณนี้ เนื่องจากปัจจัยจำนวนของผู้บริโภคมีจำนวนอยู่เท่าเดิม
ขณะที่บทเรียนจากปัญหาดังกล่าว อารักษ์ มองว่า เรื่องนี้ไม่มีบทเรียนอะไร แต่เป็นภาพสะท้อนทางสังคมที่ยุคหนึ่งเห็นได้ว่าเมื่อมีแรงงานต่างด้าวเข้ามา และแรงงานไทยที่อยู่ในตลาดก็ไม่ใช่คนหนุ่มสาว แต่เป็นคนอีกรุ่นหนึ่งซึ่งคนยุคนี้ไม่มีแล้ว ฉะนั้นคนไทยควรต้องสร้างความตระหนักและสะท้อนมุมความเป็นชาติมากกว่าว่า ทำไมต่างด้าวถึงต้องเข้ามาขายของแทนที่คนไทยที่ไม่ขาย ทั้งที่ทุกคนมีความรู้ใกล้เคียงกัน แต่ไม่ลงทุนขนาดเล็กเพื่อให้ได้ผลอะไร และไม่ยอมประกอบอาชีพบางอย่างจนต้องปล่อยให้เขาเข้ามา


